บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
4.56
+0.04 (+0.88%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้น ปัจจัยหลักมาจาก ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และ หนี้สูญและขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า ลดลง ในขณะที่รายได้รวมลดลงน้อยกว่า ปัจจัยของรายได้ที่ปรับลดลงเกิดจาก สภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ส่วนหนึ่งจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ระบาดอย่างต่อเนื่อง
ลูกหนี้เช่าซื้อและลูกหนี้เงินให้กู้ยืมสุทธิรวม 4,144.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จาก 3,949.4 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 จากนโยบายการเร่งขยายตัวเพื่อเพิ่มยอดขายสูงขึ้น อีกทั้งลูกหนี้เช่า ซื้อในประเทศเริ่มกลับมาขยายตัวติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 2 และตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ผ่านมา มีมาตรการ ช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจาก COVD-19 หลายรอบ Coverage Ratio ที่ 120.5% ณ ไตรมาส ปี 2565 D/E ณ ไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 0.23 เท่า ซึ่งเท่ากับ สิ้นปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5243 out_tok=2610 at=2026-07-26T09:19:17 -->
# TK กำไร Q1/2566 ดิ่ง 68.8% รายได้วูบ 15.9% รับพิษดอกเบี้ย-กฎคุมสัญญา
## รายได้เช่าซื้อหดตามประกาศ สคบ. ฉบับใหม่ ขณะที่ค่าใช้จ่ายหนี้เสียพุ่ง กดดันผลประกอบการไตรมาสแรก
บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 42.1 ล้านบาท ลดลงถึง 68.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 415.1 ล้านบาท ลดลง 15.9% ปัจจัยหลักมาจากรายได้เช่าซื้อที่ลดลงตามประกาศ สคบ. ฉบับใหม่ ควบคู่ไปกับค่าใช้จ่ายหนี้สูญที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสแรกเผชิญแรงกดดันอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ TK ในไตรมาส 1 ปี 2566 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 68.8% มาจาก **การลดลงของรายได้รวม 15.9%** เป็นผลโดยตรงจาก **รายได้เช่าซื้อที่ลดลง 8.4%** ประกอบกับ **รายได้อื่นๆ ที่ลดลงถึง 34.2%** โดยเฉพาะส่วนของหนี้สูญรับคืนที่ลดลง ขณะเดียวกัน **ค่าใช้จ่ายรวมกลับเพิ่มขึ้น 7.7%** โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **หนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยประการแรก **ประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เรื่อง ให้ธุรกิจให้เช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2565** ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม 2566 ส่งผลให้ **อัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อลดลง** โดยตรง ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้รายได้เช่าซื้อลดลง ประการที่สอง **ขนาดพอร์ตสินเชื่อที่ลดลง** ส่งผลให้ **หนี้สูญรับคืนลดลง** ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายได้อื่นๆ ที่ลดลง ประการสุดท้าย แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริหารโดยนำ Digital Technology มาใช้ ทำให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 23.6% แต่ **หนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้ากลับเพิ่มขึ้น** เนื่องจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการดำเนินงาน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการได้ปรับกลยุทธ์โดยควบคุมคุณภาพการปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 3/2565 เพื่อลดต้นทุน Credit cost และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน นอกจากนี้ บริษัทยังได้ขยายบริการไปยังสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับประเภทที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน สินเชื่อจำนำทะเบียน และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้และลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เพียงอย่างเดียว อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงกฎหมายใหม่ที่กำลังจะมีผลบังคับใช้โดยธนาคารแห่งประเทศไทยในการกำกับดูแลธุรกิจการให้เช่าซื้อและการให้เช่าแบบลีสซิ่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ อาจส่งผลกระทบต่อบริบทการให้บริการและการแข่งขันในอุตสาหกรรม ซึ่งต้องรอดูผลกระทบหลังกฎหมายมีผลบังคับใช้ในช่วงปลายปี 2566
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2566 ลดลง 68.8%** อยู่ที่ 42.1 ล้านบาท จาก 135.1 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้รวม Q1/2566 ลดลง 15.9%** อยู่ที่ 415.1 ล้านบาท จาก 493.3 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้เช่าซื้อ Q1/2566 ลดลง 8.4%** อยู่ที่ 317.9 ล้านบาท จาก 347.2 ล้านบาท สาเหตุหลักจากอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ลดลงตามประกาศ สคบ.
* **ค่าใช้จ่ายรวม Q1/2566 เพิ่มขึ้น 7.7%** อยู่ที่ 337.2 ล้านบาท จาก 313.0 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากหนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
* **ลูกหนี้เช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมสุทธิรวมลดลง 3.7%** อยู่ที่ 4,006.6 ล้านบาท จาก 4,158.6 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ตามนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น
* **Coverage Ratio อยู่ที่ 105.3%** ลดลงจาก 109.8% ณ สิ้นปี 2565 โดยมีสำรองหนี้สูญ 318.4 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ผลการดำเนินงานสำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 ของ TK และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิ 42.1 ล้านบาท ลดลง 68.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 135.1 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 415.1 ล้านบาท ลดลง 15.9% เมื่อเทียบกับ 493.3 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การขยายบริการสินเชื่อใหม่:** การเพิ่มบริการสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับประเภทที่มีทะเบียนรถเป็นหลักประกัน สินเชื่อจำนำทะเบียน และสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ จะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้และลดการพึ่งพิงธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์
* **การท่องเที่ยวฟื้นตัว:** การคาดการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติ 25.5 ล้านคน และรายได้จากการท่องเที่ยว 2.38 ล้านล้านบาทในปี 2566 จะส่งผลดีต่อรายได้แรงงานและภาคธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การนำ Digital Technology มาใช้:** การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **กฎหมายใหม่กำกับธุรกิจเช่าซื้อ:** การบังคับใช้กฎหมายใหม่โดย สคบ. และการกำกับดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย อาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างอัตราดอกเบี้ย การแข่งขัน และรูปแบบการดำเนินธุรกิจในอุตสาหกรรม
* **เศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ปัจจัยลบจากเศรษฐกิจโลก เช่น ต้นทุนค่าไฟฟ้า ค่าแรงงาน สินค้านำเข้าที่สูงขึ้น การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และวิกฤตพลังงานในยุโรป อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยโดยรวม
* **ค่าครองชีพสูงขึ้น:** การที่ค่าครองชีพสูงขึ้นต่อเนื่องส่งผลให้หนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น
* **ยอดขายรถยนต์ลดลง:** ยอดจำหน่ายรถยนต์ในไตรมาส 1 ปี 2566 ลดลง 6.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายใหม่ของ สคบ. และการกำกับดูแลของ ธปท. ต่ออุตสาหกรรมเช่าซื้อ
* แนวโน้มการเพิ่มขึ้นของหนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า
* การเติบโตของรายได้จากธุรกิจสินเชื่อใหม่ (สินเชื่อส่วนบุคคล, จำนำทะเบียน, นาโนไฟแนนซ์)
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินท่ามกลางแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น
* ทิศทางยอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในไตรมาส 1 ปี 2566 ธุรกิจการเงินอย่าง TK เผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอกและกฎระเบียบใหม่ **NIM** ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อตามประกาศ สคบ. ทำให้ **NII (Net Interest Income)** หรือรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากธุรกิจหลักลดลง แม้ว่าต้นทุนทางการเงินจะลดลงเล็กน้อยจากการใช้วงเงินกู้ลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ **NPL (Non-Performing Loan)** หรือลูกหนี้ค้างชำระเกิน 3 เดือนยังคงอยู่ที่ 7.0% ซึ่งเป็นระดับที่ต้องเฝ้าระวัง และ **Coverage Ratio** ลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 105.3% บ่งชี้ถึงการตั้งสำรองที่อาจจะลดลงตามขนาดพอร์ตที่เล็กลง แต่ก็ยังคงมีสัดส่วนที่เพียงพอต่อหนี้เสียที่เกิดขึ้น **Non-NII** หรือรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะส่วนของหนี้สูญรับคืนที่ลดลง สะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้เสียที่อาจมีการเปลี่ยนแปลง หรือปริมาณหนี้เสียที่ลดลงจากการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันสำคัญคือการเพิ่มขึ้นของหนี้สูญและผลขาดทุนจากการด้อยค่าของลูกหนี้การค้า ซึ่งเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ ไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 6,539.8 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.3% จากสิ้นปี 2565 หนี้สินรวมอยู่ที่ 776.1 ล้านบาท ลดลง 3.0% ส่งผลให้ **D/E Ratio** อยู่ที่ 0.13 เท่า ลดลงจาก 0.14 เท่า ณ สิ้นปี 2565 ซึ่งแสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีภาระหนี้ต่ำ บริษัทมีสถานะเงินสดและเงินฝากประมาณ 2,101.3 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอต่อการดำเนินงานและรองรับความผันผวน
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ TK ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะรายได้เช่าซื้อที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากกฎหมายใหม่ ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายหนี้เสีย แม้บริษัทจะพยายามปรับกลยุทธ์ด้วยการขยายบริการสินเชื่อใหม่และบริหารจัดการต้นทุน แต่ความไม่แน่นอนจากกฎระเบียบที่กำลังจะออกมาและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
193.74
ล้านบาท
↓ 78.7% YoY
กำไรขั้นต้น
110.47
ล้านบาท
↓ 79.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
57.02
%
กำไรสุทธิ
-8.53
ล้านบาท
↓ 155.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-4.40
%
D/E Ratio
0.06
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
194
↓ -78.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
110
↓ -79.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-9
↓ -155.7%
YoY
D/E Ratio
0.06
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.06
ROE (%)
1.68
ROA (%)
2.24
Book Value/หุ้น
10.79
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-310
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-1,541
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-310.24
-69.81%
|
-1,027.49
-424.48%
|
316.66
-57.30%
|
741.52
-157.16%
|
-1,297.18
-136.96%
|
3,509.27
+33.87%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1,540.68
-308.03%
|
740.61
-202.47%
|
-722.79
+72.28%
|
-419.54
-259.53%
|
262.98
+2,858.16%
|
8.89
-128.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
292.84
+20.30%
|
243.42
-2,863.00%
|
-8.81
-104.79%
|
183.80
-88.16%
|
1,552.97
-168.08%
|
-2,281.19
+15.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-1,816.05
+1,483.30%
|
-114.70
-76.58%
|
-489.73
-252.11%
|
321.96
+30.91%
|
245.94
-79.37%
|
1,191.93
+104.38%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-62.40%
|
1,813.14
+77.55%
|
1,021.21
+133.15%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
964.16
-45.71%
|
1,775.97
+35.11%
|
1,314.47
-0.87%
|
1,326.04
+94.53%
|
681.65
-69.20%
|
2,213.14
+116.72%
|