บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
129.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจตลาดทุน โดยเฉพาะธุรกิจจัดการกองทุน การรับรู้กําไรจากเงิน ลงทุน และสํารองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลง
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัว ร้อยละ 9.7 จากปีก่อนหน้า เป็นรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 46.2 ซึ่งมาจากการออกกองทุนใหม่ที่ ได้รับการตอบรับที่ดี ประกอบกับค่าธรรมเนียมตามผลประกอบการ (Performance Fee) ที่รับรู้ในไตรมาส 4 อีกทั้ง รายได้ค่า นายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.1 ตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังรับรู้กําไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน (FVTPL) ที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของ ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ชะลอตัวลง ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลงจากมาตรการปิดเมืองใน ระหว่างปี และผลจากการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การปรับลดเพดานอัตราค่าธรรมเนียมของทางการ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17684 out_tok=2761 at=2026-07-26T08:53:49 -->
# TISCO กำไร Q3/66 โต 5.7% รับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิหนุน แม้ค่าธรรมเนียมชะลอ
## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิพุ่ง 10.4% เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักหดตัว
บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,874.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ 10.4% แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักจะชะลอตัวลงก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TISCO ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income - NII)** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 10.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 แม้ว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักจะปรับตัวลดลงก็ตาม ปัจจัยนี้เป็นตัวขับเคลื่อนหลักที่ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมเติบโตได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของ NII มาจากการ **ขยายตัวของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth)** ที่ 8.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ประกอบกับการ **ปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้** ซึ่งสะท้อนทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับสูงขึ้นตามการประกาศของธนาคารแห่งประเทศไทย ในขณะเดียวกัน แม้ต้นทุนทางการเงินจะปรับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.08% เป็น 2.00% ตามสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อที่สูงกว่าก็สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
ในทางตรงกันข้าม รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักกลับชะลอตัวลง 4.7% โดยเฉพาะจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด และธุรกิจหลักทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากปริมาณการซื้อขายในตลาดที่ลดลง อย่างไรก็ตาม รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุนยังคงเติบโตได้ตามสินทรัพย์ภายใต้การบริหารที่เพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยยังคงมีแนวโน้มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลให้ธนาคารพาณิชย์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่อไป อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาดสินเชื่อและการบริหารต้นทุนทางการเงินจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (Loan Spread) และ Net Interest Margin (NIM) ในระดับที่น่าพอใจ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 5.7% YoY:** อยู่ที่ 1,874.49 ล้านบาท จาก 1,773.43 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เพิ่มขึ้น 10.4% YoY:** เป็นผลจากการเติบโตของเงินให้สินเชื่อ 8.7% และอัตราผลตอบแทนสินเชื่อที่สูงขึ้น
* **รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักลดลง 4.7% YoY:** โดยเฉพาะจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยและธุรกิจหลักทรัพย์
* **สินเชื่อรวมเติบโต 5.8% YTD:** อยู่ที่ 231,794.08 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566
* **NPL Ratio เพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** อยู่ที่ 2.25% จาก 2.20% ในไตรมาสก่อนหน้า แต่ Coverage Ratio ยังคงสูงที่ 205.8%
* **เงินฝากรวมเพิ่มขึ้น 6.7% YTD:** อยู่ที่ 200,833.23 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
TISCO รายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 ที่ 1,874.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.7% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 7.6% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโต 10.4% จากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อ 8.7% แม้ต้นทุนทางการเงินจะปรับสูงขึ้นตามสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ในขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักชะลอตัวลง 4.7% จากธุรกิจนายหน้าประกันภัยและธุรกิจหลักทรัพย์ที่อ่อนตัวลง แต่ธุรกิจจัดการกองทุนยังคงเติบโตได้ดี
เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1.1% โดย NII ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.0% ตามการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ 0.6% และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักฟื้นตัว 1.4% อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการรับรู้ผลขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านงบกำไรขาดทุน (FVTPL) ในไตรมาสนี้ เทียบกับผลกำไรในไตรมาสก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 กำไรสุทธิอยู่ที่ 5,520.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.9% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 5.8% จาก NII ที่เติบโต 9.3% แม้ต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้นกว่า 90.8% และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 2.4% จากธุรกิจหลักทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ที่อ่อนตัวลง
## โอกาส
* **การเติบโตของสินเชื่อ:** โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อจำนำทะเบียน "สมหวัง เงินสั่งได้" ที่ยังคงขยายตัวได้ดี
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการเงินฝากและการกู้ยืมที่มีประสิทธิภาพจะช่วยรักษา NIM ได้
* **ธุรกิจจัดการกองทุน:** การเติบโตของสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) และส่วนแบ่งการตลาดที่แข็งแกร่งในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
* **การขยายเครือข่าย "สมหวัง เงินสั่งได้":** การเพิ่มสาขาอย่างต่อเนื่องช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าสินเชื่อจำนำทะเบียน
## ความเสี่ยง
* **คุณภาพสินทรัพย์:** NPL Ratio ที่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในกลุ่มสินเชื่อรายย่อย สะท้อนแรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและค่าครองชีพที่สูงขึ้น
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนทางการเมืองและความกังวลต่อค่าครองชีพอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคและการบริโภคภาคเอกชน
* **การแข่งขันในตลาดสินเชื่อ:** โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ที่ยังคงมีการแข่งขันรุนแรง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่านายหน้าธุรกิจหลักทรัพย์และกำไร/ขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ กนง. จะส่งผลต่อ NIM และต้นทุนทางการเงิน
* **การบริหารจัดการ NPLs:** การควบคุมและบริหารจัดการสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิตให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
* **การเติบโตของสินเชื่อธุรกิจ:** การขยายตัวของสินเชื่อในกลุ่มสาธารณูปโภคและการบริการ
* **ผลประกอบการธุรกิจหลักทรัพย์:** การฟื้นตัวของปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้น
* **การขยายตัวของ "สมหวัง เงินสั่งได้":** การเพิ่มจำนวนสาขาและการขยายฐานลูกค้าสินเชื่อจำนำทะเบียน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**ธุรกิจธนาคารพาณิชย์:** เงินให้สินเชื่อรวมเติบโต 0.6% QoQ มาอยู่ที่ 231,794.08 ล้านบาท โดยสินเชื่อธุรกิจเติบโต 2.6% และสินเชื่อจำนำทะเบียนเติบโต 2.8% ซึ่งเป็นไปตามกลยุทธ์การขยายสินเชื่อที่มีผลตอบแทนสูง อย่างไรก็ตาม สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ลดลง 0.9% ตามนโยบายการปล่อยสินเชื่อที่ระมัดระวัง และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยลดลง 3.0% จากการแข่งขันในตลาด NPL Ratio เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.25% แต่ Coverage Ratio ยังคงแข็งแกร่งที่ 205.8%
**ธุรกิจหลักทรัพย์:** รายได้ค่านายหน้าลดลง 16.2% YoY อยู่ที่ 138.84 ล้านบาท จากปริมาณการซื้อขายในตลาดที่ลดลง แม้ส่วนแบ่งทางการตลาดจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
**ธุรกิจจัดการกองทุน:** สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เพิ่มขึ้น 1.1% QoQ อยู่ที่ 379,791.21 ล้านบาท โดยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพยังคงมีสัดส่วนสูงสุดที่ 66.0% และมีส่วนแบ่งตลาดอันดับ 1 ที่ 17.8% รายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานเติบโต 2.9% YoY
**NIM และ Loan Spread:** Net Interest Margin (NIM) อยู่ที่ 5.14% ในไตรมาส 3 ปี 2566 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 5.02% ในไตรมาส 2 ปี 2566 แต่ลดลงจาก 5.09% ในไตรมาส 3 ปี 2565 Loan Spread อยู่ที่ 5.59% ลดลงจาก 5.62% ในไตรมาส 2 ปี 2566 และ 5.97% ในไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งสะท้อนแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
สินทรัพย์รวม ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 273,932.58 ล้านบาท ลดลง 0.2% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีเงินให้สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้น 0.9% หนี้สินรวมอยู่ที่ 233,453.25 ล้านบาท ลดลง 0.3% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยเงินฝากรวมเพิ่มขึ้น 0.7% ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 0.7% จากไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 40,479.33 ล้านบาท มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นอยู่ที่ 50.56 บาท
## สรุปท้าย
TISCO โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 ที่แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 5.7% YoY เป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการขยายตัวของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ชะลอตัวและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น การบริหารจัดการสินเชื่ออย่างรอบคอบและการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอัตราดอกเบี้ย การบริหาร NPLs และการฟื้นตัวของธุรกิจหลักทรัพย์เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TISCO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
4,909.02
ล้านบาท
↑ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
15,761.55
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
321.07
%
กำไรสุทธิ
1,641.78
ล้านบาท
↓ 3.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
33.44
%
D/E Ratio
5.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,909
↑ + 2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
15,762
↑ + 0.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,642
↓ -3.8%
YoY
D/E Ratio
5.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TISCO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.70
ROE (%)
15.41
ROA (%)
4.58
Book Value/หุ้น
56.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TISCO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+945
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-844
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TISCO
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2561 | 2560 | 2559 | 2558 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
945.13
-87.67%
|
7,665.46
|
-4,161.19
-114.28%
|
29,132.96
-294.62%
|
-14,969.52
-25.49%
|
-20,089.52
-404.81%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-844.03
-308.96%
|
403.91
|
-1,468.78
-92.20%
|
-18,831.87
-2,585.01%
|
757.82
-87.22%
|
5,931.64
-277.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-87.40
-98.93%
|
-8,156.18
|
5,496.96
-154.29%
|
-10,125.29
-171.01%
|
14,259.41
+1.28%
|
14,078.70
-539.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|