บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
129.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจตลาดทุน โดยเฉพาะธุรกิจจัดการกองทุน การรับรู้กําไรจากเงิน ลงทุน และสํารองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลง
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัว ร้อยละ 9.7 จากปีก่อนหน้า เป็นรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 46.2 ซึ่งมาจากการออกกองทุนใหม่ที่ ได้รับการตอบรับที่ดี ประกอบกับค่าธรรมเนียมตามผลประกอบการ (Performance Fee) ที่รับรู้ในไตรมาส 4 อีกทั้ง รายได้ค่า นายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.1 ตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังรับรู้กําไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน (FVTPL) ที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของ ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ชะลอตัวลง ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลงจากมาตรการปิดเมืองใน ระหว่างปี และผลจากการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การปรับลดเพดานอัตราค่าธรรมเนียมของทางการ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16458 out_tok=2506 at=2026-07-15T04:19:52 -->
# Highlight สำคัญ — TISCO (บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)) Q1/2569
* **กำไรสุทธิเติบโต 5.5% YoY:** TISCO รายงานกำไรสุทธิ 1,733.62 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2569 เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้รวมที่เติบโต 10.3%
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่ม 3.4% YoY:** ได้รับผลดีจากต้นทุนเงินฝากที่ลดลงอย่างต่อเนื่องในภาวะดอกเบี้ยขาลง แม้รายได้ดอกเบี้ยรวมจะลดลงเล็กน้อย
* **รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยพุ่ง 27.2% YoY:** การฟื้นตัวของทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจธนาคารพาณิชย์ (นายหน้าประกันภัย, ค่าธรรมเนียมสินเชื่อ) และธุรกิจหลักทรัพย์ (ค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์) เป็นปัจจัยสำคัญ
* **คุณภาพสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่ง:** NPL Ratio ลดลงมาอยู่ที่ 2.11% จากนโยบายปล่อยสินเชื่อระมัดระวังและการบริหารความเสี่ยงที่ดี
* **การตั้งสำรอง ECL เพิ่มขึ้น:** เพิ่มขึ้น 100.9% YoY เป็น 775.00 ล้านบาท เพื่อรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
TISCO รายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 1,733.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) โดยมีรายได้รวมเติบโต 10.3% แรงหนุนหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 3.4% จากต้นทุนเงินฝากที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องในภาวะดอกเบี้ยขาลง ประกอบกับรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยที่เติบโตอย่างโดดเด่นถึง 27.2% จากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของธุรกิจนายหน้าประกันภัยและค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับสินเชื่อ รวมถึงรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้นตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ฟื้นตัว และรายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐานของธุรกิจจัดการกองทุนจากการออกกองทุนใหม่
เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 5.6% โดยมีรายได้รวมปรับตัวดีขึ้น รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 0.8% จากต้นทุนเงินฝากที่ลดลง และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 15.3% จากการฟื้นตัวของธุรกิจตลาดทุน
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 100.9% YoY มาอยู่ที่ 775.00 ล้านบาท คิดเป็น 1.3% ของยอดสินเชื่อเฉลี่ย ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นการตั้งสำรองเพื่อรองรับความเสี่ยงจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงานที่แนวโน้มสูงขึ้น
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ย (ROAE) อยู่ที่ 15.7%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดรถยนต์:** ยอดขายรถยนต์ในประเทศช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 เติบโต 25.5% YoY โดยเฉพาะรถยนต์ไฟฟ้าที่ผู้บริโภครีบซื้อก่อนมาตรการ EV 3.0 สิ้นสุดลง ส่งผลดีต่อธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ
* **การฟื้นตัวของตลาดทุน:** ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 15.0% YoY และมีปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สนับสนุนรายได้ค่านายหน้าธุรกิจหลักทรัพย์
* **การออกกองทุนใหม่:** ธุรกิจจัดการกองทุนมีการออกกองทุนรวมใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า หนุนรายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐาน
* **โครงการช่วยเหลือลูกหนี้:** โครงการ "ปิดหนี้ไว ไปต่อได้" ของ SAM และโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Quick Big Win ของ บสย. เป็นโอกาสในการช่วยเหลือลูกหนี้และขยายฐานลูกค้า
* **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ:** การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. ช่วยลดภาระหนี้แก่ลูกหนี้และสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ
## ความเสี่ยง
* **ความเสี่ยงจากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์:** สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุนทั่วโลกและกดดันราคาพลังงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมและคุณภาพสินเชื่อ
* **ความเปราะบางของเศรษฐกิจ:** การบริโภคภาคเอกชนอ่อนตัวลงจากความกังวลต่อภาวะสงครามและค่าครองชีพที่สูงขึ้น
* **การแข่งขันในภาคการเงิน:** การแข่งขันที่สูงในตลาดสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย และการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถกระบะ
* **ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) หากการปรับอัตราดอกเบี้ยของสินทรัพย์และหนี้สินไม่สอดคล้องกัน (Interest Rate Mismatch)
* **ความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน:** ความผิดพลาดของกระบวนการ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ บุคลากร หรือเหตุการณ์ภายนอก อาจก่อให้เกิดความเสียหาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง:** ติดตามความยืดเยื้อและผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย
* **แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อและราคาพลังงาน:** การปรับตัวขึ้นของราคาพลังงานอาจส่งผลต่อค่าครองชีพและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่:** โดยเฉพาะการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า และการแข่งขันในตลาดรถกระบะ
* **การบริหารจัดการ NPLs:** แม้ NPL Ratio จะลดลง แต่ยังคงต้องติดตามคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ยืมอย่างมีประสิทธิภาพ
* **การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม:** โดยเฉพาะจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย, ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจจัดการกองทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**ธุรกิจธนาคารพาณิชย์:**
* **สินเชื่อ:** สินเชื่อรวมลดลง 0.3% YoY เป็น 235,094.34 ล้านบาท โดยสินเชื่อรายย่อยเพิ่มขึ้น 0.2% เป็น 161,800.77 ล้านบาท นำโดยสินเชื่อเช่าซื้อที่เติบโต 0.9% จากการเติบโตของรถยนต์นั่งและรถยนต์มือสอง แม้สินเชื่อรถกระบะจะชะลอตัว ส่วนสินเชื่อจำนำทะเบียนลดลง 1.5% จากนโยบายปล่อยสินเชื่อระมัดระวัง สินเชื่อธุรกิจลดลง 1.5% หลักๆ จากการชำระคืนหนี้ของลูกหนี้รายใหญ่
* **คุณภาพสินทรัพย์:** NPL Ratio ลดลงมาอยู่ที่ 2.11% (4,949.07 ล้านบาท) จากนโยบายปล่อยสินเชื่อที่ระมัดระวังและการบริหารความเสี่ยงที่ดี Coverage Ratio อยู่ที่ 191.4%
* **เงินฝาก:** เงินฝากรวมลดลง 2.7% เป็น 205,619.94 ล้านบาท โดยเงินฝากประจำลดลง แต่เงินฝากออมทรัพย์เพิ่มขึ้น
* **NIM:** ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) เพิ่มขึ้นเป็น 4.95% จาก 4.83% ในไตรมาสก่อนหน้า และ 4.82% ในปีก่อนหน้า เป็นผลจากต้นทุนเงินทุนที่ลดลงมากกว่าอัตราผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อที่ลดลงเล็กน้อย
**ธุรกิจหลักทรัพย์:**
* **รายได้ค่านายหน้า:** เพิ่มขึ้น 26.7% YoY เป็น 162.59 ล้านบาท จากปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่ฟื้นตัว โดยส่วนแบ่งการตลาดอยู่ที่ 1.4%
**ธุรกิจจัดการกองทุน:**
* **สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM):** ลดลง 4.9% YoY เป็น 426,200.28 ล้านบาท โดยเฉพาะกองทุนสำรองเลี้ยงชีพและกองทุนส่วนบุคคล
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** เพิ่มขึ้น 18.5% YoY เป็น 539.93 ล้านบาท จากการออกกองทุนรวมใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 31 มี.ค. 69 อยู่ที่ 283,045.93 ล้านบาท ลดลง 2.6% จากสิ้นปี 68 โดยเงินให้สินเชื่อลดลงเล็กน้อย 0.3%
* **หนี้สินรวม:** ณ 31 มี.ค. 69 อยู่ที่ 237,914.16 ล้านบาท ลดลง 3.8% จากสิ้นปี 68 โดยเงินฝากรวมลดลง 2.7%
* **ส่วนของเจ้าของ:** ณ 31 มี.ค. 69 อยู่ที่ 45,131.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.0% จากสิ้นปี 68 จากกำไรสะสม
* **เงินกองทุน:** BIS Ratio ของกลุ่มทิสโก้ อยู่ที่ 18.9% และของธนาคารทิสโก้ อยู่ที่ 20.5% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนดอย่างมีนัยสำคัญ
## สรุปท้าย
TISCO ในไตรมาส 1 ปี 2569 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์และตลาดทุน รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความเปราะบางของเศรษฐกิจ ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การตั้งสำรอง ECL ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกของบริษัท ในขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับดี และฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่ง เป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TISCO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
4,909.02
ล้านบาท
↑ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
15,761.55
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
321.07
%
กำไรสุทธิ
1,641.78
ล้านบาท
↓ 3.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
33.44
%
D/E Ratio
5.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,909
↑ + 2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
15,762
↑ + 0.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,642
↓ -3.8%
YoY
D/E Ratio
5.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TISCO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.70
ROE (%)
15.41
ROA (%)
4.58
Book Value/หุ้น
56.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TISCO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+945
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-844
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TISCO
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2561 | 2560 | 2559 | 2558 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
945.13
-87.67%
|
7,665.46
|
-4,161.19
-114.28%
|
29,132.96
-294.62%
|
-14,969.52
-25.49%
|
-20,089.52
-404.81%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-844.03
-308.96%
|
403.91
|
-1,468.78
-92.20%
|
-18,831.87
-2,585.01%
|
757.82
-87.22%
|
5,931.64
-277.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-87.40
-98.93%
|
-8,156.18
|
5,496.96
-154.29%
|
-10,125.29
-171.01%
|
14,259.41
+1.28%
|
14,078.70
-539.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|