บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
129.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจตลาดทุน โดยเฉพาะธุรกิจจัดการกองทุน การรับรู้กําไรจากเงิน ลงทุน และสํารองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลง
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัว ร้อยละ 9.7 จากปีก่อนหน้า เป็นรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 46.2 ซึ่งมาจากการออกกองทุนใหม่ที่ ได้รับการตอบรับที่ดี ประกอบกับค่าธรรมเนียมตามผลประกอบการ (Performance Fee) ที่รับรู้ในไตรมาส 4 อีกทั้ง รายได้ค่า นายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.1 ตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังรับรู้กําไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน (FVTPL) ที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของ ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ชะลอตัวลง ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลงจากมาตรการปิดเมืองใน ระหว่างปี และผลจากการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การปรับลดเพดานอัตราค่าธรรมเนียมของทางการ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17655 out_tok=2683 at=2026-07-26T08:50:21 -->
# TISCO กำไร Q3/64 ลดลง YoY รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดรายได้ธุรกิจหลัก
## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิหดตัว ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมชะลอตัว แต่คุณภาพสินทรัพย์ยังคุมได้ดี
บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1,560.33 ล้านบาท ลดลง 6.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่ส่งผลให้ธุรกิจหลักชะลอตัว รายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมปรับลดลง แต่ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ TISCO ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า มาจาก **การหดตัวของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ** และ **รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักที่ลดลง** โดยเฉพาะธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอในช่วงการล็อกดาวน์ แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจาก **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลงอย่างมาก** และ **ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ที่ปรับตัวดีขึ้น** แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงได้ทั้งหมด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 4.9% YoY:** สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของเงินให้สินเชื่อ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการชำระคืนหนี้ก่อนกำหนดของลูกหนี้ธุรกิจรายใหญ่ และการปล่อยสินเชื่อใหม่อย่างระมัดระวังท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่รุนแรง ประกอบกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงในตลาด ทำให้ Yield on Loans ลดลง แม้ว่า Cost of Fund จะลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ Loan Spread และ Net Interest Margin (NIM) ปรับตัวดีขึ้น แต่ภาพรวมรายได้ดอกเบี้ยสุทธิยังคงลดลง
* **รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักลดลง 12.1% YoY:** เป็นผลมาจากการชะลอตัวของธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์และกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ซบเซา นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวกับสินเชื่อก็ปรับลดลงเช่นกัน แม้ว่ารายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์จะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อขาย แต่ก็ไม่สามารถชดเชยภาพรวมรายได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงได้
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง 58.0% YoY:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยลดแรงกดดันต่อกำไร โดยสาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองเพื่อรองรับความเสี่ยงล่วงหน้าไว้เพียงพอแล้ว ประกอบกับสถานการณ์การระบาดเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 ทำให้แนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นกว่าคาด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม:** แม้ว่า ECL จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญและ NIM จะปรับตัวดีขึ้น แต่ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการคือการหดตัวของพอร์ตสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม ซึ่งยังคงมีความไม่แน่นอนสูงจากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่อาจกลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง และผลกระทบต่อกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์การระบาดเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 ซึ่งอาจส่งผลดีต่อคุณภาพสินทรัพย์ในระยะต่อไป แต่การฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจหลักยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/64 อยู่ที่ 1,560.33 ล้านบาท ลดลง 3.2% YoY และ 6.3% QoQ**
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 4.9% YoY** จากการชะลอตัวของเงินให้สินเชื่อ
* **รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักลดลง 12.1% YoY** โดยเฉพาะธุรกิจนายหน้าประกันภัย
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลง 58.0% YoY** จากการตั้งสำรองเพียงพอและคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีกว่าคาด
* **NPL Ratio เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.98%** จากการกลับมาเป็น NPL ของลูกหนี้บางรายในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อและจำนำทะเบียน
* **Coverage Ratio ยังคงสูงที่ 196.5%**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 TISCO มีกำไรสุทธิ 1,560.33 ล้านบาท ลดลง 3.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2563 โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 3,092.98 ล้านบาท ลดลง 4.9% และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลัก 1,272.94 ล้านบาท ลดลง 12.1% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ลดลงถึง 58.0% มาอยู่ที่ 254.34 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 16.2% ลดลงจาก 16.9% ในงวด 9 เดือนแรกปี 2564
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 4,990.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 4.9% แต่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 12.3% จากค่าธรรมเนียมธุรกิจตลาดทุนและการรับรู้กำไรจากเงินลงทุน
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ส่งผลให้ Cost of Fund ลดลง และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้น
* **คุณภาพสินทรัพย์ที่ควบคุมได้ดี:** แม้ NPL Ratio จะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ Coverage Ratio ยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนการตั้งสำรองที่เพียงพอ
* **การฟื้นตัวของตลาดทุน:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย จะส่งผลดีต่อรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์และธุรกิจจัดการกองทุน
* **มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้:** การปรับโครงสร้างหนี้ระยะยาวและการให้ Soft Loans ช่วยประคองคุณภาพสินทรัพย์และรักษาฐานลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กำลังซื้อ และการปล่อยสินเชื่อใหม่
* **การชำระคืนหนี้ก่อนกำหนดของลูกหนี้ธุรกิจรายใหญ่:** ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อโดยรวมหดตัว
* **การแข่งขันในตลาดสินเชื่อ:** โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่ยังคงมีความแข่งขันสูง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** ส่งผลกระทบต่อรายได้จากเครื่องมือทางการเงินและเงินลงทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของพอร์ตสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจ
* การเปลี่ยนแปลงของ NPL Ratio และการบริหารจัดการหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPLs)
* ผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ และการปรับโครงสร้างหนี้
* แนวโน้มรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยและธุรกิจตลาดทุน
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินในภาวะดอกเบี้ยต่ำ
* การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจมหภาค และนโยบายการเงินการคลังของภาครัฐ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**ธุรกิจธนาคารพาณิชย์:**
* **สินเชื่อ:** เงินให้สินเชื่อรวมลดลง 4.5% QoQ และ 9.1% YTD โดยสินเชื่อรายย่อยลดลง 4.2% QoQ และสินเชื่อธุรกิจลดลง 4.8% QoQ สาเหตุหลักมาจากการชำระคืนหนี้ก่อนกำหนดของลูกหนี้ธุรกิจรายใหญ่ และการปล่อยสินเชื่ออย่างระมัดระวัง
* **คุณภาพสินทรัพย์:** NPL Ratio เพิ่มขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 2.98% จากการกลับมาเป็น NPL ของลูกหนี้บางรายในกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อและจำนำทะเบียน Coverage Ratio ยังคงสูงที่ 196.5%
* **เงินฝาก:** เงินฝากรวมลดลง 6.8% QoQ ตามทิศทางการชะลอตัวของสินเชื่อ
**ธุรกิจหลักทรัพย์:**
* **รายได้ค่านายหน้า:** เพิ่มขึ้น 26.2% YoY มาอยู่ที่ 195.18 ล้านบาท ตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนแบ่งทางการตลาด:** อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 1.2% เนื่องจากส่วนแบ่งตลาดของลูกค้ารายย่อยและสถาบันในประเทศลดลง
**ธุรกิจจัดการกองทุน:**
* **สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM):** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.3% QoQ มาอยู่ที่ 352,073.81 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** อ่อนตัวลง 2.4% YoY เนื่องจากไม่มีการออกกองทุนใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 4.4% QoQ มาอยู่ที่ 244,634.71 ล้านบาท โดยเงินให้สินเชื่อสุทธิลดลง 4.4%
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 5.9% QoQ มาอยู่ที่ 205,224.62 ล้านบาท โดยเงินฝากรวมลดลง 6.8%
* **ส่วนของเจ้าของ:** เพิ่มขึ้น 4.1% QoQ มาอยู่ที่ 39,410.09 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
* **เงินกองทุน:** กลุ่มทิสโก้มี BIS Ratio อยู่ที่ 22.9% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ ธนาคารทิสโก้มี BIS Ratio อยู่ที่ 24.7% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ
## สรุปท้าย
TISCO ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากการระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีหัวใจหลักมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียมที่หดตัว แม้ว่าการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและคุณภาพสินทรัพย์จะยังคงทำได้ดี แต่ความเสี่ยงจากการชะลอตัวของพอร์ตสินเชื่อและการฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจหลักยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TISCO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
4,909.02
ล้านบาท
↑ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
15,761.55
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
321.07
%
กำไรสุทธิ
1,641.78
ล้านบาท
↓ 3.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
33.44
%
D/E Ratio
5.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,909
↑ + 2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
15,762
↑ + 0.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,642
↓ -3.8%
YoY
D/E Ratio
5.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TISCO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.70
ROE (%)
15.41
ROA (%)
4.58
Book Value/หุ้น
56.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TISCO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+945
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-844
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TISCO
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2561 | 2560 | 2559 | 2558 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
945.13
-87.67%
|
7,665.46
|
-4,161.19
-114.28%
|
29,132.96
-294.62%
|
-14,969.52
-25.49%
|
-20,089.52
-404.81%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-844.03
-308.96%
|
403.91
|
-1,468.78
-92.20%
|
-18,831.87
-2,585.01%
|
757.82
-87.22%
|
5,931.64
-277.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-87.40
-98.93%
|
-8,156.18
|
5,496.96
-154.29%
|
-10,125.29
-171.01%
|
14,259.41
+1.28%
|
14,078.70
-539.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|