บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
129.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจตลาดทุน โดยเฉพาะธุรกิจจัดการกองทุน การรับรู้กําไรจากเงิน ลงทุน และสํารองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลง
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัว ร้อยละ 9.7 จากปีก่อนหน้า เป็นรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 46.2 ซึ่งมาจากการออกกองทุนใหม่ที่ ได้รับการตอบรับที่ดี ประกอบกับค่าธรรมเนียมตามผลประกอบการ (Performance Fee) ที่รับรู้ในไตรมาส 4 อีกทั้ง รายได้ค่า นายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.1 ตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังรับรู้กําไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน (FVTPL) ที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของ ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ชะลอตัวลง ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลงจากมาตรการปิดเมืองใน ระหว่างปี และผลจากการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การปรับลดเพดานอัตราค่าธรรมเนียมของทางการ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15404 out_tok=2815 at=2026-07-26T08:41:05 -->
# TISCO Q1/2565 กำไรสุทธิทรงตัวเล็กน้อย รับแรงหนุนจาก ECL ลด แต่รายได้ดอกเบี้ยและ Non-NII ชะลอตัว
## รายได้รวมชะลอตัว 13.4% YoY เหตุตลาดทุนผันผวน ฉุดรายได้ค่าธรรมเนียมและกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน แต่คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น หนุนกำไรสุทธิ
บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 1,795.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้รายได้รวมจากการดำเนินงานจะลดลง 13.4% โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองผลประกอบการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ TISCO ในไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL)** ซึ่งลดลงถึง 89.9% YoY คิดเป็น 757.35 ล้านบาท จาก 842.68 ล้านบาทใน Q1/2564 เหลือเพียง 85.33 ล้านบาทใน Q1/2565 ปัจจัยนี้ชดเชยผลกระทบจากรายได้รวมที่ชะลอตัวลง 13.4% YoY ได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของ ECL เป็นผลโดยตรงมาจากการ **ปรับตัวดีขึ้นของคุณภาพสินทรัพย์** โดยสินเชื่อที่มีการด้อยค่าด้านเครดิต (NPLs) ลดลงอย่างมากถึง 11.5% หรือ 570.93 ล้านบาท ส่งผลให้ NPL Ratio ลดลงจาก 2.44% ในปีก่อนหน้ามาอยู่ที่ 2.15% ในไตรมาสนี้ ฝ่ายจัดการระบุว่าการควบคุมคุณภาพลูกหนี้ที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ในช่วงโควิด-19 ที่ทำให้ลูกหนี้ที่ปรับโครงสร้างหนี้สามารถกลับมาชำระหนี้ได้หลังสถานการณ์คลี่คลาย เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทสามารถลดการตั้งสำรองลงได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่ฝ่ายจัดการยังคงเน้นการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ และคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การที่ Coverage Ratio ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 262.1% แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของเงินสำรองที่เพียงพอต่อการรองรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังมีความไม่แน่นอนจากเงินเฟ้อและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 1,795.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% YoY:** แม้รายได้รวมชะลอตัว แต่การตั้งสำรอง ECL ที่ลดลงช่วยหนุนกำไร
* **รายได้รวมจากการดำเนินงานลดลง 13.4% YoY:** สาเหตุหลักมาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-NII) หดตัว 31.8% โดยเฉพาะจากธุรกิจตลาดทุน
* **NPL Ratio ลดลงเหลือ 2.15%:** คุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 2.44% ในปีก่อนหน้า
* **Coverage Ratio แข็งแกร่งที่ 262.1%:** สะท้อนความเพียงพอของเงินสำรอง
* **NIM ปรับตัวดีขึ้นเป็น 5.09%:** จาก 4.84% ในปีก่อนหน้า จากการบริหารจัดการต้นทุนเงินทุนที่มีประสิทธิภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 1,795.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 ที่ 1,763.63 ล้านบาท การเติบโตนี้เกิดจากการลดลงของค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ถึง 89.9% YoY อย่างไรก็ตาม รายได้รวมจากการดำเนินงานลดลง 13.4% YoY มาอยู่ที่ 4,419.27 ล้านบาท โดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิลดลง 1.6% YoY เป็น 3,061.28 ล้านบาท ขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลงถึง 31.8% YoY เป็น 1,357.99 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจที่เกี่ยวกับตลาดทุนและผลขาดทุนจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน (FVTPL) ที่พลิกจากกำไร 312.62 ล้านบาทในปีก่อนหน้าเป็นขาดทุน 32.18 ล้านบาทในไตรมาสนี้
เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 กำไรสุทธิทรงตัวอยู่ที่ 1,795.49 ล้านบาท โดยรายได้รวมจากการดำเนินงานชะลอตัวลง 8.7% QoQ เนื่องจากรายได้ค่าธรรมเนียมตามผลประกอบการ (Performance Fee) ที่รับรู้ในไตรมาสก่อนหน้า แต่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยจากธุรกิจหลักปรับตัวดีขึ้น 5.0% QoQ จากธุรกิจจัดการกองทุนและธุรกิจหลักทรัพย์ที่ปริมาณการซื้อขายเพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการปรับโรคเป็นโรคประจำถิ่น หนุนการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชน
* **การเติบโตของสินเชื่อธุรกิจ:** สินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมมีการเติบโต 3.9% และ 1.3% ตามลำดับ
* **การขยายสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูง:** สินเชื่อจำนำทะเบียน “สมหวัง เงินสั่งได้” เติบโต 3.0% และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์มือสองและรถจักรยานยนต์เติบโตตามแผน
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** อัตราผลตอบแทนของเงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น และต้นทุนเงินทุนลดลง ส่งผลให้ NIM ปรับตัวดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** สงครามยูเครน-รัสเซีย เงินเฟ้อทั่วโลก และการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed สร้างความผันผวนต่อตลาดทุน ส่งผลกระทบต่อรายได้จากธุรกิจหลักทรัพย์และจัดการกองทุน รวมถึงกำไรจากเครื่องมือทางการเงิน
* **แรงกดดันจากเงินเฟ้อและค่าครองชีพ:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการบริโภคภาคเอกชนในระยะต่อไป
* **การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อ:** ธุรกิจสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยเผชิญการแข่งขันสูง และปริมาณการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ลดลงเมื่อเทียบกับยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม ECL และ NPL Ratio:** การควบคุมคุณภาพสินทรัพย์จะยังคงมีประสิทธิภาพต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
* **การฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจตลาดทุน:** ความผันผวนของตลาดทุนจะส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมและกำไรจากเครื่องมือทางการเงินมากน้อยเพียงใด
* **การเติบโตของสินเชื่อรายย่อย:** โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น
* **ผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้:** การทยอยสิ้นสุดมาตรการอาจส่งผลต่อคุณภาพสินทรัพย์ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**ธุรกิจธนาคารพาณิชย์:**
* **สินเชื่อ:** เติบโต 0.3% YoY เป็น 203,552.69 ล้านบาท โดยสินเชื่อธุรกิจและ SME เติบโตดี แต่สินเชื่อรายย่อยโดยรวมลดลง 0.6% จากการหดตัวของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ แม้ว่ายอดขายรถยนต์จะเพิ่มขึ้นก็ตาม อัตราการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ต่อยอดขาย (Penetration Rate) ลดลงเหลือ 4.7%
* **คุณภาพสินทรัพย์:** NPL Ratio ลดลงเหลือ 2.15% จาก 2.44% และ Coverage Ratio สูงที่ 262.1%
* **เงินฝาก:** เพิ่มขึ้น 2.9% YoY เป็น 171,471.88 ล้านบาท โดยเฉพาะเงินฝากประจำและบัตรเงินฝาก
**ธุรกิจหลักทรัพย์:**
* **ปริมาณการซื้อขาย:** ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้รายได้ค่านายหน้าลดลง 9.2% YoY
* **ส่วนแบ่งการตลาด:** ลูกค้ารายย่อยปรับตัวดีขึ้น แต่สถาบันในประเทศและต่างประเทศลดลง
**ธุรกิจจัดการกองทุน:**
* **สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM):** ลดลง 2.1% YoY เป็น 353,325.14 ล้านบาท จากความผันผวนของตลาด
* **รายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐาน:** ลดลง 36.6% YoY เนื่องจากปีก่อนมีฐานสูงจากการออกกองทุนขนาดใหญ่
**NIM:** ปรับตัวดีขึ้นเป็น 5.09% จาก 4.84% ในปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของ Yield on Loans และการบริหารจัดการ Cost of Fund ที่มีประสิทธิภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 31 มี.ค. 65 อยู่ที่ 246,448.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากสิ้นปี 64 โดยเงินให้สินเชื่อสุทธิเพิ่มขึ้น 0.4%
* **หนี้สินรวม:** ณ 31 มี.ค. 65 อยู่ที่ 203,450.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.5% จากสิ้นปี 64 โดยเงินฝากรวมเพิ่มขึ้น 2.9% แต่หุ้นกู้ลดลง 25.0%
* **ส่วนของเจ้าของ:** เพิ่มขึ้น 4.4% จากสิ้นปี 64 เป็น 42,998.76 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้นอยู่ที่ 53.70 บาท
* **เงินกองทุน:** BIS Ratio ของธนาคารทิสโก้ อยู่ที่ 24.4% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำที่ 11% และกลุ่มทิสโก้ BIS Ratio อยู่ที่ 22.4% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำ
## สรุปท้าย
TISCO ในไตรมาส 1 ปี 2565 สามารถรักษาการเติบโตของกำไรสุทธิได้เล็กน้อย แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากความผันผวนของตลาดทุนที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย แต่การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่แข็งแกร่งและการลดลงของค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองผลประกอบการ การปรับตัวดีขึ้นของ NIM และการเติบโตของสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูงเป็นสัญญาณบวก อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ยังมีความไม่แน่นอน และการฟื้นตัวของรายได้จากธุรกิจตลาดทุนในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TISCO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
4,909.02
ล้านบาท
↑ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
15,761.55
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
321.07
%
กำไรสุทธิ
1,641.78
ล้านบาท
↓ 3.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
33.44
%
D/E Ratio
5.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,909
↑ + 2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
15,762
↑ + 0.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,642
↓ -3.8%
YoY
D/E Ratio
5.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TISCO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.70
ROE (%)
15.41
ROA (%)
4.58
Book Value/หุ้น
56.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TISCO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+945
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-844
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TISCO
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2561 | 2560 | 2559 | 2558 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
945.13
-87.67%
|
7,665.46
|
-4,161.19
-114.28%
|
29,132.96
-294.62%
|
-14,969.52
-25.49%
|
-20,089.52
-404.81%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-844.03
-308.96%
|
403.91
|
-1,468.78
-92.20%
|
-18,831.87
-2,585.01%
|
757.82
-87.22%
|
5,931.64
-277.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-87.40
-98.93%
|
-8,156.18
|
5,496.96
-154.29%
|
-10,125.29
-171.01%
|
14,259.41
+1.28%
|
14,078.70
-539.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|