บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
129.00
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
กำไรเพิ่มขึ้น สาเหตุหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจตลาดทุน โดยเฉพาะธุรกิจจัดการกองทุน การรับรู้กําไรจากเงิน ลงทุน และสํารองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลง
รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยขยายตัว ร้อยละ 9.7 จากปีก่อนหน้า เป็นรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจจัดการกองทุนเพิ่มขึ้นร้อยละ 46.2 ซึ่งมาจากการออกกองทุนใหม่ที่ ได้รับการตอบรับที่ดี ประกอบกับค่าธรรมเนียมตามผลประกอบการ (Performance Fee) ที่รับรู้ในไตรมาส 4 อีกทั้ง รายได้ค่า นายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.1 ตามปริมาณการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ที่ปรับตัวดีขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังรับรู้กําไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกําไรหรือขาดทุน (FVTPL) ที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของ ค่าธรรมเนียมธุรกิจธนาคารพาณิชย์ชะลอตัวลง ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่อ่อนตัวลงจากมาตรการปิดเมืองใน ระหว่างปี และผลจากการเปลี่ยนแปลงเกณฑ์การปรับลดเพดานอัตราค่าธรรมเนียมของทางการ
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15640 out_tok=2640 at=2026-07-26T09:19:00 -->
# TISCO กำไร Q1/2566 ทรงตัว YoY รับต้นทุนการเงินพุ่ง ส่องรายได้ดอกเบี้ยโตแกร่ง
## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น แต่ NIM หดตัวเล็กน้อย ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักยังอ่อนแรง
บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,792.58 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้ดอกเบี้ยรวมจะเติบโตได้ดีถึง 16.3% แต่ถูกกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นและการปรับขึ้นอัตราเงินนำส่ง FIDF กลับสู่ระดับปกติ ส่งผลให้ Net Interest Margin (NIM) ปรับลดลงเล็กน้อย ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวกับตลาดทุนยังคงชะลอตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการ TISCO ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยที่แข็งแกร่งจากการขยายตัวของสินเชื่อ แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ส่งผลให้กำไรสุทธิทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยรายได้ดอกเบี้ยรวมเพิ่มขึ้น 16.3% แต่ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยพุ่งสูงขึ้นถึง 71.2% ทำให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้นเพียง 7.4% และ NIM ปรับลดลงเล็กน้อยจาก 5.09% เป็น 4.98% ในขณะที่รายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ย (Non-Interest Income) จากธุรกิจหลักลดลง 2.6%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยมาจาก **การขยายตัวของเงินให้สินเชื่อ (Loan Growth) ที่ 0.5%** โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ รวมถึงการรับรู้ผลกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่ายุติธรรมผ่านงบกำไรขาดทุน (FVTPL) ที่พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร อย่างไรก็ตาม **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว** เป็นปัจจัยกดดันหลัก ซึ่งเกิดจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย 2 ครั้ง และการปรับอัตราเงินนำส่ง FIDF กลับสู่ระดับปกติที่ 0.46% ต่อปี ทำให้ต้นทุนเงินทุน (Cost of Fund) เพิ่มขึ้นจาก 1.06% เป็น 1.63% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 8.9% ตามนโยบายลงทุนระยะยาวเพื่อการขยายธุรกิจ และค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่เพิ่มขึ้น 82.1% ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของแรงกดดันด้านต้นทุนทางการเงิน** เนื่องจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีแนวโน้มปรับขึ้นตามทิศทางของธนาคารกลางสหรัฐฯ และการปรับ FIDF กลับสู่ระดับปกติจะส่งผลต่อต้นทุนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม **การเติบโตของสินเชื่อและการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์** ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา โดยเฉพาะการขยายสินเชื่อในกลุ่มที่มีอัตราผลตอบแทนสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อ NPL Ratio ที่ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.13% แต่บริษัทฯ ยังคงมี Coverage Ratio ที่สูงถึง 248.1% ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจหลักทรัพย์และจัดการกองทุน ยังคงเผชิญความท้าทายจากความผันผวนของตลาดทุน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิทรงตัว YoY:** อยู่ที่ 1,792.58 ล้านบาท ลดลง 0.2% จาก 1,795.49 ล้านบาทใน Q1/2565
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่ม 7.4%:** จาก 3,061.28 ล้านบาท เป็น 3,286.96 ล้านบาท หนุนโดยสินเชื่อที่เติบโต
* **NIM ปรับลดลง:** จาก 5.09% เป็น 4.98% เนื่องจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
* **รายได้ค่าธรรมเนียมธุรกิจหลักอ่อนตัว 2.6%:** โดยเฉพาะธุรกิจหลักทรัพย์และจัดการกองทุน
* **NPL Ratio ปรับเพิ่มเล็กน้อย:** เป็น 2.13% จาก 2.09% ณ สิ้นปี 2565 แต่ยังคงมี Coverage Ratio สูงที่ 248.1%
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานเพิ่มขึ้น 8.9%:** ตามนโยบายลงทุนระยะยาวเพื่อการขยายธุรกิจ
## ภาพรวมผลประกอบการ
TISCO รายงานกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 ที่ 1,792.58 ล้านบาท ลดลง 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 5.8% เป็น 4,670.50 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ย 16.3% เป็น 4,134.44 ล้านบาท ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของเงินให้สินเชื่อและการรับรู้ผลกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่ายุติธรรม อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถึง 71.2% ตามทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและ FIDF ที่ปรับสู่ระดับปกติ ส่งผลให้รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 7.4% ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลง 0.6% เนื่องจากธุรกิจที่เกี่ยวกับตลาดทุนชะลอตัว ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 8.9% และค่าใช้จ่ายผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) เพิ่มขึ้น 82.1%
เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565 กำไรสุทธิลดลง 0.8% เป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่อ่อนตัวลง 1.7% และรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยลดลง 8.9% แม้ว่าธุรกิจหลักทรัพย์จะปรับตัวดีขึ้นก็ตาม
## โอกาส
* **การขยายสินเชื่อในกลุ่มที่มีอัตราผลตอบแทนสูง:** เช่น สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ ("สมหวัง เงินสั่งได้") ที่ยังคงเติบโตได้ดี
* **การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์:** ยังคงมีประสิทธิภาพ แม้ NPL จะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **การลงทุนระยะยาวเพื่อการขยายธุรกิจ:** จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตในอนาคต
* **การฟื้นตัวของธุรกิจนายหน้าประกันภัย:** สอดคล้องกับปริมาณการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่เพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายขาขึ้น และการปรับ FIDF กลับสู่ระดับปกติ
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจหลักทรัพย์และจัดการกองทุน
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและกำลังซื้อ
* **การแข่งขันในธุรกิจสินเชื่อ:** โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ใหม่ และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและ NIM
* **การบริหารจัดการ NPL Ratio:** และการตั้งสำรอง ECL ในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
* **การฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียม:** โดยเฉพาะจากธุรกิจหลักทรัพย์และจัดการกองทุน
* **การขยายตัวของสินเชื่อ:** และการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ในกลุ่มสินเชื่อที่มีอัตราผลตอบแทนสูง
* **แผนการลงทุนระยะยาว:** เพื่อการขยายธุรกิจ และผลตอบแทนที่คาดหวัง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**ธุรกิจธนาคารพาณิชย์:**
* **สินเชื่อ:** เติบโต 0.5% เป็น 220,099.17 ล้านบาท โดยสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อทะเบียนรถยนต์เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
* **สินเชื่อเช่าซื้อ:** ลดลง 0.7% เป็น 109,490.15 ล้านบาท โดยสินเชื่อรถใหม่ลดลงตามยอดขายรถยนต์ แต่สินเชื่อรถมือสองเติบโต
* **สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ ("Auto Cash"):** เติบโต 4.3% เป็น 37,904.30 ล้านบาท โดย "สมหวัง เงินสั่งได้" ขยายตัว 6.4%
* **คุณภาพสินทรัพย์:** NPL Ratio เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 2.13% จาก 2.09% แต่ Coverage Ratio สูงที่ 248.1%
* **เงินฝาก:** เพิ่มขึ้น 4.5% เป็น 196,718.79 ล้านบาท
**ธุรกิจหลักทรัพย์:**
* **รายได้ค่านายหน้า:** ลดลง 13.8% YoY เป็น 186.80 ล้านบาท ตามปริมาณการซื้อขายที่ลดลง
* **ส่วนแบ่งการตลาด:** ปรับดีขึ้นเป็น 1.5% จากการขยายตัวของลูกค้าสถาบันในประเทศ
**ธุรกิจจัดการกองทุน:**
* **สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM):** ลดลง 0.9% เป็น 370,587.39 ล้านบาท ตามความผันผวนของตลาด
* **รายได้ค่าธรรมเนียมพื้นฐาน:** ลดลง 0.5% YoY แต่เพิ่มขึ้น 7.9% QoQ จากการออกกองทุนใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 2.9% เป็น 273,226.66 ล้านบาท โดยเงินให้สินเชื่อเพิ่มขึ้น 0.5%
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 2.7% เป็น 228,627.49 ล้านบาท จากเงินฝากที่เพิ่มขึ้น 4.5%
* **ส่วนของเจ้าของ:** เพิ่มขึ้น 4.2% เป็น 44,599.16 ล้านบาท จากกำไรสะสม
* **มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น:** 55.70 บาท
## สรุปท้าย
TISCO ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งหักล้างการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากการขยายสินเชื่อ ส่งผลให้กำไรสุทธิทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าคุณภาพสินทรัพย์จะยังคงบริหารจัดการได้ดีและมีโอกาสจากการขยายสินเชื่อในกลุ่มที่มีผลตอบแทนสูง แต่ความผันผวนของตลาดทุนยังคงเป็นปัจจัยกดดันรายได้ค่าธรรมเนียม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อ NIM รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านเครดิตอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TISCO ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
4,909.02
ล้านบาท
↑ 2.3% YoY
กำไรขั้นต้น
15,761.55
ล้านบาท
↑ 0.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
321.07
%
กำไรสุทธิ
1,641.78
ล้านบาท
↓ 3.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
33.44
%
D/E Ratio
5.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,909
↑ + 2.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
15,762
↑ + 0.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,642
↓ -3.8%
YoY
D/E Ratio
5.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TISCO
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
5.70
ROE (%)
15.41
ROA (%)
4.58
Book Value/หุ้น
56.36
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TISCO
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+945
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-844
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TISCO
| รายการ | 2569 | 2567 | 2566 | 2561 | 2560 | 2559 | 2558 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
945.13
-87.67%
|
7,665.46
|
-4,161.19
-114.28%
|
29,132.96
-294.62%
|
-14,969.52
-25.49%
|
-20,089.52
-404.81%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-844.03
-308.96%
|
403.91
|
-1,468.78
-92.20%
|
-18,831.87
-2,585.01%
|
757.82
-87.22%
|
5,931.64
-277.59%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-87.40
-98.93%
|
-8,156.18
|
5,496.96
-154.29%
|
-10,125.29
-171.01%
|
14,259.41
+1.28%
|
14,078.70
-539.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|