บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.46
0.04 (8.00%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.65 ล้านบาท หรือคิดเป็น อัตราร้อยละ 22.84 เนื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ
1. การเพิ่มขึ้นของรายได้ จากการเร่งส่งมอบงานก่อสร้างและการรับงานก่อสร้างโครงการเอกชนขนาดเล็กและโครงการสาธารณูปโภคภาครัฐ
2 กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แต่อัตรากําไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย เนื่องจากโครงสร้างของงานที่รับ และต้นทุนการเก็บงานเพื่อ เรียกเก็บค่างวดคงค้าง
3) ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับรู้หนี้สงสัยจะสูญในบริษัทย่อย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7255 out_tok=2709 at=2026-07-26T08:24:35 -->
# TIGER Q4/2564 กำไรสุทธิหดตัว 33% รับผลกระทบโควิด-19-ล็อกดาวน์
## รายได้-กำไรลดลงตามภาพรวมอุตสาหกรรม แต่ Backlog แตะ 960 ล้านบาท
บริษัท ไทยอิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TIGER รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 30.23 ล้านบาท ลดลง 33.48% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 719.82 ล้านบาท ลดลง 19.89% สาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่ส่งผลให้ความคืบหน้าของงานก่อสร้างและการรับรู้รายได้ล่าช้าลง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีมูลค่างานในมือ (Construction Backlog) ณ สิ้นปี 2564 สูงถึง 960 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ TIGER ในปี 2564 คือ **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่ส่งผลโดยตรงต่อความล่าช้าในการดำเนินงานและการรับรู้รายได้** ทำให้กำไรสุทธิลดลง 33.48% จาก 45.43 ล้านบาทในปี 2563 เป็น 30.23 ล้านบาทในปี 2564 นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นยังปรับตัวลดลงเล็กน้อยจาก 12.00% เป็น 11.68% เนื่องจากสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่มาจากงานภาครัฐซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่างานภาคเอกชน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
มาตรการล็อกดาวน์และการปิดสถานที่ก่อสร้างในกรุงเทพฯ และจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ซึ่งเป็นที่ตั้งไซต์งานของบริษัท ส่งผลให้เกิดอุปสรรคและความล่าช้าในการขนส่งกำลังคน วัตถุดิบ และการตรวจรับงาน ทำให้การรับรู้รายได้ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2564 ชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การที่บริษัทมีโครงการก่อสร้างที่แล้วเสร็จจำนวน 5 โครงการในปี 2564 ทำให้การรับรู้รายได้จากโครงการเหล่านี้ไม่เต็มจำนวนตามขั้นความสำเร็จทางบัญชี และความล่าช้าในการเก็บค่างวดงานจากเจ้าของโครงการที่มีปัญหาด้านกระแสเงินสด ทำให้บริษัทต้องชะลอการก่อสร้างในบางโครงการเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเก็บเงินไม่ได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** แม้ว่าผลประกอบการในปี 2564 จะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ แต่ฝ่ายจัดการได้ดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรับมือ โดยการยกระดับมาตรการป้องกันโควิด-19 ในองค์กร, การมุ่งขยายงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภค, การปรับกลยุทธ์ไปรับงานก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ รวมถึงการเร่งส่งมอบงานและรักษาฐานะการเงิน นอกจากนี้ การที่บริษัทมีมูลค่างานในมือ (Construction Backlog) สูงถึง 960 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน บ่งชี้ถึงโอกาสในการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 33.48%** อยู่ที่ 30.23 ล้านบาท จาก 45.43 ล้านบาทในปี 2563
* **รายได้จากการขายและบริการปี 2564 ลดลง 19.89%** อยู่ที่ 719.82 ล้านบาท จาก 898.56 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย** จาก 12.00% เป็น 11.68% เนื่องจากสัดส่วนงานภาครัฐเพิ่มขึ้น
* **มูลค่างานในมือ (Construction Backlog) ณ สิ้นปี 2564 สูงถึง 960 ล้านบาท** เพิ่มขึ้นจาก 684 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2562
* **สัดส่วนรายได้ภาครัฐต่อเอกชนปี 2564 อยู่ที่ 73:27** และสัดส่วนงานรอส่งมอบอยู่ที่ 84:16 เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนโควิด (50:50)
* **บริษัทจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ "คอนส์อินโน จำกัด"** เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการก่อสร้าง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท ไทยอิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 719.82 ล้านบาท ลดลง 19.89% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (2563) ที่มีรายได้ 898.56 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากอุปสรรคและความล่าช้าในการดำเนินงานที่เกิดจากมาตรการล็อกดาวน์และการปิดไซต์ก่อสร้างในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงการที่บริษัทมีโครงการก่อสร้างที่แล้วเสร็จจำนวน 5 โครงการในปี 2564 ทำให้การรับรู้รายได้ไม่เต็มจำนวน และความล่าช้าในการเก็บค่างวดงานจากเจ้าของโครงการบางราย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวลดลง 22.03% มาอยู่ที่ 84.09 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 12.00% เป็น 11.68% เนื่องจากสัดส่วนรายได้ส่วนใหญ่มาจากงานภาครัฐที่มีอัตรากำไรต่ำกว่างานเอกชน ประกอบกับราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีการควบคุมที่ดี ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2564 อยู่ที่ 30.23 ล้านบาท ลดลง 33.47% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การขยายตัวในงานภาครัฐ:** บริษัทมุ่งเน้นการรับงานก่อสร้างภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภค ซึ่งมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยปัจจุบันสัดส่วนงานภาครัฐใน Backlog สูงถึง 84%
* **การปรับกลยุทธ์รับงานดิจิทัล:** บริษัทปรับกลยุทธ์มาเน้นรับงานก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ รวมถึงงานขนาดเล็กที่มีระยะเวลาก่อสร้างสั้น เพื่อทดแทนงานโรงแรมและคอมมิวนิตี้มอลล์ที่ชะลอตัว
* **ธุรกิจนวัตกรรมการก่อสร้าง:** การจัดตั้งบริษัท คอนส์อินโน จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการก่อสร้าง เป็นการสร้างโอกาสในการเติบโตในธุรกิจใหม่
* **มูลค่างานในมือที่เพิ่มขึ้น:** การมี Construction Backlog สูงถึง 960 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เป็นสัญญาณที่ดีต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง:** ราคาวัสดุก่อสร้างหลัก เช่น เหล็ก ซีเมนต์ และทองแดง ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ
* **ความล่าช้าในการเก็บค่างวดงาน:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและปัญหาด้านกระแสเงินสดของเจ้าของโครงการเอกชน อาจส่งผลให้การจ่ายชำระค่างวดงานและการอนุมัติงานเพิ่มมีความล่าช้า
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างยังคงมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในกลุ่มงานภาครัฐ
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** แม้สถานการณ์จะเริ่มคลี่คลาย แต่การระบาดของโรคอาจกลับมาส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานได้อีกครั้ง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัสดุก่อสร้าง:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนท่ามกลางราคาวัสดุที่ผันผวน
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การดำเนินงานให้เป็นไปตามแผนและสามารถรับรู้รายได้จากมูลค่างานในมือได้อย่างต่อเนื่อง
* **การขยายตัวของงานภาครัฐ:** ความสำเร็จในการประมูลและดำเนินงานโครงการภาครัฐใหม่ๆ
* **ผลการดำเนินงานของบริษัท คอนส์อินโน จำกัด:** การเติบโตของธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายนวัตกรรมเพื่อการก่อสร้าง
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** ความสามารถในการเรียกเก็บหนี้และบริหารสภาพคล่องของกิจการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** ลดลง 19.89% เป็น 719.82 ล้านบาท โดยได้รับผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ที่ทำให้การดำเนินงานล่าช้า และการที่โครงการหลายแห่งแล้วเสร็จในปี 2564 ทำให้การรับรู้รายได้ไม่เต็มที่
* **ต้นทุนขายและบริการ:** ลดลง 19.60% สอดคล้องกับรายได้ โดยมีอัตราส่วนต้นทุนต่อยอดขายใกล้เคียงปีก่อนที่ 88.32%
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 23.76 ล้านบาท หรือ 22.03% อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยเป็น 11.68% เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากงานภาครัฐเพิ่มขึ้น ซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่างานเอกชน
* **งานรอส่งมอบ (Construction Backlog):** ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 960 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการประมูลงานใหม่ที่ประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะงานภาครัฐที่มีสัดส่วนสูงขึ้น
* **การเซ็นต์สัญญาก่อสร้างใหม่:** ในปี 2564 มีการเซ็นต์สัญญาใหม่ 4 สัญญา มูลค่ารวมประมาณ 387.76 ล้านบาท แบ่งเป็นงานเอกชน 2 รายการ และงานภาครัฐ 2 รายการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงความท้าทายในการเรียกเก็บค่างวดงานและการเรียกคืนเงินประกันผลงานจากเจ้าของโครงการภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลต่อกระแสเงินสดของกลุ่มบริษัท นอกจากนี้ บริษัทมีการพิจารณาปรับลดประมาณการสำหรับมูลค่างานที่คาดว่าไม่สามารถเรียกเก็บได้สำหรับโครงการเอกชนแห่งหนึ่งจำนวน 3 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TIGER เผชิญความท้าทายในปี 2564 จากผลกระทบของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรับมือและปรับตัว โดยเฉพาะการมุ่งเน้นงานภาครัฐและการขยายสู่ธุรกิจนวัตกรรมการก่อสร้าง การมีมูลค่างานในมือที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นปัจจัยบวกสำคัญที่คาดว่าจะสนับสนุนการรับรู้รายได้ในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้นและความล่าช้าในการเก็บเงินยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIGER ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
173.25
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-12.15
ล้านบาท
↓ 60.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.01
%
กำไรสุทธิ
-30.37
ล้านบาท
↓ 33.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-17.53
%
D/E Ratio
0.83
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
173
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-12
↓ -60.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-30
↓ -33.2%
YoY
D/E Ratio
0.83
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIGER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.83
ROE (%)
-13.88
ROA (%)
-7.81
Book Value/หุ้น
1.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIGER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-100
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+50
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIGER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-99.72
+1,508.39%
|
-6.20
-81.82%
|
-34.10
-217.95%
|
28.91
-80.18%
|
145.83
-35.25%
|
225.23
-267.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.23
+410.47%
|
9.84
+186.05%
|
3.44
-50.36%
|
6.93
-103.71%
|
-187.01
+84.59%
|
-101.31
+36.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
25.90
+9,861.54%
|
0.26
-99.26%
|
35.36
-630.93%
|
-6.66
-112.64%
|
52.67
-155.54%
|
-94.84
+105.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-27.11
-796.92%
|
3.89
-83.28%
|
23.26
-20.34%
|
29.20
+154.36%
|
11.48
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8.07
-55.02%
|
17.94
-45.69%
|
33.03
+913.19%
|
3.26
-90.43%
|
34.05
+585.11%
|
4.97
-98.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6.47
-19.83%
|
8.07
-55.02%
|
17.94
-45.69%
|
33.03
+913.19%
|
3.26
-90.43%
|
34.05
+585.11%
|