บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.46
0.04 (8.00%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.65 ล้านบาท หรือคิดเป็น อัตราร้อยละ 22.84 เนื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ
1. การเพิ่มขึ้นของรายได้ จากการเร่งส่งมอบงานก่อสร้างและการรับงานก่อสร้างโครงการเอกชนขนาดเล็กและโครงการสาธารณูปโภคภาครัฐ
2 กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แต่อัตรากําไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย เนื่องจากโครงสร้างของงานที่รับ และต้นทุนการเก็บงานเพื่อ เรียกเก็บค่างวดคงค้าง
3) ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับรู้หนี้สงสัยจะสูญในบริษัทย่อย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6437 out_tok=2666 at=2026-07-26T09:18:32 -->
# TIGER Q1/2566 กำไรสุทธิพุ่ง 100% รับแรงหนุนจากโครงการใหม่ แต่กำไรขั้นต้นยังถูกกดดัน
## รายได้โต 24% จากจำนวนโครงการเพิ่ม แต่ต้นทุนพุ่งกระทบอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท ไทยอิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TIGER รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 2.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 100.91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการที่บริษัทเริ่มดำเนินการก่อสร้างโครงการใหม่ๆ ที่รับงานมาในช่วงปลายปี 2565 ทำให้มีจำนวนโครงการที่กำลังก่อสร้างและรับรู้รายได้สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นยังคงปรับตัวลดลงจากผลกระทบของงานที่รับมาในช่วงโควิดที่มีการแข่งขันสูงและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ TIGER ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเพิ่มขึ้นของจำนวนโครงการที่กำลังก่อสร้างและรับรู้รายได้** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการเติบโตถึง 24.03% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันผลประกอบการคือ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** จาก 11.16% ในปีก่อน เหลือ 9.76% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากจำนวนโครงการที่ดำเนินการก่อสร้างเพิ่มขึ้นจาก 7 โครงการในปีก่อน เป็น 11 โครงการในไตรมาสนี้ โดยกว่าครึ่งเป็นโครงการใหม่ที่ได้งานมาในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย
ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงนั้น เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ
1. **ผลกระทบจากงานที่รับมาในช่วงโควิด:** ในช่วงที่ตลาดรับเหมาก่อสร้างมีการแข่งขันรุนแรงและความต้องการลดลง บริษัทจำเป็นต้องปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นลงเพื่อรับงาน
2. **ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น:** ราคาวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก ซีเมนต์ และทองแดง ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 ทำให้ต้นทุนการก่อสร้างสูงกว่าที่ประมาณการไว้
แม้กำไรสุทธิจะเพิ่มขึ้น แต่ฝ่ายจัดการระบุว่ายังต่ำกว่าช่วงก่อนโควิดมาก และมองว่าบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยกดดันอัตรากำไร**
จากข้อมูลในเอกสารระบุว่า ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีมูลค่าปริมาณงานในมือ (Construction Backlog) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,550 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยก่อสร้างและส่งมอบงานให้ลูกค้าในช่วงปี 2566-2568 ประกอบกับกลยุทธ์ของบริษัทในการมุ่งขยายงานภาครัฐ งานภาคเอกชนที่ปรับเปลี่ยนไปตามกระแส เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ และการควบคุมต้นทุนอย่างระมัดระวัง ชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มการดำเนินงานที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นจากราคาวัสดุก่อสร้างที่ผันผวนและการขาดแคลนแรงงานยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 100.91%** แตะ 2.74 ล้านบาท จาก 1.37 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการเติบโต 24.03%** เป็น 171.74 ล้านบาท จาก 138.47 ล้านบาท
* **จำนวนโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้น** จาก 7 โครงการ เป็น 11 โครงการ
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 11.16% เหลือ 9.76% เนื่องจากผลกระทบจากงานช่วงโควิดและต้นทุนวัสดุสูงขึ้น
* **Construction Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์** ที่ 1,550 ล้านบาท คาดทยอยรับรู้รายได้ปี 2566-2568
* **สัดส่วนรายได้ภาครัฐต่อเอกชน 76:24** และคาดปรับเป็น 95:5 หลังรับงานภาครัฐขนาดใหญ่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 TIGER มีรายได้จากการขายและบริการรวม 171.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.03% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 138.47 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากจำนวนโครงการที่กำลังดำเนินการก่อสร้างเพิ่มขึ้นเป็น 11 โครงการ จากเดิม 7 โครงการ โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่ได้งานมาในช่วงครึ่งหลังของปี 2565
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้เล็กน้อย คือ 25.98% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 11.16% ในปีก่อน เหลือ 9.76% แม้กำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 8.51% เป็น 16.77 ล้านบาท แต่การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิยังไม่สามารถกลับไปสู่ระดับก่อนโควิดได้
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารมีการควบคุมได้ดี โดยไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อรวมกับปัจจัยอื่นๆ เช่น ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลง และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 100.91% เป็น 2.74 ล้านบาท
## โอกาส
* **ปริมาณงานในมือ (Backlog) สูงสุดเป็นประวัติการณ์:** มูลค่า 1,550 ล้านบาท จะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญในช่วงปี 2566-2568
* **การมุ่งเน้นงานภาครัฐ:** การปรับสัดส่วนรายได้ไปสู่ภาครัฐมากขึ้น (76% ใน Q1/2566) โดยเฉพาะการได้รับงานภาครัฐขนาดใหญ่ จะช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้
* **การปรับกลยุทธ์รับงานภาคเอกชน:** การมุ่งเน้นงานดาต้าเซ็นเตอร์, คลาวด์, บ้านประหยัดพลังงาน, โรงงานขนาดกลางถึงใหญ่ และงานขนาดเล็กที่มีระยะเวลาก่อสร้างสั้น ช่วยกระจายความเสี่ยงและเกาะกระแสเทคโนโลยี
* **การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้:** การจัดตั้งบริษัทคอนส์อินโน จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเพื่อการก่อสร้าง เป็นการเตรียมพร้อมรับมือการขาดแคลนแรงงานและเพิ่มประสิทธิภาพ
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** การยกเลิกมาตรการโควิดและการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติของประชาชน เป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมธุรกิจ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง:** ต้นทุนวัสดุที่ปรับตัวสูงขึ้นและแกว่งตัวต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นและอาจทำให้ต้นทุนเกินงบประมาณ
* **ปัญหาการขาดแคลนแรงงานก่อสร้าง:** เป็นความท้าทายที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการก่อสร้างและต้นทุน
* **ฐานะการเงินและกระแสเงินสดของเจ้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการเรียกเก็บค่างวดงานและการเรียกคืนเงินประกันผลงานจากเจ้าของโครงการที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ที่ผ่านมา
* **การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรับเหมาก่อสร้าง:** โดยเฉพาะในงานภาคเอกชนที่อาจส่งผลต่อการตั้งราคาและอัตรากำไร
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่อาจล่าช้า:** ผลกระทบต่อเนื่องจากโควิด, ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และเงินเฟ้อ อาจทำให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเป็นไปอย่างค่อยเป็นค่อยไป
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** จะสามารถปรับตัวดีขึ้นได้หรือไม่ จากการบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การรับงานใหม่
* **การรับงานใหม่:** ความสามารถในการประมูลและรับงานใหม่ที่มีคุณภาพและอัตรากำไรที่เหมาะสม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนวัสดุและแรงงานภายใต้สภาวะตลาดปัจจุบัน
* **การบริหารกระแสเงินสด:** ความคืบหน้าในการเร่งวางบิลและติดตามหนี้ค้างชำระ
* **การดำเนินงานของบริษัทคอนส์อินโน:** บทบาทในการสนับสนุนธุรกิจหลักและการสร้างรายได้ใหม่
* **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้ภาครัฐต่อเอกชน:** หลังการรับงานภาครัฐขนาดใหญ่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอน/Presale:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Presale โดยตรง แต่เน้นที่ Construction Backlog เป็นหลัก
* **Backlog:** มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,550 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงปี 2566-2568 สะท้อนถึงปริมาณงานที่รอส่งมอบในอนาคต
* **การเปิดโครงการใหม่:** ไม่ได้ระบุการเปิดโครงการใหม่ แต่กล่าวถึงการรับงานก่อสร้างโครงการใหม่ๆ ที่เริ่มดำเนินการใน Q1/2566
* **Occupancy/Rental Yield:** ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของ TIGER ในงวดนี้
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันอัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **D/E:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญกับการรักษากระแสเงินสด โดยเร่งวางบิลและติดตามเก็บหนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดงบดุลหรืองบกระแสเงินสดโดยตรง แต่ฝ่ายจัดการกล่าวถึงการให้ความสำคัญกับการรักษากระแสเงินสดของกิจการในช่วงปลายปี 2565 ถึงกลางปี 2566 โดยเน้นการเร่งวางบิลร่วมกับการติดตามเก็บหนี้ค่างวดงานและลูกหนี้ที่ค้างชำระนาน
## สรุปท้าย
TIGER ในไตรมาส 1 ปี 2566 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 100% จากการที่บริษัทเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ๆ ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้รวมเติบโต 24% ประกอบกับ Construction Backlog ที่สูงเป็นประวัติการณ์ 1,550 ล้านบาท เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่จะสนับสนุนการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความท้าทายหลักยังคงอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนก่อสร้างที่สูงขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง ซึ่งเป็นผลกระทบจากสถานการณ์ตลาดในช่วงโควิดและราคาวัสดุที่ผันผวน การติดตามแนวโน้มอัตรากำไรและการบริหารจัดการต้นทุนจะเป็นกุญแจสำคัญในการประเมินผลประกอบการของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIGER ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
173.25
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-12.15
ล้านบาท
↓ 60.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.01
%
กำไรสุทธิ
-30.37
ล้านบาท
↓ 33.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-17.53
%
D/E Ratio
0.83
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
173
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-12
↓ -60.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-30
↓ -33.2%
YoY
D/E Ratio
0.83
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIGER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.83
ROE (%)
-13.88
ROA (%)
-7.81
Book Value/หุ้น
1.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIGER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-100
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+50
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIGER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-99.72
+1,508.39%
|
-6.20
-81.82%
|
-34.10
-217.95%
|
28.91
-80.18%
|
145.83
-35.25%
|
225.23
-267.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.23
+410.47%
|
9.84
+186.05%
|
3.44
-50.36%
|
6.93
-103.71%
|
-187.01
+84.59%
|
-101.31
+36.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
25.90
+9,861.54%
|
0.26
-99.26%
|
35.36
-630.93%
|
-6.66
-112.64%
|
52.67
-155.54%
|
-94.84
+105.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-27.11
-796.92%
|
3.89
-83.28%
|
23.26
-20.34%
|
29.20
+154.36%
|
11.48
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8.07
-55.02%
|
17.94
-45.69%
|
33.03
+913.19%
|
3.26
-90.43%
|
34.05
+585.11%
|
4.97
-98.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6.47
-19.83%
|
8.07
-55.02%
|
17.94
-45.69%
|
33.03
+913.19%
|
3.26
-90.43%
|
34.05
+585.11%
|