TIGER
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TIGER
บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.46
0.04 (8.00%)

สรุปสั้น

กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.65 ล้านบาท หรือคิดเป็น อัตราร้อยละ 22.84 เนื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1. การเพิ่มขึ้นของรายได้ จากการเร่งส่งมอบงานก่อสร้างและการรับงานก่อสร้างโครงการเอกชนขนาดเล็กและโครงการสาธารณูปโภคภาครัฐ 2 กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แต่อัตรากําไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย เนื่องจากโครงสร้างของงานที่รับ และต้นทุนการเก็บงานเพื่อ เรียกเก็บค่างวดคงค้าง 3) ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับรู้หนี้สงสัยจะสูญในบริษัทย่อย

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7438 out_tok=2998 at=2026-07-26T08:53:23 --> # TIGER พลิกขาดทุน Q3/66 รับแรงส่งรายได้โต 49% แต่กำไรขั้นต้นหดเหตุต้นทุนบานปลาย ## รายได้ TIGER Q3/66 พุ่ง 49% สวนทางกำไรขั้นต้นวูบ เหตุปิดโครงการรัฐต้นทุนเกินงบ-รับงานมาร์จิ้นต่ำ บริษัท ไทยอิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TIGER รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 9.02 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 7.04 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 49.31% เป็น 678.95 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากจำนวนโครงการที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างเพิ่มขึ้น แต่กำไรขั้นต้นกลับปรับลดลงอย่างมากจาก 9.83% เหลือ 6.45% เนื่องจากต้นทุนโครงการภาครัฐแห่งหนึ่งสูงกว่างบประมาณ และการรับงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำในช่วงโควิด ประกอบกับมีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 14.98 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการมองว่าเป็นการขาดทุนจากรายการพิเศษ และบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว โดยมี Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ TIGER ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ 1) การปิดโครงการก่อสร้างภาครัฐแห่งหนึ่งที่มีต้นทุนจริงสูงกว่างบประมาณที่ตั้งไว้ถึง 5.2 ล้านบาท (Cost overrun) เนื่องจากต้องจ่ายต้นทุนส่วนเพิ่มเพื่อเร่งปิดโครงการให้ทันกำหนด และ 2) ผลกระทบจากงานที่รับมาในช่วงโควิดที่มีการแข่งขันสูงและอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าปกติ นอกจากนี้ บริษัทยังมีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญสำหรับลูกหนี้การค้ารายใหญ่ที่ประสบปัญหาทางการเงิน เป็นจำนวน 14.98 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษ (one-time charge) ที่ส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิในไตรมาสนี้ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น สาเหตุที่ต้นทุนโครงการภาครัฐสูงกว่างบประมาณเกิดจากการที่บริษัทต้องจ่ายต้นทุนส่วนเพิ่มเพื่อเร่งปิดโครงการให้ทันตามกำหนดเวลา เพื่อหลีกเลี่ยงเบี้ยปรับล่าช้าจากหน่วยงานภาครัฐ โดยโครงการดังกล่าวมีต้นทุนจริงสูงกว่างบประมาณถึง 5.2 ล้านบาท และส่งผลให้โครงการนี้มีผลขาดทุนถึง 9.26% จากเดิมที่คาดการณ์กำไร 9.09% ส่วนผลกระทบจากงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำนั้น เกิดจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรับเหมาก่อสร้างช่วงโควิด ทำให้บริษัทต้องปรับลดอัตรากำไรลงเพื่อรับงาน ประกอบกับการที่รายได้ส่วนใหญ่ในไตรมาสนี้มาจากงานภาครัฐซึ่งมีมูลค่าโครงการสูงแต่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่างานเอกชน นอกจากนี้ ราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น เหล็ก ซีเมนต์ ทองแดง ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ค่าใช้จ่ายช่วงปิดโครงการสูงกว่าที่ประมาณการไว้เล็กน้อย ส่วนการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ เกิดจากลูกหนี้การค้ารายใหญ่ซึ่งเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประสบปัญหาทางการเงิน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ จากเอกสารที่ระบุ ฝ่ายจัดการมองว่าผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2566 เป็นการขาดทุนจากรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (one-time charge) และบริษัทได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว โดยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากมูลค่าปริมาณงานในมือ (Construction Backlog) ที่สูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1,157 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงปี 2566-2568 ประกอบกับกลยุทธ์การรับงานที่เน้นคุณภาพและอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น รวมถึงการควบคุมต้นทุนอย่างระมัดระวัง ทำให้ **มีโอกาสต่อเนื่อง** ในการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะถัดไป อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์ราคาวัสดุก่อสร้างและแรงงาน รวมถึงความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **รายได้เติบโต 49.31%:** TIGER มีรายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 3 ปี 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 678.95 ล้านบาท จาก 454.72 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีโครงการก่อสร้างในมือที่ดำเนินการสูงขึ้นเป็น 13 โครงการ จาก 7 โครงการในปี 2565 * **กำไรขั้นต้นลดลง 2.12%:** แม้รายได้จะเติบโต แต่กำไรขั้นต้นกลับลดลงเล็กน้อยจาก 44.71 ล้านบาท เหลือ 43.76 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 9.83% เหลือ 6.45% * **ขาดทุนสุทธิ 9.02 ล้านบาท:** พลิกจากกำไรสุทธิ 7.04 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการปิดโครงการภาครัฐที่มีต้นทุนเกินงบประมาณ และการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ 14.98 ล้านบาท * **Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์:** ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีมูลค่าปริมาณงานในมือ (Construction Backlog) สูงถึง 1,157 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 2568 * **สัดส่วนรายได้ภาครัฐสูง:** สัดส่วนรายได้จากภาครัฐต่อเอกชนอยู่ที่ 85:15 และสัดส่วนงานในมือ (Backlog) ภาครัฐต่อเอกชนอยู่ที่ 98:2 สะท้อนการมุ่งเน้นงานภาครัฐ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท ไทยอิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 678.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49.31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 454.72 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากจำนวนโครงการที่อยู่ระหว่างการดำเนินการที่เพิ่มขึ้นเป็น 13 โครงการ จาก 7 โครงการในปี 2565 โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่รับมาในช่วงปลายปี 2565 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้เล็กน้อย ส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 90.17% เป็น 93.55% ทำให้กำไรขั้นต้นปรับตัวลดลง 2.12% จาก 44.71 ล้านบาท เหลือ 43.76 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 9.83% เหลือ 6.45% เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น และการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 14.98 ล้านบาท ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 9.02 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 7.04 ล้านบาท ## โอกาส * **การเติบโตของรายได้จาก Backlog:** มูลค่า Backlog ที่สูงถึง 1,157 ล้านบาท จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า * **การมุ่งเน้นงานภาครัฐ:** การปรับกลยุทธ์ไปรับงานภาครัฐที่มีการเติบโต โดยเฉพาะงานระบบสาธารณูปโภค จะช่วยสร้างรายได้ที่มั่นคง * **การปรับกลยุทธ์งานเอกชน:** การหันมารับงานก่อสร้าง Data Center, Cloud, อาคารประหยัดพลังงาน, โรงงานขนาดกลางและใหญ่ รวมถึงงานขนาดเล็กที่มีระยะเวลาก่อสร้างสั้น จะช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสใหม่ * **การพัฒนาบุคลากร:** การให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดอัตราการลาออก ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนก่อสร้างผันผวน:** ราคาวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุน * **การขาดแคลนแรงงาน:** ปัญหาการขาดแคลนแรงงานก่อสร้างยังคงเป็นความท้าทายในการดำเนินงาน * **ฐานะการเงินลูกค้า:** ความเสี่ยงด้านฐานะการเงินและกระแสเงินสดของเจ้าของโครงการภาคเอกชน อาจส่งผลกระทบต่อการเรียกเก็บค่างวดงานและเงินประกันผลงาน * **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะภาคเอกชน อาจส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การบริหารจัดการต้นทุนโครงการ:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนโครงการให้เป็นไปตามงบประมาณ โดยเฉพาะโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ * **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การส่งมอบงานตามแผน และการบริหารจัดการโครงการใหม่ที่เข้ามา * **การบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญ:** การติดตามและประเมินสถานะของลูกหนี้การค้าที่มีปัญหาทางการเงิน * **การปรับตัวต่อราคาวัสดุและแรงงาน:** กลยุทธ์การบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคา * **การขยายตัวในกลุ่มงานเอกชนใหม่:** ความสำเร็จในการรับงาน Data Center, Cloud และอาคารประหยัดพลังงาน * **อัตรากำไรขั้นต้น:** แนวโน้มการฟื้นตัวของอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสถัดไป ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **การโอนและ Presale:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับยอด Presale หรือมูลค่าการโอนโครงการที่อยู่อาศัยโดยตรง แต่ระบุถึงการรับรู้รายได้จากโครงการก่อสร้างต่างๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานภาครัฐและงานก่อสร้างเฉพาะทาง **Backlog:** บริษัทมี Construction Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,157 ล้านบาท ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ระหว่างปี 2566-2568 โดยสัดส่วนงานภาครัฐต่อเอกชนใน Backlog อยู่ที่ 98:2 **การเปิดโครงการใหม่:** ในช่วงปี 2566 มีการเริ่มโครงการรัฐบาลขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นอีก 2 โครงการ และในไตรมาส 3 ปี 2566 มีโครงการก่อสร้างในมือที่อยู่ระหว่างดำเนินการสูงถึง 13 โครงการ โดยกว่าครึ่งเป็นโครงการใหม่ที่ประมูลได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 **Occupancy/Rental Yield:** ไม่ปรากฏข้อมูลในเอกสาร **ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนก่อสร้างเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น โดยเฉพาะการปิดโครงการภาครัฐแห่งหนึ่งที่มีต้นทุนจริงสูงกว่างบประมาณ และราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง **D/E:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล D/E Ratio **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญกับการรักษากระแสเงินสด โดยเร่งวางบิลและติดตามเก็บหนี้ค่างวดงานและลูกหนี้ที่ค้างชำระนาน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงบดุล เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรือ D/E Ratio โดยตรง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงการให้ความสำคัญกับการรักษากระแสเงินสดของกิจการในช่วงปลายปี 2565 ถึงกลางปี 2566 โดยเน้นการเร่งวางบิลและติดตามเก็บหนี้ค่างวดงานและลูกหนี้ที่ค้างชำระนาน ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องในช่วงเวลาที่ท้าทาย ## สรุปท้าย TIGER ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการปิดโครงการภาครัฐที่ต้นทุนเกินงบประมาณ และการรับงานที่มีมาร์จิ้นต่ำในช่วงโควิด ประกอบกับการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญจำนวนมาก ทำให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งถึง 49% และ Backlog ที่สูงเป็นประวัติการณ์ บ่งชี้ถึงโอกาสในการฟื้นตัวของผลประกอบการในอนาคต โดยบริษัทได้ปรับกลยุทธ์ไปเน้นงานภาครัฐและงานเฉพาะทางมากขึ้น แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงด้านต้นทุนก่อสร้างที่ผันผวน และการบริหารจัดการหนี้ของลูกค้าอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIGER ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
173.25 ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-12.15 ล้านบาท
↓ 60.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.01 %
กำไรสุทธิ
-30.37 ล้านบาท
↓ 33.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-17.53 %
D/E Ratio
0.83
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
173
↑ + 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-12
↓ -60.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-30
↓ -33.2% YoY
D/E Ratio
0.83

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIGER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
173.25
+7.24%
161.55
-40.24%
270.31
+27.86%
211.42
+3.04%
205.18
-69.62%
675.39
+101.51%
กำไรขั้นต้น
-12.15
+60.11%
-30.46
-204.66%
29.10
+99.53%
14.59
-29.21%
20.61
+97.70%
10.42
-80.19%
ค่าใช้จ่ายรวม
16.59
+13.28%
14.64
-2.75%
15.06
+0.13%
15.04
+30.67%
11.51
+47.03%
7.83
-57.12%
กำไรสุทธิ
-30.37
+33.22%
-45.48
-478.60%
12.01
+875.97%
-1.55
-117.35%
8.92
+4,327.96%
-0.21
-100.77%
กำไรต่อหุ้น
-0.07
+33.33%
-0.10
-480.77%
0.03
+966.67%
0.00
-115.79%
0.02
0.00
-100.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%)
-13.88
-64.26%
-8.45
-1,361.19%
0.67
-35.58%
1.04
-79.73%
5.13
+203.55%
1.69
ROA(%)
-7.81
-57.78%
-4.95
-726.58%
0.79
-38.76%
1.29
-74.10%
4.98
+200.00%
1.66
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.83
+29.69%
0.64
-1.54%
0.65
+54.76%
0.42
+10.53%
0.38
-33.33%
0.57
P/E
-100.00
-413.58%
31.89
+131.89%
-100.00
-303.54%
49.13
-1.09%
49.67
+355.27%
10.91
-12.09%
P/BV
0.31
-41.51%
0.53
-31.17%
0.77
-44.60%
1.39
-24.86%
1.85
+42.31%
1.30
-12.16%
BV
1.09
-14.17%
1.27
+1.60%
1.25
-1.57%
1.27
-1.55%
1.29
-3.01%
1.33
-2.21%
YIELD(%)
0.00
0.00
0.00
-100.00%
3.11
-17.72%
3.78
-63.65%
10.40
+108.00%
ราคาหุ้น
0.34
-50.00%
0.68
-29.90%
0.97
-45.20%
1.77
-25.63%
2.38
+37.57%
1.73
-13.50%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
-7.01
+62.81%
-18.85
-275.02%
10.77
+56.09%
6.90
-31.27%
10.04
+551.95%
1.54
-90.19%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
9.57
+5.63%
9.06
+62.66%
5.57
-21.66%
7.11
+26.74%
5.61
+383.62%
1.16
-78.72%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-17.53
+37.73%
-28.15
-734.01%
4.44
+708.22%
-0.73
-116.78%
4.35
+14,600.00%
-0.03
-100.37%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.83
ROE (%)
-13.88
ROA (%)
-7.81
Book Value/หุ้น
1.01

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIGER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
587.34
-7.26%
633.32
-9.98%
703.57
+6.69%
659.46
+2.60%
642.74
+34.10%
479.28
-31.52%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
270.95
+10.20%
245.88
-5.59%
260.45
+54.62%
168.44
-11.08%
189.44
-30.65%
273.17
+71.70%
รวมสินทรัพย์
858.29
-2.38%
879.20
-8.80%
964.02
+16.44%
827.91
-0.51%
832.18
+10.60%
752.45
-12.40%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
375.75
+15.67%
324.84
-8.91%
356.63
+59.30%
223.86
+10.32%
202.92
+64.31%
123.49
-35.54%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
14.72
-11.75%
16.68
-22.41%
21.50
+2.80%
20.91
-22.47%
26.97
+65.55%
16.29
-6.22%
รวมหนี้สิน
390.47
+14.33%
341.52
-9.68%
378.12
+54.48%
244.78
+6.47%
229.89
+64.46%
139.79
-33.11%
รวมส่วนของเจ้าของ
467.82
-12.99%
537.68
-8.23%
585.89
+0.47%
583.13
-3.18%
602.29
-1.69%
612.66
-5.75%
D/E
0.83
0.64
0.65
0.42
0.38
0.23
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-13.88
-8.45
0.67
1.04
5.13
1.69
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
-7.81
-4.95
0.79
1.29
4.98
1.66
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.56
1.95
1.97
2.95
3.17
2.10
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.48
0.36
0.48
0.96
0.98
0.42
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
83.75
69.30
0.00
0.00
82.52
79.99
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
3.50
3.16
0.00
0.00
1.63
1.35
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
51.12
50.69
0.00
0.00
61.32
44.83
วงจรเงินสด
36.12
21.77
0.00
0.00
22.82
36.51
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-100
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+50
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIGER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-99.72
+1,508.39%
-6.20
-81.82%
-34.10
-217.95%
28.91
-80.18%
145.83
-35.25%
225.23
-267.96%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
50.23
+410.47%
9.84
+186.05%
3.44
-50.36%
6.93
-103.71%
-187.01
+84.59%
-101.31
+36.24%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
25.90
+9,861.54%
0.26
-99.26%
35.36
-630.93%
-6.66
-112.64%
52.67
-155.54%
-94.84
+105.77%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-27.11
-796.92%
3.89
-83.28%
23.26
-20.34%
29.20
+154.36%
11.48
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
8.07
-55.02%
17.94
-45.69%
33.03
+913.19%
3.26
-90.43%
34.05
+585.11%
4.97
-98.08%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
6.47
-19.83%
8.07
-55.02%
17.94
-45.69%
33.03
+913.19%
3.26
-90.43%
34.05
+585.11%