TIGER
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TIGER
บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.41
0.01 (2.38%)

สรุปสั้น

กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.65 ล้านบาท หรือคิดเป็น อัตราร้อยละ 22.84 เนื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1. การเพิ่มขึ้นของรายได้ จากการเร่งส่งมอบงานก่อสร้างและการรับงานก่อสร้างโครงการเอกชนขนาดเล็กและโครงการสาธารณูปโภคภาครัฐ 2 กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แต่อัตรากําไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย เนื่องจากโครงสร้างของงานที่รับ และต้นทุนการเก็บงานเพื่อ เรียกเก็บค่างวดคงค้าง 3) ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับรู้หนี้สงสัยจะสูญในบริษัทย่อย

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7369 out_tok=2452 at=2026-07-26T09:04:32 --> # TIGER Q3/2565 กำไรสุทธิหด 68% รับแรงกดดันต้นทุน-รายได้ชะลอ ## รายได้-กำไร Q3/65 หดตัว หลังโครงการลด-ต้นทุนพุ่ง ฝ่ายจัดการเร่งรัดเก็บเงิน บริษัท ไทยอิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TIGER รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 7.04 ล้านบาท ลดลง 68.46% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 9.17% และอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการปรับกลยุทธ์เน้นการบริหารกระแสเงินสดและการรับมือกับต้นทุนที่สูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TIGER ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การหดตัวของรายได้จากการขายและบริการ ประกอบกับการปรับลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น** **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** 1. **รายได้จากการขายและบริการลดลง:** สาเหตุหลักมาจากจำนวนโครงการที่ดำเนินการก่อสร้างลดลง โดยบริษัทได้เร่งปิดโครงการในปี 2564 และยังไม่มีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่เริ่มในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 นอกจากนี้ การทยอยติดเชื้อโควิด-19 เป็นคลัสเตอร์ขนาดเล็กในไซต์งาน ส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าของงานเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ใช้มาตรการเข้มงวดกว่า อีกทั้งบริษัทได้ปรับเปลี่ยนกลยุทธ์มาให้ความสำคัญกับการเร่งวางบิลและติดตามเก็บหนี้ค้างชำระมากกว่าการเร่งทำ Progress งาน เพื่อบริหารกระแสเงินสด ทำให้การรับรู้รายได้ตามขั้นความสำเร็จลดลง โดยมูลค่างานที่เสร็จแต่ยังไม่เรียกเก็บมีมูลค่า 350.57 ล้านบาท ลดลง 14% จากสิ้นปี 2564 2. **อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลง:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 12.28% ในไตรมาส 3 ปี 2564 มาอยู่ที่ 9.83% ในไตรมาส 3 ปี 2565 เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากงานภาครัฐซึ่งมีมูลค่าโครงการสูงแต่อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่างานภาคเอกชน นอกจากนี้ ราคาวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก ซีเมนต์ และทองแดง ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนช่วงปิดโครงการสูงกว่าที่ประมาณการไว้เล็กน้อย ในขณะที่ปีก่อนบริษัทสามารถปิดโครงการด้วยต้นทุนจริงที่ต่ำกว่าประมาณการได้ถึง 2 โครงการ **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม:** แม้ว่าปัจจัยด้านต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นอาจมีผลต่อเนื่อง แต่การปรับกลยุทธ์ของบริษัทที่เน้นการบริหารกระแสเงินสดและระมัดระวังในการรับงานมากขึ้น รวมถึงการมีโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ 1 โครงการที่จะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 4 ปี 2565 อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของภาคเอกชนและการแข่งขันในตลาดรับเหมาที่ยังคงมีอยู่ อาจส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/65 อยู่ที่ 7.04 ล้านบาท ลดลง 68.46% YoY** จาก 22.30 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการขายและบริการ Q3/65 อยู่ที่ 454.72 ล้านบาท ลดลง 9.17% YoY** จาก 500.65 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/65 อยู่ที่ 9.83% ลดลงจาก 12.28%** ในช่วงเดียวกันของปีก่อน * **ต้นทุนขายและบริการต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 90.17%** จาก 87.72% ในปีก่อน * **Construction Backlog ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 963 ล้านบาท** ใกล้เคียงกับสิ้นปี 2564 ที่ 960 ล้านบาท * **สัดส่วนรายได้ภาครัฐบาลต่อเอกชนอยู่ที่ 80:20** และสัดส่วนงาน Backlog อยู่ที่ 86:14 ซึ่งงานภาครัฐมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท ไทยอิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 454.72 ล้านบาท ลดลง 9.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากจำนวนโครงการที่ดำเนินการก่อสร้างลดลง ประกอบกับการปรับกลยุทธ์เน้นการบริหารกระแสเงินสด ทำให้การรับรู้รายได้ตามขั้นความสำเร็จชะลอตัวลง ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 410.01 ล้านบาท ลดลง 6.64% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แต่อัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายปรับสูงขึ้นเป็น 90.17% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 27.26% มาอยู่ที่ 44.71 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 9.83% กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 7.04 ล้านบาท ลดลง 68.46% ## โอกาส * **การมุ่งขยายงานภาครัฐ:** บริษัทได้ปรับกลยุทธ์มาเน้นงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภค ซึ่งยังมีการเติบโต โดยมีสัดส่วนรายได้ภาครัฐบาลต่อเอกชนอยู่ที่ 80:20 และสัดส่วนงาน Backlog อยู่ที่ 86:14 * **การปรับกลยุทธ์รับงานภาคเอกชน:** หันมารับงานก่อสร้าง Data Center, Cloud, อาคารประหยัดพลังงาน, ศูนย์การค้าปลีก, โลจิสติกส์ รวมถึงงานขนาดเล็กที่มีระยะเวลาก่อสร้างสั้น * **การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้:** จัดตั้งบริษัทคอนส์อินโน จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเพื่อการก่อสร้าง เพื่อรับมือกับการขาดแคลนแรงงานในอนาคต * **โครงการภาครัฐขนาดใหญ่ที่กำลังจะเริ่ม:** มีโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ 1 โครงการที่จะเริ่มก่อสร้างในไตรมาส 4 ปี 2565 ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้ในระยะต่อไป ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่สูงขึ้น:** สถานการณ์เงินเฟ้อส่งผลให้ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง ค่าแรง และพลังงานปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กดดันต้นทุนการผลิต * **การขาดแคลนแรงงานก่อสร้าง:** เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจรับเหมาก่อสร้างโดยรวม * **ฐานะการเงินและกระแสเงินสดของเจ้าของโครงการ:** ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อการเรียกเก็บค่างวดงานและการเรียกคืนเงินประกันผลงาน * **การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดรับเหมา:** โดยเฉพาะในช่วงที่รับงานมาในช่วงโควิด ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ * **ความล่าช้าของโครงการ:** การทยอยติดเชื้อในไซต์งานส่งผลกระทบต่อความคืบหน้าของโครงการ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การเริ่มโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ใน Q4/65:** จะส่งผลต่อรายได้และ Backlog ในไตรมาสถัดไปอย่างไร * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าแรงที่ผันผวน * **การติดตามหนี้และกระแสเงินสด:** ประสิทธิภาพในการเรียกเก็บค่างวดงานและบริหารสภาพคล่อง * **การปรับตัวรับงานภาคเอกชน:** ความสำเร็จในการเจาะตลาดกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ เช่น Data Center * **แนวโน้มการแข่งขันในตลาดรับเหมา:** จะมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นได้หรือไม่ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) * **การโอน (Presale/Backlog):** แม้รายได้จากการขายและบริการจะลดลง แต่ Construction Backlog ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 963 ล้านบาท ไม่แตกต่างจากสิ้นปี 2564 แสดงถึงการรักษาปริมาณงานในมือไว้ได้ โดยมีสัดส่วนงานภาครัฐสูงถึง 86% ใน Backlog * **การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงการเปิดโครงการใหม่โดยตรง แต่กล่าวถึงการปรับกลยุทธ์การรับงาน * **Occupancy/Rental Yield:** ไม่ปรากฏข้อมูลในเอกสาร * **ต้นทุนก่อสร้าง:** เป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง โดยเฉพาะราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น * **D/E:** ไม่ปรากฏข้อมูลในเอกสาร * **กระแสเงินสดจากโครงการ:** บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษากระแสเงินสด โดยเร่งวางบิลและติดตามเก็บหนี้ค่างวดงานมากกว่าการเร่งทำ Progress งาน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด บริษัทให้ความสำคัญกับการรักษากระแสเงินสดของกิจการในปี 2565 โดยเร่งวางบิลร่วมกับการติดตามเก็บหนี้ค่างวดงานและติดตามลูกหนี้ที่ค้างชำระนาน มากกว่าการเร่งจ่ายต้นทุนและทำ Progress งาน หรือการรับงานในโครงการใหม่เพิ่มเติม มูลค่างานที่เสร็จแต่ยังไม่เรียกเก็บในงบการเงินมีมูลค่า 350.57 ล้านบาท ลดลง 14% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 ## สรุปท้าย TIGER เผชิญความท้าทายในไตรมาส 3 ปี 2565 จากรายได้ที่ชะลอตัวและอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์เน้นบริหารกระแสเงินสด การลดลงของจำนวนโครงการ และต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการปรับตัวโดยเน้นงานภาครัฐมากขึ้น และเริ่มมองหาโอกาสในกลุ่มธุรกิจใหม่ๆ การติดตามการเริ่มโครงการภาครัฐขนาดใหญ่ในไตรมาส 4 และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและกระแสเงินสด จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIGER ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
173.25 ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-12.15 ล้านบาท
↓ 60.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.01 %
กำไรสุทธิ
-30.37 ล้านบาท
↓ 33.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-17.53 %
D/E Ratio
0.83
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
173
↑ + 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-12
↓ -60.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-30
↓ -33.2% YoY
D/E Ratio
0.83

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIGER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
173.25
+7.24%
161.55
-40.24%
270.31
+27.86%
211.42
+3.04%
205.18
-69.62%
675.39
+101.51%
กำไรขั้นต้น —
-12.15
+60.11%
-30.46
-204.66%
29.10
+99.53%
14.59
-29.21%
20.61
+97.70%
10.42
-80.19%
ค่าใช้จ่ายรวม —
16.59
+13.28%
14.64
-2.75%
15.06
+0.13%
15.04
+30.67%
11.51
+47.03%
7.83
-57.12%
กำไรสุทธิ —
-30.37
+33.22%
-45.48
-478.60%
12.01
+875.97%
-1.55
-117.35%
8.92
+4,327.96%
-0.21
-100.77%
กำไรต่อหุ้น —
-0.07
+33.33%
-0.10
-480.77%
0.03
+966.67%
0.00
-115.79%
0.02
0.00
-100.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
-13.88
-64.26%
-8.45
-1,361.19%
0.67
-35.58%
1.04
-79.73%
5.13
+203.55%
1.69
ROA(%) —
-7.81
-57.78%
-4.95
-726.58%
0.79
-38.76%
1.29
-74.10%
4.98
+200.00%
1.66
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.83
+29.69%
0.64
-1.54%
0.65
+54.76%
0.42
+10.53%
0.38
-33.33%
0.57
P/E —
-100.00
-413.58%
31.89
+131.89%
-100.00
-303.54%
49.13
-1.09%
49.67
+355.27%
10.91
-12.09%
P/BV —
0.31
-41.51%
0.53
-31.17%
0.77
-44.60%
1.39
-24.86%
1.85
+42.31%
1.30
-12.16%
BV —
1.09
-14.17%
1.27
+1.60%
1.25
-1.57%
1.27
-1.55%
1.29
-3.01%
1.33
-2.21%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
-100.00%
3.11
-17.72%
3.78
-63.65%
10.40
+108.00%
ราคาหุ้น —
0.34
-50.00%
0.68
-29.90%
0.97
-45.20%
1.77
-25.63%
2.38
+37.57%
1.73
-13.50%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
-7.01
+62.81%
-18.85
-275.02%
10.77
+56.09%
6.90
-31.27%
10.04
+551.95%
1.54
-90.19%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
9.57
+5.63%
9.06
+62.66%
5.57
-21.66%
7.11
+26.74%
5.61
+383.62%
1.16
-78.72%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-17.53
+37.73%
-28.15
-734.01%
4.44
+708.22%
-0.73
-116.78%
4.35
+14,600.00%
-0.03
-100.37%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.83
ROE (%)
-13.88
ROA (%)
-7.81
Book Value/หุ้น
1.01

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIGER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
587.34
-7.26%
633.32
-9.98%
703.57
+6.69%
659.46
+2.60%
642.74
+34.10%
479.28
-31.52%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
270.95
+10.20%
245.88
-5.59%
260.45
+54.62%
168.44
-11.08%
189.44
-30.65%
273.17
+71.70%
รวมสินทรัพย์ —
858.29
-2.38%
879.20
-8.80%
964.02
+16.44%
827.91
-0.51%
832.18
+10.60%
752.45
-12.40%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
375.75
+15.67%
324.84
-8.91%
356.63
+59.30%
223.86
+10.32%
202.92
+64.31%
123.49
-35.54%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
14.72
-11.75%
16.68
-22.41%
21.50
+2.80%
20.91
-22.47%
26.97
+65.55%
16.29
-6.22%
รวมหนี้สิน —
390.47
+14.33%
341.52
-9.68%
378.12
+54.48%
244.78
+6.47%
229.89
+64.46%
139.79
-33.11%
รวมส่วนของเจ้าของ —
467.82
-12.99%
537.68
-8.23%
585.89
+0.47%
583.13
-3.18%
602.29
-1.69%
612.66
-5.75%
D/E —
0.83
0.64
0.65
0.42
0.38
0.23
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-13.88
-8.45
0.67
1.04
5.13
1.69
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-7.81
-4.95
0.79
1.29
4.98
1.66
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.56
1.95
1.97
2.95
3.17
2.10
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.48
0.36
0.48
0.96
0.98
0.42
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
83.75
69.30
0.00
0.00
82.52
79.99
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
3.50
3.16
0.00
0.00
1.63
1.35
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
51.12
50.69
0.00
0.00
61.32
44.83
วงจรเงินสด —
36.12
21.77
0.00
0.00
22.82
36.51
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-100
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+50
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIGER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-99.72
+1,508.39%
-6.20
-81.82%
-34.10
-217.95%
28.91
-80.18%
145.83
-35.25%
225.23
-267.96%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
50.23
+410.47%
9.84
+186.05%
3.44
-50.36%
6.93
-103.71%
-187.01
+84.59%
-101.31
+36.24%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
25.90
+9,861.54%
0.26
-99.26%
35.36
-630.93%
-6.66
-112.64%
52.67
-155.54%
-94.84
+105.77%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-27.11
-796.92%
3.89
-83.28%
23.26
-20.34%
29.20
+154.36%
11.48
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
8.07
-55.02%
17.94
-45.69%
33.03
+913.19%
3.26
-90.43%
34.05
+585.11%
4.97
-98.08%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
6.47
-19.83%
8.07
-55.02%
17.94
-45.69%
33.03
+913.19%
3.26
-90.43%
34.05
+585.11%