บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.46
0.04 (8.00%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.65 ล้านบาท หรือคิดเป็น อัตราร้อยละ 22.84 เนื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ
1. การเพิ่มขึ้นของรายได้ จากการเร่งส่งมอบงานก่อสร้างและการรับงานก่อสร้างโครงการเอกชนขนาดเล็กและโครงการสาธารณูปโภคภาครัฐ
2 กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แต่อัตรากําไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย เนื่องจากโครงสร้างของงานที่รับ และต้นทุนการเก็บงานเพื่อ เรียกเก็บค่างวดคงค้าง
3) ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับรู้หนี้สงสัยจะสูญในบริษัทย่อย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13334 out_tok=2370 at=2026-08-07T18:14:25 -->
# TIGER พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/69 เล็กน้อย รับต้นทุนโครงการเกินงบ 9.5 ล้านบาท
## ฝ่ายบริหาร TIGER ชี้ต้นทุนโครงการภาครัฐ 2 แห่งบานปลาย ฉุดกำไรขั้นต้นหดตัว ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมยังท้าทาย
บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TIGER รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 3.51 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 9.81% เป็น 360.23 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากต้นทุนโครงการที่สูงกว่าประมาณการถึง 9.5 ล้านบาทใน 2 โครงการภาครัฐ ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างยังคงเผชิญความท้าทาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้ TIGER พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ **ต้นทุนโครงการที่สูงกว่างบประมาณ (Project cost overrun) จำนวน 9.5 ล้านบาท** จาก 2 โครงการภาครัฐ ได้แก่ โครงการประปาสุรินทร์ (เกิน 1.5 ล้านบาท) และโครงการประปาโพธาราม (เกิน 8.00 ล้านบาท) เหตุการณ์นี้ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และไม่เพียงพอที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ต้นทุนที่เกินกว่างบประมาณส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปเพื่อเร่งเบิกงวดงานตามนโยบายการเร่งรัดติดตามกระแสเงินสดของบริษัทฯ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การบริหารจัดการกระแสเงินสดที่ดีขึ้นในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่สูงขึ้นนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 7.77% ใน Q2/68 เป็น 6.02% ใน Q2/69 นอกจากนี้ สภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างที่ยังคงย่ำแย่ ทำให้บริษัทไม่สามารถหางานใหม่มาชดเชยโครงการที่จบไปได้ และผลประกอบการของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยสนับสนุนคือ ฝ่ายบริหารได้ระบุถึงกลยุทธ์การปรับปรุงการดำเนินงานหลายประการ เช่น การปรับกลยุทธ์การประมูลงาน (Smart Bidding) โดยมุ่งเน้นโครงการที่ให้ผลตอบแทนเหมาะสมและมีความเสี่ยงที่ยอมรับได้ การยกระดับขีดความสามารถขององค์กร การมุ่งเน้นคุณภาพลูกค้าและการบริหารกระแสเงินสด รวมถึงการปรับพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดที่มีศักยภาพ กลยุทธ์เหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทพยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ อย่างไรก็ตาม สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 3.51 ล้านบาท:** ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้เติบโต
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 9.81%:** เป็น 360.23 ล้านบาท จากการเร่งงานก่อสร้างโรงแรม 6 ดาวที่ภูเก็ต
* **กำไรขั้นต้นลดลง 14.87%:** เหลือ 21.69 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 7.77% เป็น 6.02%
* **Project cost overrun 9.5 ล้านบาท:** เกิดจาก 2 โครงการภาครัฐ (ประปาสุรินทร์ และประปาโพธาราม)
* **Backlog ลดลงเหลือ 602 ล้านบาท:** จาก 1,575 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2567 เนื่องจากไม่มีงานใหม่เข้ามามากนัก
* **D/E ลดลง:** จาก 0.83 เป็น 0.78 จากการบริหารจัดการกระแสเงินสดที่ดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 3.51 ล้านบาท ใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 9.81% เป็น 360.23 ล้านบาท โดยในไตรมาส 2 ปี 2569 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 3.51 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการปิดโครงการภาครัฐ 2 โครงการที่มีต้นทุนเกินงบประมาณรวม 9.5 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวยังส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
## โอกาส
* **การเร่งงานโครงการโรงแรม 6 ดาวที่ภูเก็ต:** เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยหนุนรายได้ในไตรมาสนี้
* **การปรับกลยุทธ์การประมูลงาน (Smart Bidding):** มุ่งเน้นโครงการที่มีคุณภาพและให้ผลตอบแทนที่เหมาะสม
* **การยกระดับขีดความสามารถขององค์กร:** พัฒนาบุคลากร เทคโนโลยี และกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างคุณค่าเพิ่ม
* **การปรับพอร์ตธุรกิจสู่ตลาดที่มีศักยภาพ:** มุ่งเน้นโครงการที่มีแนวโน้มการเติบโตและความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เช่น โรงแรม, โรงเรียนนานาชาติ, โรงพยาบาล
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง:** จากการชะลอตัวของการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน
* **ความเสี่ยงด้านต้นทุนโครงการ (Cost Overrun):** ดังที่เกิดขึ้นใน 2 โครงการภาครัฐ
* **ปริมาณงานในมือ (Backlog) อยู่ในระดับต่ำ:** เพียง 602 ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าระดับที่เหมาะสมต่อการสนับสนุนการเติบโตระยะยาว
* **ความเสี่ยงเรื่องกระแสเงินสดของเจ้าของโครงการ:** ส่งผลให้มีปริมาณงานในมือกว่า 80 ล้านบาทถูกยกเลิกไป
* **ผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความสามารถในการประมูลงานใหม่ที่มีมูลค่าสูง:** เพื่อเพิ่มปริมาณงานในมือ (Backlog) ให้เพียงพอต่อการเติบโต
* **การบริหารจัดการต้นทุนโครงการ:** เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด Project cost overrun ซ้ำอีก
* **ความคืบหน้าในการดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่วางไว้:** โดยเฉพาะ Smart Bidding และการขยายสู่ตลาดที่มีศักยภาพ
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยและบริษัทร่วม:** ว่าจะสามารถฟื้นตัวได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** การบริหารจัดการหนี้สินเพื่อรักษาสภาพคล่องทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 9.81% เป็น 360.23 ล้านบาท โดยมีโครงการหลักที่รับรู้รายได้คือ โรงแรม 6 ดาวภูเก็ต (243.52 ล้านบาท), ระบบส่งน้ำฯ อุตรดิตถ์ (42.49 ล้านบาท), และคอนโดมิเนียมอารีย์ (25.26 ล้านบาท) รายได้จากส่วนงานสนับสนุนการก่อสร้างจากบริษัทย่อยก็เติบโตขึ้น
* **ต้นทุนขายและบริการ:** เพิ่มขึ้น 11.88% เป็น 338.54 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายอยู่ที่ 93.98%
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลง 14.87% เป็น 21.69 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 6.02% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปริมาณงานในมือ เนื่องจากผลกระทบจากต้นทุนโครงการที่เกินงบประมาณ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลงเล็กน้อยจาก 28.67 ล้านบาท เป็น 26.70 ล้านบาท จากนโยบายควบคุมค่าใช้จ่ายและปรับโครงสร้างบุคลากร
* **ปริมาณงานในมือ (Backlog):** ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 อยู่ที่ 602 ล้านบาท โดยมีสัดส่วนงานเอกชนต่อรัฐบาลที่ 30:70 ซึ่งฝ่ายบริหารมองว่าอยู่ในระดับต่ำ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
บริษัทฯ มีการบริหารจัดการกระแสเงินสดได้ดีขึ้น ส่งผลให้ยอดลูกหนี้การค้าและรายได้ที่ยังไม่เรียกชำระลดลง อีกทั้งสามารถวางบิลเรียกเก็บค่าบริการก่อสร้างได้สูงกว่าต้นทุนที่ใช้ไป ทำให้มีกระแสเงินสดส่วนเพิ่มจากรายได้ค่าก่อสร้างรับล่วงหน้า ซึ่งนำไปใช้ในการจ่ายชำระเจ้าหนี้การค้าและหนี้เงินกู้ยืมจากธนาคาร ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงจาก 0.83 มาเป็น 0.78
## สรุปท้าย
TIGER เผชิญความท้าทายจากต้นทุนโครงการที่สูงกว่างบประมาณในไตรมาส 2 ปี 2569 ส่งผลให้ผลประกอบการพลิกกลับมาขาดทุนเล็กน้อย แม้รายได้จะเติบโตจากการเร่งงานโครงการโรงแรม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ กำลังปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มคุณภาพของงานในมือและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ การฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการประมูลงานใหม่ที่มีคุณภาพ การควบคุมต้นทุนโครงการ และการปรับตัวเข้ากับสภาวะตลาดที่ยังคงแข่งขันสูง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIGER ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
173.25
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-12.15
ล้านบาท
↓ 60.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.01
%
กำไรสุทธิ
-30.37
ล้านบาท
↓ 33.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-17.53
%
D/E Ratio
0.83
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
173
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-12
↓ -60.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-30
↓ -33.2%
YoY
D/E Ratio
0.83
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIGER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.83
ROE (%)
-13.88
ROA (%)
-7.81
Book Value/หุ้น
1.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIGER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-100
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+50
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIGER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-99.72
+1,508.39%
|
-6.20
-81.82%
|
-34.10
-217.95%
|
28.91
-80.18%
|
145.83
-35.25%
|
225.23
-267.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.23
+410.47%
|
9.84
+186.05%
|
3.44
-50.36%
|
6.93
-103.71%
|
-187.01
+84.59%
|
-101.31
+36.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
25.90
+9,861.54%
|
0.26
-99.26%
|
35.36
-630.93%
|
-6.66
-112.64%
|
52.67
-155.54%
|
-94.84
+105.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-27.11
-796.92%
|
3.89
-83.28%
|
23.26
-20.34%
|
29.20
+154.36%
|
11.48
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8.07
-55.02%
|
17.94
-45.69%
|
33.03
+913.19%
|
3.26
-90.43%
|
34.05
+585.11%
|
4.97
-98.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6.47
-19.83%
|
8.07
-55.02%
|
17.94
-45.69%
|
33.03
+913.19%
|
3.26
-90.43%
|
34.05
+585.11%
|