บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.46
0.04 (8.00%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.65 ล้านบาท หรือคิดเป็น อัตราร้อยละ 22.84 เนื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ
1. การเพิ่มขึ้นของรายได้ จากการเร่งส่งมอบงานก่อสร้างและการรับงานก่อสร้างโครงการเอกชนขนาดเล็กและโครงการสาธารณูปโภคภาครัฐ
2 กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แต่อัตรากําไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย เนื่องจากโครงสร้างของงานที่รับ และต้นทุนการเก็บงานเพื่อ เรียกเก็บค่างวดคงค้าง
3) ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับรู้หนี้สงสัยจะสูญในบริษัทย่อย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14465 out_tok=2788 at=2026-07-26T08:35:11 -->
# TIGER พลิกขาดทุน Q2/66 สู่กำไรจากการดำเนินงานที่ฟื้นตัว หลังรับรู้รายได้โครงการใหม่
## รายได้-กำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นตามจำนวนโครงการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลขาดทุนสุทธิมาจากรายการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญครั้งเดียว
บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TIGER รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกจากขาดทุนสุทธิในปีก่อนมาเป็นกำไรสุทธิ 5.61 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาผลการดำเนินงานหลัก พบว่ารายได้จากการขายและบริการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 48.09% จากการมีโครงการก่อสร้างที่ดำเนินการเพิ่มขึ้นเป็น 12 โครงการ จากเดิม 7 โครงการในปีที่แล้ว แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะลดลง แต่บริษัทฯ มองว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดมาแล้ว และมีแนวโน้มการดำเนินงานที่ดีขึ้นในอนาคต โดยมีมูลค่า Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TIGER ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายและบริการ** ซึ่งเติบโตถึง 48.09% YoY โดยมีปัจจัยหลักมาจากจำนวนโครงการก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นเป็น 12 โครงการ จาก 7 โครงการในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนสุทธิ 2.36 ล้านบาทในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 เกิดจาก **รายการพิเศษจากการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเต็มจำนวน 14.38 ล้านบาท** สำหรับลูกหนี้การค้ารายใหญ่ที่มีปัญหาทางการเงิน ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว (one-time charge)
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในการขยายงานภาครัฐและปรับเปลี่ยนการรับงานภาคเอกชนไปสู่กลุ่มที่มีศักยภาพ เช่น ดาต้าเซ็นเตอร์ โรงงาน และบ้านพักอาศัยราคาสูง รวมถึงการเริ่มโครงการรัฐบาลขนาดใหญ่ ทำให้มีโครงการที่รับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะโครงการอาคารผู้ป่วยนอกจังหวัดนครนายก, โครงการก่อสร้างปรับปรุงระบบผลิตน้ำโพธาราม จังหวัดราชบุรี, โครงการก่อสร้างระบบส่งน้ำและระบายน้ำเขื่อนทดน้ำผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ และงานก่อสร้างบ้านส่วนบุคคลราคาสูงที่บางนา
ส่วนการขาดทุนสุทธิที่เกิดจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญนั้น เป็นผลมาจากความระมัดระวังของบริษัทฯ ในการประเมินความเสี่ยงทางการเงินของลูกหนี้รายหนึ่งที่เป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งประสบปัญหาทางการเงิน ทำให้บริษัทฯ ต้องตั้งสำรองเต็มจำนวนตามหลักความระมัดระวัง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับรายได้และกำไรขั้นต้น) / ลักษณะครั้งคราว (สำหรับรายการขาดทุนสุทธิ)**
รายได้และกำไรขั้นต้นมีแนวโน้มที่จะเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทฯ มีมูลค่าปริมาณงานในมือ (Construction Backlog) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,284 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงปี 2566-2568 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้ปรับกลยุทธ์การรับงานให้เน้นโครงการที่มีคุณภาพและอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้น รวมถึงการควบคุมต้นทุนอย่างรัดกุม
ส่วนรายการขาดทุนสุทธิจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญนั้น เป็นรายการครั้งคราว (one-time charge) ที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์เฉพาะของลูกหนี้รายดังกล่าว และไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในลักษณะเดียวกันในอนาคต หากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงและติดตามลูกหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้เติบโต 48.09% YoY:** ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 444.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 300.42 ล้านบาทในปีก่อนหน้า จากจำนวนโครงการที่ดำเนินการเพิ่มขึ้นเป็น 12 โครงการ
* **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แต่ GPM ลดลง:** กำไรขั้นต้นใน Q2/66 อยู่ที่ 37.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.22% YoY แต่ GPM ลดลงจาก 10.38% เป็น 8.43% เนื่องจากผลกระทบจากงานที่รับช่วงโควิดและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น
* **ขาดทุนสุทธิ 2.36 ล้านบาทใน 6 เดือนแรก:** พลิกจากกำไร 5.61 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ 14.38 ล้านบาท
* **Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์:** ณ 30 มิ.ย. 66 มี Backlog 1,284 ล้านบาท คาดทยอยรับรู้รายได้ปี 2566-2568
* **สัดส่วนงานภาครัฐสูงขึ้น:** รายได้ภาครัฐต่อเอกชนอยู่ที่ 85:15 และ Backlog อยู่ที่ 96:4 หลังรับงานรัฐขนาดใหญ่ที่อุตรดิตถ์
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 TIGER มีรายได้จากการขายและบริการรวม 444.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.09% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการมีโครงการก่อสร้างที่ดำเนินการอยู่เพิ่มขึ้นเป็น 12 โครงการ จาก 7 โครงการในปี 2565 ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 51.32% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 20.22% เป็น 37.49 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 10.38% เป็น 8.43% เนื่องจากผลกระทบจากงานที่รับในช่วงโควิดที่มีการแข่งขันสูงและต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารอยู่ที่ 25.36 ล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน จากความพยายามในการควบคุมค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม ในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 2.36 ล้านบาท เทียบกับกำไร 5.61 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญจำนวน 14.38 ล้านบาท สำหรับลูกหนี้การค้ารายใหญ่ที่มีปัญหาทางการเงิน หากไม่รวมรายการนี้ บริษัทฯ จะมีกำไรก่อนดอกเบี้ยและภาษีเงินได้ 12.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.83%
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จาก Backlog ที่สูง:** มูลค่า Backlog ที่ 1,284 ล้านบาท เป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนต่อการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **การขยายงานภาครัฐ:** การปรับกลยุทธ์มุ่งเน้นงานภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการสาธารณูปโภค ช่วยสร้างความมั่นคงของรายได้
* **การปรับตัวรับเทรนด์ใหม่:** การมุ่งรับงานก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์, คลาวด์, อาคารประหยัดพลังงาน และโรงงานขนาดกลางถึงใหญ่ แสดงถึงการปรับตัวตามความต้องการของตลาด
* **การนำเทคโนโลยีมาใช้:** การจัดตั้งบริษัท คอนส์ อินโน จำกัด เพื่อพัฒนานวัตกรรมการก่อสร้าง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและรับมือกับการขาดแคลนแรงงานในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง:** การปรับตัวขึ้นของราคาวัสดุ เช่น เหล็ก ซีเมนต์ ทองแดง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนและอัตรากำไร
* **การขาดแคลนแรงงานก่อสร้าง:** ปัญหานี้ยังคงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างโดยรวม
* **ฐานะการเงินของเจ้าของโครงการ:** ความเสี่ยงจากการเรียกเก็บค่างวดงานและเงินประกันผลงานจากเจ้าของโครงการภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจ
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ตลาดรับเหมาก่อสร้างยังคงมีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในกลุ่มงานที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนก่อสร้างท่ามกลางราคาวัสดุที่ผันผวน
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** การส่งมอบงานตามแผนและมูลค่าที่รับรู้จริงเทียบกับ Backlog ที่มี
* **การบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญ:** การติดตามและประเมินความเสี่ยงของลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง
* **การขยายงานภาครัฐ:** ความคืบหน้าและมูลค่าของโครงการภาครัฐที่บริษัทฯ เข้าร่วมประมูลและรับงาน
* **ผลประกอบการของบริษัท คอนส์ อินโน:** การเติบโตและผลกระทบต่อภาพรวมของธุรกิจนวัตกรรมการก่อสร้าง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
TIGER แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่น่าสนใจในสภาวะอุตสาหกรรมที่ท้าทาย การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายและบริการเป็นสัญญาณที่ดี บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยเฉพาะการที่บริษัทฯ สามารถเพิ่มจำนวนโครงการที่ดำเนินการได้ถึง 12 โครงการ สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและการบริหารจัดการโครงการ
อย่างไรก็ตาม การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จาก 10.38% เป็น 8.43% ใน Q2/66 เป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ฝ่ายจัดการจะอธิบายว่ามาจากงานที่รับช่วงโควิดและต้นทุนวัสดุที่สูงขึ้น แต่การที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากงานภาครัฐซึ่งมีมาร์จิ้นต่ำกว่างานเอกชน อาจเป็นปัจจัยกดดัน GPM ในระยะยาว หากบริษัทฯ ไม่สามารถเพิ่มสัดส่วนงานเอกชนที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น หรือปรับกลยุทธ์การตั้งราคาให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงได้
การมี Backlog สูงถึง 1,284 ล้านบาท เป็นจุดแข็งสำคัญที่จะช่วยหนุนรายได้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า แต่การบริหารจัดการต้นทุนและคุณภาพของงานจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาอัตรากำไรให้ดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง เช่น D/E, เงินสดในมือ หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน/ลงทุน/จัดหาเงิน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิในงวด 6 เดือนแรกปี 2566 แม้จะเกิดจากรายการพิเศษ แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องได้ในระยะสั้น การที่บริษัทฯ เน้นการเร่งวางบิลและติดตามเก็บหนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการกระแสเงินสดในช่วงเวลาที่ท้าทาย
## สรุปท้าย
TIGER กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่น่าจับตา โดยรายได้จากการดำเนินงานหลักมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง จากการมีโครงการก่อสร้างเพิ่มขึ้นและ Backlog ที่สูงเป็นประวัติการณ์ อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง และความเสี่ยงจากต้นทุนวัสดุที่ผันผวน ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนผลขาดทุนสุทธิที่เกิดขึ้นในงวดนี้ เป็นผลมาจากรายการพิเศษจากการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งเป็นปัจจัยครั้งคราวที่คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาว หากบริษัทฯ สามารถรักษาการเติบโตของรายได้และควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ TIGER มีศักยภาพที่จะกลับมาสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนได้ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIGER ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
173.25
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-12.15
ล้านบาท
↓ 60.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.01
%
กำไรสุทธิ
-30.37
ล้านบาท
↓ 33.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-17.53
%
D/E Ratio
0.83
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
173
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-12
↓ -60.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-30
↓ -33.2%
YoY
D/E Ratio
0.83
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIGER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.83
ROE (%)
-13.88
ROA (%)
-7.81
Book Value/หุ้น
1.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIGER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-100
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+50
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIGER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-99.72
+1,508.39%
|
-6.20
-81.82%
|
-34.10
-217.95%
|
28.91
-80.18%
|
145.83
-35.25%
|
225.23
-267.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.23
+410.47%
|
9.84
+186.05%
|
3.44
-50.36%
|
6.93
-103.71%
|
-187.01
+84.59%
|
-101.31
+36.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
25.90
+9,861.54%
|
0.26
-99.26%
|
35.36
-630.93%
|
-6.66
-112.64%
|
52.67
-155.54%
|
-94.84
+105.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-27.11
-796.92%
|
3.89
-83.28%
|
23.26
-20.34%
|
29.20
+154.36%
|
11.48
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8.07
-55.02%
|
17.94
-45.69%
|
33.03
+913.19%
|
3.26
-90.43%
|
34.05
+585.11%
|
4.97
-98.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6.47
-19.83%
|
8.07
-55.02%
|
17.94
-45.69%
|
33.03
+913.19%
|
3.26
-90.43%
|
34.05
+585.11%
|