บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.46
0.04 (8.00%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.65 ล้านบาท หรือคิดเป็น อัตราร้อยละ 22.84 เนื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ
1. การเพิ่มขึ้นของรายได้ จากการเร่งส่งมอบงานก่อสร้างและการรับงานก่อสร้างโครงการเอกชนขนาดเล็กและโครงการสาธารณูปโภคภาครัฐ
2 กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แต่อัตรากําไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย เนื่องจากโครงสร้างของงานที่รับ และต้นทุนการเก็บงานเพื่อ เรียกเก็บค่างวดคงค้าง
3) ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับรู้หนี้สงสัยจะสูญในบริษัทย่อย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7420 out_tok=2640 at=2026-07-27T13:25:00 -->
# TIGER Q2/2564 กำไรสุทธิหด 15.8% รับผลกระทบโควิด-19-ล็อกดาวน์
## รายได้-กำไรลดตามอุตสาหกรรม แต่ TIGER คุมต้นทุน-ปรับกลยุทธ์รับมือวิกฤต
บริษัท ไทยอิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TIGER รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 22.73 ล้านบาท ลดลง 15.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานก่อสร้าง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ปรับกลยุทธ์รับมือและควบคุมต้นทุนได้ดี ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวและกำไรสุทธิปรับลดลงเพียงเล็กน้อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ TIGER ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **รายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 16.76%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ปรับลดลง 15.83% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะทรงตัว แต่การลดลงของรายได้จากการดำเนินงานเป็นปัจจัยกดดันหลัก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้เกิดจากหลายปัจจัยที่เชื่อมโยงกับสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการภาครัฐ:
* **การปิดโครงการและชะลอการรับรู้รายได้:** บริษัทมีโครงการก่อสร้างที่แล้วเสร็จ 5 โครงการในไตรมาส 2 ทำให้การรับรู้รายได้ไม่เต็มจำนวน และการรับรู้รายได้ตามขั้นความสำเร็จทางบัญชีชะลอตัวลง
* **ความล่าช้าในการอนุมัติงานและเบิกจ่ายค่างวด:** สถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและปัญหาด้านกระแสเงินสดของเจ้าของโครงการภาคเอกชน ทำให้การอนุมัติงานเพิ่มและการเบิกจ่ายค่างวดล่าช้า บริษัทจึงชะลอการก่อสร้างเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการเก็บเงินไม่ได้
* **อุปสรรคจากมาตรการล็อกดาวน์:** การปิดไซต์ก่อสร้างในกรุงเทพฯ และมาตรการจำกัดการเดินทางใน 29 จังหวัด ส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนย้ายกำลังคน การขนส่งวัสดุ และการตรวจรับงาน ทำให้การรับรู้รายได้ในช่วงเดือนมิถุนายนและไตรมาส 3 ชะลอตัวลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้และกำไรจะปรับลดลงในไตรมาสนี้ แต่ฝ่ายจัดการได้ดำเนินกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ โดยมีการปรับสัดส่วนรายได้ไปสู่ภาครัฐมากขึ้น (73% ของรายได้ปัจจุบัน) และมี Construction Backlog สูงถึง 995 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงานภาครัฐ (89%) ซึ่งอาจช่วยพยุงรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม มาตรการควบคุมโควิด-19 และความล่าช้าในการเบิกจ่ายค่างวดจากภาคเอกชนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าจะส่งผลกระทบต่อเนื่องในไตรมาสถัดไปหรือไม่
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2564 อยู่ที่ 22.73 ล้านบาท ลดลง 15.83% YoY** จากผลกระทบโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์
* **รายได้จากการขายและบริการ Q2/2564 อยู่ที่ 376.18 ล้านบาท ลดลง 16.76% YoY** สาเหตุหลักจากโครงการที่แล้วเสร็จและการชะลอการก่อสร้างจากปัญหาการเบิกจ่ายค่างวด
* **อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวที่ 13.85%** แม้รายได้ลดลง เนื่องจากมีการบริหารต้นทุนที่ดีและรับรู้กำไรส่วนที่ประหยัดได้จากโครงการที่ปิดไป
* **Construction Backlog ณ สิ้น Q2/2564 สูงถึง 995 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยสัดส่วนงานภาครัฐอยู่ที่ 89% สะท้อนการปรับกลยุทธ์ไปรับงานภาครัฐมากขึ้น
* **บริษัทเร่งฉีดวัคซีนให้พนักงานกว่า 95% ได้รับครบสองโดสแล้ว** และมีการตรวจเชื้อเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในองค์กร
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 TIGER มีรายได้จากการขายและบริการรวม 376.18 ล้านบาท ลดลง 16.76% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการที่บริษัทมีโครงการก่อสร้างที่แล้วเสร็จจำนวน 5 โครงการ ทำให้การรับรู้รายได้ไม่เต็มจำนวน ประกอบกับการชะลอการก่อสร้างและส่งมอบงานเนื่องจากความล่าช้าในการเก็บค่างวดงานและการอนุมัติงานเพิ่มจากเจ้าของโครงการ รวมถึงอุปสรรคจากมาตรการล็อกดาวน์และจำกัดการเดินทางในหลายจังหวัด ส่งผลให้การรับรู้รายได้ตามขั้นความสำเร็จทางบัญชีปรับตัวลดลง
ต้นทุนขายและบริการลดลง 16.72% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง โดยมีอัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายอยู่ที่ 86.15% ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อน
กำไรขั้นต้นปรับลดลง 17.04% แต่รักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ได้ที่ 13.85% ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 13.90% โดยได้รับผลจากการปิดโครงการที่ต้นทุนจริงต่ำกว่าประมาณการ และการบริหารจัดการต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นได้ดี
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 10.66% จากความพยายามในการควบคุมต้นทุนและไม่มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเหมือนปีก่อน
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 22.73 ล้านบาท ลดลง 15.83% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การปรับกลยุทธ์รับงานภาครัฐ:** การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากภาครัฐเป็น 73% และมี Backlog งานภาครัฐสูงถึง 89% เป็นโอกาสในการสร้างรายได้ที่มั่นคงทดแทนงานภาคเอกชนที่ชะลอตัว
* **การขยายสู่ธุรกิจนวัตกรรมการก่อสร้าง:** การจัดตั้งบริษัทคอนส์อินโน จำกัด เพื่อนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเพื่อการก่อสร้าง เป็นการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ และเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
* **การมุ่งรับงานก่อสร้างเฉพาะทาง:** การปรับกลยุทธ์ไปรับงานก่อสร้าง Data Center, Cloud และงานขนาดเล็กที่มีระยะเวลาก่อสร้างสั้น เช่น ที่อยู่อาศัยราคาสูง หรือสำนักงานขายโครงการคอนโดมิเนียม เป็นการกระจายความเสี่ยงและหาโอกาสในตลาดเฉพาะกลุ่ม
* **Construction Backlog ที่เพิ่มขึ้น:** มูลค่า Backlog ที่สูงถึง 995 ล้านบาท เป็นสัญญาณที่ดีต่อรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการภาครัฐ:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่หรือการบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานก่อสร้าง การขนส่ง และการเข้าถึงไซต์งาน
* **ปัญหาด้านกระแสเงินสดของเจ้าของโครงการภาคเอกชน:** ความล่าช้าในการเบิกจ่ายค่างวดและการอนุมัติงานเพิ่มจากภาคเอกชนยังคงเป็นความเสี่ยงที่อาจส่งผลต่อการรับรู้รายได้และการบริหารกระแสเงินสดของบริษัท
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้าง:** แม้จะมีการปรับกลยุทธ์ แต่การแข่งขันในอุตสาหกรรมยังคงสูง โดยเฉพาะการประมูลงานภาครัฐ
* **ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ผันผวน:** แม้ปัจจุบันจะสามารถบริหารจัดการได้ แต่หากราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการ Backlog:** ความสามารถในการส่งมอบงานตามกำหนด โดยเฉพาะโครงการภาครัฐที่มีสัดส่วนสูง
* **การฟื้นตัวของภาคเอกชน:** สัญญาณการกลับมาลงทุนและเร่งการเบิกจ่ายค่างวดของโครงการภาคเอกชน
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทคอนส์อินโน:** การเติบโตและผลตอบรับของธุรกิจนวัตกรรมการก่อสร้างใหม่
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ผลกระทบต่อการดำเนินงานและการบริหารจัดการไซต์งาน
* **การประมูลงานใหม่:** ความสำเร็จในการประมูลงานใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มงานภาครัฐและงานเฉพาะทาง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
TIGER เผชิญความท้าทายในอุตสาหกรรมรับเหมาก่อสร้างที่ได้รับผลกระทบหนักจากโควิด-19 โดยเฉพาะในไตรมาส 2 ที่มีการล็อกดาวน์และจำกัดการเดินทาง ส่งผลให้การดำเนินงานก่อสร้างล่าช้า และการรับรู้รายได้ลดลง บริษัทได้ปรับกลยุทธ์โดยเน้นงานภาครัฐซึ่งมีสัดส่วนรายได้และ Backlog สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (จาก 50:50 เป็น 73:27 สำหรับรายได้ และ 89:11 สำหรับ Backlog) พร้อมทั้งขยายไปรับงานก่อสร้าง Data Center, Cloud และงานขนาดเล็กของเอกชนที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุน โดยอัตรากำไรขั้นต้นยังคงทรงตัวได้ที่ประมาณ 13.85% แม้รายได้จะลดลง ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการปิดโครงการที่มีต้นทุนจริงต่ำกว่าประมาณการ และการบริหารจัดการต้นทุนวัสดุที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการให้ความสำคัญกับการรักษา **กระแสเงินสดของกิจการ** โดยการเร่งติดตามเก็บหนี้ค่างวดงานและลูกหนี้ที่ค้างชำระนาน ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการบริหารสภาพคล่องภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทาย
## สรุปท้าย
TIGER ในไตรมาส 2 ปี 2564 เผชิญแรงกดดันจากรายได้ที่ลดลง 16.76% อันเป็นผลโดยตรงจากสถานการณ์โควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่ส่งผลกระทบต่อการก่อสร้างและการรับรู้รายได้ แม้กำไรสุทธิจะปรับลดลง 15.83% แต่บริษัทสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้ทรงตัวได้จากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการปรับกลยุทธ์ไปเน้นงานภาครัฐที่มีสัดส่วน Backlog สูงถึง 995 ล้านบาท ประกอบกับการขยายสู่ธุรกิจนวัตกรรมการก่อสร้างใหม่ เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่า จะช่วยหนุนการเติบโตและสร้างความมั่นคงให้กับผลประกอบการในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19 และความล่าช้าในการเบิกจ่ายค่างวดจากภาคเอกชน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIGER ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
173.25
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-12.15
ล้านบาท
↓ 60.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.01
%
กำไรสุทธิ
-30.37
ล้านบาท
↓ 33.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-17.53
%
D/E Ratio
0.83
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
173
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-12
↓ -60.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-30
↓ -33.2%
YoY
D/E Ratio
0.83
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIGER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.83
ROE (%)
-13.88
ROA (%)
-7.81
Book Value/หุ้น
1.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIGER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-100
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+50
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIGER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-99.72
+1,508.39%
|
-6.20
-81.82%
|
-34.10
-217.95%
|
28.91
-80.18%
|
145.83
-35.25%
|
225.23
-267.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.23
+410.47%
|
9.84
+186.05%
|
3.44
-50.36%
|
6.93
-103.71%
|
-187.01
+84.59%
|
-101.31
+36.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
25.90
+9,861.54%
|
0.26
-99.26%
|
35.36
-630.93%
|
-6.66
-112.64%
|
52.67
-155.54%
|
-94.84
+105.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-27.11
-796.92%
|
3.89
-83.28%
|
23.26
-20.34%
|
29.20
+154.36%
|
11.48
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8.07
-55.02%
|
17.94
-45.69%
|
33.03
+913.19%
|
3.26
-90.43%
|
34.05
+585.11%
|
4.97
-98.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6.47
-19.83%
|
8.07
-55.02%
|
17.94
-45.69%
|
33.03
+913.19%
|
3.26
-90.43%
|
34.05
+585.11%
|