TIGER
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TIGER
บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.41
0.01 (2.38%)

สรุปสั้น

กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.65 ล้านบาท หรือคิดเป็น อัตราร้อยละ 22.84 เนื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ 1. การเพิ่มขึ้นของรายได้ จากการเร่งส่งมอบงานก่อสร้างและการรับงานก่อสร้างโครงการเอกชนขนาดเล็กและโครงการสาธารณูปโภคภาครัฐ 2 กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แต่อัตรากําไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย เนื่องจากโครงสร้างของงานที่รับ และต้นทุนการเก็บงานเพื่อ เรียกเก็บค่างวดคงค้าง 3) ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับรู้หนี้สงสัยจะสูญในบริษัทย่อย

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7491 out_tok=2955 at=2026-07-26T08:49:53 --> # TIGER Q3/2564 กำไรสุทธิหด 51% รับผลกระทบโควิด-19-ล็อกดาวน์หนัก ## รายได้-กำไรทรุดตามอุตสาหกรรม ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ-ดันงานภาครัฐ-นวัตกรรม บริษัท ไทยอิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ TIGER รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 22.30 ล้านบาท ลดลง 50.86% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 0.42 ล้านบาทในงวดสามเดือนของไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากมาตรการล็อกดาวน์และการปิดแคมป์คนงานก่อสร้างที่ส่งผลให้ความคืบหน้าของงานก่อสร้างลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ฝ่ายจัดการได้เร่งปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่ท้าทาย ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ TIGER ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวด** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายและบริการที่ลดลง 23.71% และกำไรขั้นต้นที่หดตัวถึง 35.58% **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ภาครัฐต้องบังคับใช้มาตรการที่เข้มงวด เช่น การสั่งปิดสถานที่ก่อสร้างในกรุงเทพฯ และการล็อกดาวน์ใน 13 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ซึ่งเป็นที่ตั้งของไซต์งานของบริษัทถึง 5 แห่ง คิดเป็นมูลค่างานรอส่งมอบทั้งหมด 100% มาตรการเหล่านี้ส่งผลให้กระบวนการทำงาน การขนส่งกำลังคนและวัตถุดิบเข้าไซต์งานมีความล่าช้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม 2564 นอกจากนี้ การชะลอตัวของเศรษฐกิจยังส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินและกระแสเงินสดของเจ้าของโครงการภาคเอกชน ทำให้การเรียกเก็บค่างวดงานและการเรียกคืนเงินประกันผลงานมีความท้าทายมากขึ้น **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 ปี 2564 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเริ่มคลี่คลาย และรัฐบาลได้เริ่มผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากความล่าช้าในการเก็บค่างวดงานและการอนุมัติงานเพิ่มจากเจ้าของโครงการบางแห่ง อาจยังคงส่งผลต่อเนื่องไปบ้าง แต่บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์เพื่อลดผลกระทบ เช่น การเร่งส่งมอบงานที่แล้วเสร็จ การติดตามหนี้ และการวางแผนการสั่งซื้อวัสดุอย่างรัดกุม ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 50.86%:** ในงวดเก้าเดือนสิ้นสุด 30 กันยายน 2564 มีกำไรสุทธิ 22.30 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 0.42 ล้านบาทในงวดสามเดือนของไตรมาส 3 ปี 2564 * **รายได้จากการขายและบริการหดตัว 23.71%:** ในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 516.11 ล้านบาท จาก 676.54 ล้านบาทในปีก่อน * **กำไรขั้นต้นลดลง 35.58%:** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 12.30% ลดลงจาก 14.57% ในปีก่อน * **Backlog เติบโต:** มูลค่างานในมือ (Construction Backlog) ณ 30 กันยายน 2564 สูงถึง 1,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 684 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2562 * **ปรับกลยุทธ์เน้นงานภาครัฐ:** สัดส่วนรายได้ภาครัฐต่อเอกชนอยู่ที่ 75:25 และสัดส่วนงานรอส่งมอบอยู่ที่ 92:8 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **ขยายธุรกิจนวัตกรรมการก่อสร้าง:** จัดตั้งบริษัท คอนส์อินโน จำกัด เพื่อนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเพื่อการก่อสร้าง ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัท ไทยอิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและให้บริการรวม 516.11 ล้านบาท ลดลง 23.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากอุปสรรคและความล่าช้าที่เกิดจากมาตรการปิดไซต์ก่อสร้างและมาตรการจำกัดการเดินทาง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคม 2564 นอกจากนี้ การมีโครงการก่อสร้างที่แล้วเสร็จจำนวน 5 โครงการในช่วงไตรมาส 3 ปี 2564 และความล่าช้าในการเก็บค่างวดงานจากเจ้าของโครงการบางราย ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้รายได้ชะลอตัวลง ต้นทุนขายและบริการลดลงสอดคล้องกับรายได้ โดยอยู่ที่ 452.63 ล้านบาท แต่มีอัตราส่วนต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 87.70% จาก 85.43% ในปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นปรับตัวลดลง 35.58% มาอยู่ที่ 63.48 ล้านบาท โดยอัตรากำไรขั้นต้นลดลงมาอยู่ที่ 12.30% จาก 14.57% เนื่องจากรายได้ส่วนใหญ่มาจากงานภาครัฐซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่างานเอกชน ประกอบกับการรับรู้ผลขาดทุนจากมูลค่างานที่คาดว่าไม่สามารถเรียกเก็บได้ 3 ล้านบาท และราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 9.00% มาอยู่ที่ 40.93 ล้านบาท จากความพยายามในการควบคุมต้นทุนและไม่มีการตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญในปีนี้ ต่างจากปีก่อนที่มีการตั้งค่าเผื่อ 1.86 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 อยู่ที่ 22.30 ล้านบาท ลดลง 50.86% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิ 0.42 ล้านบาทในงวดสามเดือนของไตรมาส 3 ปี 2564 ## โอกาส * **งานภาครัฐเติบโต:** บริษัทมุ่งเน้นขยายการรับงานก่อสร้างภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับระบบสาธารณูปโภค ซึ่งมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันสัดส่วนงานภาครัฐคิดเป็น 75% ของรายได้ และ 92% ของงานรอส่งมอบ * **งานก่อสร้างดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่น:** ปรับกลยุทธ์รับงานก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์และคลาวด์ เพื่อเกาะกระแสเทคโนโลยีดิจิทัล * **งานก่อสร้างขนาดเล็กระยะสั้น:** รับงานเอกชนขนาดเล็กที่มีระยะเวลาก่อสร้างสั้นและไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์มากนัก เช่น บ้านพักอาศัยส่วนตัวราคาสูง และสำนักงานขายโครงการคอนโดมิเนียม * **ธุรกิจนวัตกรรมการก่อสร้าง:** การจัดตั้งบริษัท คอนส์อินโน จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจนำเข้าและจำหน่ายนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีเพื่อการก่อสร้าง เป็นการขยายฐานธุรกิจและสร้างโอกาสในการเติบโตในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ผลกระทบจากโควิด-19 และมาตรการภาครัฐ:** ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การแพร่ระบาดและการบังคับใช้มาตรการต่างๆ ยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการรับรู้รายได้ * **ความท้าทายในการเรียกเก็บเงินจากภาคเอกชน:** ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอนและปัญหาด้านกระแสเงินสดของเจ้าของโครงการเอกชน อาจทำให้การจ่ายชำระงวดงานและการอนุมัติงานเพิ่มล่าช้า ซึ่งส่งผลต่อการรับรู้รายได้และการบริหารกระแสเงินสด * **ราคาวัสดุก่อสร้างผันผวน:** การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัสดุก่อสร้าง เช่น เหล็ก ซีเมนต์ และทองแดง อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและอัตรากำไรของโครงการ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้รับเหมารายเดิมและรายใหม่ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19:** ติดตามแนวโน้มการผ่อนคลายมาตรการของภาครัฐ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการดำเนินงานก่อสร้าง * **การบริหารจัดการ Backlog:** การส่งมอบงานในมือให้เป็นไปตามแผน และการประมูลงานใหม่ โดยเฉพาะงานภาครัฐที่มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น * **การบริหารกระแสเงินสด:** ความสามารถในการติดตามและเรียกเก็บค่างวดงานจากลูกค้า โดยเฉพาะโครงการภาคเอกชน * **การดำเนินงานของบริษัท คอนส์อินโน จำกัด:** ผลการดำเนินงานและทิศทางการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรมการก่อสร้างใหม่ * **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** การบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางราคาวัสดุก่อสร้างที่ผันผวน และการปรับสัดส่วนงานภาครัฐต่อเอกชน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) * **มูลค่าโอน/Presale:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลส่วนนี้โดยตรง แต่กล่าวถึงการชะลอการก่อสร้างและส่งมอบงานเนื่องจากความล่าช้าในการเก็บค่างวดงานและอนุมัติงานเพิ่มจากเจ้าของโครงการ * **Backlog:** ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 มีมูลค่างานในมือ (Construction Backlog) สูงถึง 1,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 684 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2562 โดยสัดส่วนงานภาครัฐต่อเอกชนใน Backlog อยู่ที่ 92:8 ซึ่งสูงกว่าช่วงก่อนโควิดที่ 50:50 * **การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงการเปิดโครงการใหม่ แต่กล่าวถึงการเซ็นสัญญาเพิ่ม 2 สัญญาในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2564 ได้แก่ โครงการก่อสร้างอาคารสารสนเทศภาคเอกชน มูลค่า 87 ล้านบาท และโครงการก่อสร้างสถานีสูบจ่ายน้ำและประตูน้ามูลค่า 157 ล้านบาท * **Occupancy/Rental Yield:** ไม่ปรากฏข้อมูลในเอกสาร * **ต้นทุนก่อสร้าง:** มีการกล่าวถึงราคาวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น เช่น เหล็ก ซีเมนต์ ทองแดง แต่บริษัทพยายามคุมต้นทุนด้วยการวางแผนการสั่งซื้อและประหยัดต้นทุนส่วนอื่น * **D/E:** ไม่ปรากฏข้อมูลในเอกสาร * **กระแสเงินสดจากโครงการ:** มีการกล่าวถึงความท้าทายในการเรียกเก็บค่างวดงานและการเรียกคืนเงินประกันผลงานจากเจ้าของโครงการภาคเอกชน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรืออัตราส่วน D/E โดยตรง แต่มีการกล่าวถึงความท้าทายด้านกระแสเงินสดของเจ้าของโครงการภาคเอกชน และความพยายามของบริษัทในการรักษาและติดตามหนี้ค่างวดงาน รวมถึงการเร่งเก็บหนี้ลูกหนี้ที่ค้างชำระนาน ## สรุปท้าย TIGER เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 3 ปี 2564 จากผลกระทบของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์ที่ส่งผลให้รายได้และกำไรลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้เร่งปรับกลยุทธ์โดยการเพิ่มสัดส่วนงานภาครัฐที่มั่นคง และขยายสู่ธุรกิจนวัตกรรมการก่อสร้าง รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างรัดกุม แม้ว่าสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายในช่วงปลายไตรมาส แต่ความเสี่ยงจากการบริหารกระแสเงินสดและความผันผวนของต้นทุนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยมีมูลค่างานในมือที่แข็งแกร่งเป็นปัจจัยสนับสนุนในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIGER ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
173.25 ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-12.15 ล้านบาท
↓ 60.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.01 %
กำไรสุทธิ
-30.37 ล้านบาท
↓ 33.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-17.53 %
D/E Ratio
0.83
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
173
↑ + 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-12
↓ -60.1% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-30
↓ -33.2% YoY
D/E Ratio
0.83

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIGER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
173.25
+7.24%
161.55
-40.24%
270.31
+27.86%
211.42
+3.04%
205.18
-69.62%
675.39
+101.51%
กำไรขั้นต้น —
-12.15
+60.11%
-30.46
-204.66%
29.10
+99.53%
14.59
-29.21%
20.61
+97.70%
10.42
-80.19%
ค่าใช้จ่ายรวม —
16.59
+13.28%
14.64
-2.75%
15.06
+0.13%
15.04
+30.67%
11.51
+47.03%
7.83
-57.12%
กำไรสุทธิ —
-30.37
+33.22%
-45.48
-478.60%
12.01
+875.97%
-1.55
-117.35%
8.92
+4,327.96%
-0.21
-100.77%
กำไรต่อหุ้น —
-0.07
+33.33%
-0.10
-480.77%
0.03
+966.67%
0.00
-115.79%
0.02
0.00
-100.00%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
-13.88
-64.26%
-8.45
-1,361.19%
0.67
-35.58%
1.04
-79.73%
5.13
+203.55%
1.69
ROA(%) —
-7.81
-57.78%
-4.95
-726.58%
0.79
-38.76%
1.29
-74.10%
4.98
+200.00%
1.66
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.83
+29.69%
0.64
-1.54%
0.65
+54.76%
0.42
+10.53%
0.38
-33.33%
0.57
P/E —
-100.00
-413.58%
31.89
+131.89%
-100.00
-303.54%
49.13
-1.09%
49.67
+355.27%
10.91
-12.09%
P/BV —
0.31
-41.51%
0.53
-31.17%
0.77
-44.60%
1.39
-24.86%
1.85
+42.31%
1.30
-12.16%
BV —
1.09
-14.17%
1.27
+1.60%
1.25
-1.57%
1.27
-1.55%
1.29
-3.01%
1.33
-2.21%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
-100.00%
3.11
-17.72%
3.78
-63.65%
10.40
+108.00%
ราคาหุ้น —
0.34
-50.00%
0.68
-29.90%
0.97
-45.20%
1.77
-25.63%
2.38
+37.57%
1.73
-13.50%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
-7.01
+62.81%
-18.85
-275.02%
10.77
+56.09%
6.90
-31.27%
10.04
+551.95%
1.54
-90.19%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
9.57
+5.63%
9.06
+62.66%
5.57
-21.66%
7.11
+26.74%
5.61
+383.62%
1.16
-78.72%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-17.53
+37.73%
-28.15
-734.01%
4.44
+708.22%
-0.73
-116.78%
4.35
+14,600.00%
-0.03
-100.37%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.83
ROE (%)
-13.88
ROA (%)
-7.81
Book Value/หุ้น
1.01

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIGER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
587.34
-7.26%
633.32
-9.98%
703.57
+6.69%
659.46
+2.60%
642.74
+34.10%
479.28
-31.52%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
270.95
+10.20%
245.88
-5.59%
260.45
+54.62%
168.44
-11.08%
189.44
-30.65%
273.17
+71.70%
รวมสินทรัพย์ —
858.29
-2.38%
879.20
-8.80%
964.02
+16.44%
827.91
-0.51%
832.18
+10.60%
752.45
-12.40%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
375.75
+15.67%
324.84
-8.91%
356.63
+59.30%
223.86
+10.32%
202.92
+64.31%
123.49
-35.54%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
14.72
-11.75%
16.68
-22.41%
21.50
+2.80%
20.91
-22.47%
26.97
+65.55%
16.29
-6.22%
รวมหนี้สิน —
390.47
+14.33%
341.52
-9.68%
378.12
+54.48%
244.78
+6.47%
229.89
+64.46%
139.79
-33.11%
รวมส่วนของเจ้าของ —
467.82
-12.99%
537.68
-8.23%
585.89
+0.47%
583.13
-3.18%
602.29
-1.69%
612.66
-5.75%
D/E —
0.83
0.64
0.65
0.42
0.38
0.23
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-13.88
-8.45
0.67
1.04
5.13
1.69
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-7.81
-4.95
0.79
1.29
4.98
1.66
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.56
1.95
1.97
2.95
3.17
2.10
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.48
0.36
0.48
0.96
0.98
0.42
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
83.75
69.30
0.00
0.00
82.52
79.99
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
3.50
3.16
0.00
0.00
1.63
1.35
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
51.12
50.69
0.00
0.00
61.32
44.83
วงจรเงินสด —
36.12
21.77
0.00
0.00
22.82
36.51
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-100
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+50
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIGER

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-99.72
+1,508.39%
-6.20
-81.82%
-34.10
-217.95%
28.91
-80.18%
145.83
-35.25%
225.23
-267.96%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
50.23
+410.47%
9.84
+186.05%
3.44
-50.36%
6.93
-103.71%
-187.01
+84.59%
-101.31
+36.24%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
25.90
+9,861.54%
0.26
-99.26%
35.36
-630.93%
-6.66
-112.64%
52.67
-155.54%
-94.84
+105.77%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-27.11
-796.92%
3.89
-83.28%
23.26
-20.34%
29.20
+154.36%
11.48
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
8.07
-55.02%
17.94
-45.69%
33.03
+913.19%
3.26
-90.43%
34.05
+585.11%
4.97
-98.08%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
6.47
-19.83%
8.07
-55.02%
17.94
-45.69%
33.03
+913.19%
3.26
-90.43%
34.05
+585.11%