บริษัท ไทย อิงเกอร์ โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.46
0.04 (8.00%)
สรุปสั้น
กำไรปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.65 ล้านบาท หรือคิดเป็น อัตราร้อยละ 22.84 เนื่องจาก 3 ปัจจัยหลัก คือ
1. การเพิ่มขึ้นของรายได้ จากการเร่งส่งมอบงานก่อสร้างและการรับงานก่อสร้างโครงการเอกชนขนาดเล็กและโครงการสาธารณูปโภคภาครัฐ
2 กําไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น แต่อัตรากําไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย เนื่องจากโครงสร้างของงานที่รับ และต้นทุนการเก็บงานเพื่อ เรียกเก็บค่างวดคงค้าง
3) ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการรับรู้หนี้สงสัยจะสูญในบริษัทย่อย
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8861 out_tok=2639 at=2026-07-26T09:08:15 -->
# KEX พลิกขาดทุนหนัก Q2/65 รับต้นทุนพุ่ง-อุปสงค์อ่อนแอ
## รายได้ทรงตัวแต่ต้นทุนพุ่งดันขาดทุนสุทธิเพิ่ม 318% YoY ฝ่ายบริหารเร่งคุมต้นทุน-ปรับกลยุทธ์ราคา
บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 318.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนขายและให้บริการที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับอุปสงค์ที่อ่อนแอลงในช่วง Low Season และจำนวนวันทำการที่ลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารยังคงเดินหน้าปรับกลยุทธ์ด้านราคาและมาตรการควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด เพื่อประคับประคองผลประกอบการและรักษาความเป็นผู้นำตลาด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ KEX ในไตรมาส 2/2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนขายและให้บริการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก** โดยเพิ่มขึ้นถึง 22.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 3.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบที่ -11.7% จากเดิมที่เคยเป็นบวก 15.4% ใน Q2/2564 และขาดทุนสุทธิส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 318.2% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ต้นทุนขายและให้บริการปรับตัวสูงขึ้น มาจากปัจจัยภายนอกหลายประการ ได้แก่
* **จำนวนวันหยุดที่เพิ่มขึ้น** ในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม ส่งผลให้วันทำงานน้อยลง
* **ตลาดแรงงานที่ตึงตัว** ทำให้ต้นทุนค่าแรงเพิ่มขึ้น
* **ราคาน้ำมันดีเซลที่พุ่งสูงขึ้น** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนเชื้อเพลิงในการขนส่ง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่รุนแรงขึ้น** ทำให้บริษัทฯ จำเป็นต้องคงค่าใช้จ่ายบางส่วนไว้เพื่อรักษาคุณภาพการให้บริการและขยายขีดความสามารถในการรองรับปริมาณพัสดุที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายและการให้บริการจะทรงตัวอยู่ที่ 4,283.0 ล้านบาท (-6.9% YoY) แต่ก็เผชิญกับอุปสงค์ที่อ่อนแอลงในช่วง Low Season และจำนวนวันทำการที่น้อยลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม**
ฝ่ายบริหารระบุว่า ต้นทุนที่สูงผิดปกติในไตรมาส 2/2565 ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากวันหยุดในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม และบริษัทฯ มีการดำเนินการที่ปรับตัวดีขึ้นในเดือนมิถุนายน และคาดว่าความก้าวหน้านี้จะดำเนินต่อไปในเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้นำนโยบายควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวดมาใช้ รวมถึงการปรับใช้กลยุทธ์ Smart Pricing และการประกาศใช้ Fuel Surcharge เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจและการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไปได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 318.2% YoY** เป็น 732.4 ล้านบาท จาก 335.6 ล้านบาทใน Q2/2564
* **อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ** ที่ -11.7% จาก 15.4% ใน Q2/2564
* **รายได้จากการขายและการให้บริการทรงตัว** อยู่ที่ 4,283.0 ล้านบาท (-6.9% YoY)
* **ต้นทุนขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 22.9% YoY** เป็น 4,783.1 ล้านบาท
* **ปริมาณพัสดุเติบโตต่อเนื่อง 35.7%** ในครึ่งปีแรกของปี 2565
* **ขยายจุดให้บริการกว่า 33,000 แห่ง** เพิ่มขึ้น 115.5% YoY
* **ร่วมทุนกับ HIVE BOX** สร้าง Smart Locker System ในไทย
* **ได้รับความไว้วางใจจาก TikTok** ให้เป็นผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุบน TikTok Shop
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX รายงานรายได้จากการขายและการให้บริการเท่ากับ 4,283.0 ล้านบาท ลดลง 6.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าปริมาณพัสดุจะยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 35.7% ในครึ่งปีแรกของปี 2565 แต่ได้รับผลกระทบจากช่วง Low Season และจำนวนวันทำการที่ลดลง ต้นทุนขายและให้บริการเพิ่มขึ้น 22.9% YoY เป็น 4,783.1 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบถึง -11.7% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 40.1% YoY เป็น 459.0 ล้านบาท โดยรวมแล้ว บริษัทฯ รายงานขาดทุนสุทธิส่วนของผู้เป็นเจ้าของบริษัทเท่ากับ 732.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 318.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตของปริมาณพัสดุ:** กลยุทธ์ Express-Focus และการปรับใช้ Smart Pricing รวมถึง Fuel Surcharge คาดว่าจะช่วยรักษารายได้ที่ยั่งยืนควบคู่ไปกับการเติบโตของจำนวนพัสดุ
* **การขยายเครือข่าย:** การเพิ่มขึ้นของจุดให้บริการกว่า 33,000 แห่ง (+115.5% YoY) และการเป็นพันธมิตรกับแบรนด์ค้าปลีกชั้นนำ ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของเครือข่าย First-Mile
* **การเป็นพันธมิตรใหม่:** การร่วมทุนกับ HIVE BOX เพื่อสร้าง Smart Locker System และการเป็นผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุบน TikTok Shop เป็นการขยายฐานลูกค้าและสร้างรายได้ใหม่
* **การขยายธุรกิจ Cross-Border:** การรวมกิจการกับ SF ในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทำให้มีทีมงาน Cross-Border ที่แข็งแกร่ง มุ่งเน้นประเทศจีน และเตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์และบริการเฉพาะสำหรับประเทศจีนและบริการระหว่างประเทศในไตรมาส 3/2565
* **การขยาย Kerry Cool:** การขยายขอบเขตการให้บริการจากภาคใต้สู่ภาคกลาง และการให้บริการกลุ่มลูกค้าอาหารและเครื่องดื่มที่หลากหลาย
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนที่สูงขึ้น:** ความผันผวนของราคาน้ำมัน ตลาดแรงงานที่ตึงตัว และค่าใช้จ่ายในการรักษาคุณภาพบริการ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
* **การแข่งขันที่รุนแรง:** แม้ว่า KEX จะปรับราคาเริ่มต้นให้เข้าถึงง่ายขึ้น แต่การแข่งขันในตลาดขนส่งพัสดุด่วนยังคงสูง
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าก่อนช่วง COVID-19 และการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป อาจส่งผลต่อปริมาณพัสดุ
* **ความท้าทายในการดำเนินงาน:** จำนวนวันหยุดที่เพิ่มขึ้น การระบาดของ COVID-19 และความตึงตัวของตลาดแรงงาน เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานในครึ่งปีหลัง:** การปรับตัวดีขึ้นของการดำเนินการในเดือนมิถุนายน และการคาดการณ์ว่าจะดำเนินต่อไปในเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป จะส่งผลต่อผลประกอบการอย่างไร
* **ประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมต้นทุน:** นโยบายควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด และโปรแกรม Super Last Mile จะสามารถลดต้นทุนได้อย่างมีนัยสำคัญหรือไม่
* **ความสำเร็จของกลยุทธ์ Smart Pricing และ Fuel Surcharge:** กลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยรักษารายได้และอัตรากำไรในระยะยาวได้หรือไม่
* **การเติบโตของธุรกิจใหม่:** ความคืบหน้าและความสำเร็จของการร่วมทุนกับ HIVE BOX และการขยายธุรกิจ Cross-Border
* **การแข่งขันด้านราคา:** การปรับราคาเริ่มต้นที่ 15 บาท จะส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไรอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**หมายเหตุ:** ข้อมูลที่ได้รับเป็นของบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจ "ขนส่งและโลจิสติกส์" ไม่ใช่กลุ่ม "อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง" ดังนั้น การวิเคราะห์จะอิงตามข้อมูลที่ได้รับและไม่สามารถใช้เลนส์ sector อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 14,042.0 ล้านบาท ลดลง 17.6% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและเงินลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินที่มีสภาพคล่องลดลง 39.5% เป็น 4,415.4 ล้านบาท ในขณะที่ลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 24.3% เป็น 2,004.9 ล้านบาท หนี้สินรวมลดลง 22.4% เป็น 5,995.8 ล้านบาท และส่วนของเจ้าของลดลง 13.6% เป็น 8,046.2 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.73 ใน Q1/2565 เป็น 0.75 ใน Q2/2565
บริษัทฯ ยังคงรักษาความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินและสภาพคล่อง โดยไม่มีการใช้เงินกู้ยืม และใช้สภาพคล่องส่วนเกินในการลงทุนในตลาดเงินที่มีความเสี่ยงต่ำแต่มีสภาพคล่องสูง อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็วลดลงจาก 1.04 ใน Q1/2565 เป็น 1.04 ใน Q2/2565 และอัตราส่วนสภาพคล่องกระแสเงินสดติดลบต่อเนื่องที่ -0.31
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ทำให้ KEX พลิกขาดทุนหนักในไตรมาส 2/2565 คือต้นทุนขายและให้บริการที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก เช่น ราคาน้ำมันและตลาดแรงงานที่ตึงตัว ประกอบกับอุปสงค์ที่อ่อนแอในช่วง Low Season แม้ว่าบริษัทฯ จะมีโอกาสจากการเติบโตของปริมาณพัสดุ การขยายเครือข่าย และการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูงและการแข่งขันที่รุนแรงยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ฝ่ายบริหารได้เร่งออกมาตรการควบคุมต้นทุนและปรับกลยุทธ์ราคาเพื่อประคับประคองผลประกอบการ ซึ่งต้องรอดูผลลัพธ์ในครึ่งปีหลังต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIGER ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
173.25
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
-12.15
ล้านบาท
↓ 60.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-7.01
%
กำไรสุทธิ
-30.37
ล้านบาท
↓ 33.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-17.53
%
D/E Ratio
0.83
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
173
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-12
↓ -60.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-30
↓ -33.2%
YoY
D/E Ratio
0.83
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIGER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.83
ROE (%)
-13.88
ROA (%)
-7.81
Book Value/หุ้น
1.01
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIGER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-100
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+50
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIGER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-99.72
+1,508.39%
|
-6.20
-81.82%
|
-34.10
-217.95%
|
28.91
-80.18%
|
145.83
-35.25%
|
225.23
-267.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
50.23
+410.47%
|
9.84
+186.05%
|
3.44
-50.36%
|
6.93
-103.71%
|
-187.01
+84.59%
|
-101.31
+36.24%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
25.90
+9,861.54%
|
0.26
-99.26%
|
35.36
-630.93%
|
-6.66
-112.64%
|
52.67
-155.54%
|
-94.84
+105.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-27.11
-796.92%
|
3.89
-83.28%
|
23.26
-20.34%
|
29.20
+154.36%
|
11.48
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
8.07
-55.02%
|
17.94
-45.69%
|
33.03
+913.19%
|
3.26
-90.43%
|
34.05
+585.11%
|
4.97
-98.08%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6.47
-19.83%
|
8.07
-55.02%
|
17.94
-45.69%
|
33.03
+913.19%
|
3.26
-90.43%
|
34.05
+585.11%
|