บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
19.30
0.20 (1.03%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้ ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อรวม และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการซึ่งสัดส่วนหลักมาจากการเติบโตของ ธุรกิจประกันชีวิต และประกันวินาศภัย
อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 เท่ากับร้อยละ 1.2 ลดลงร้อยละ 0.5 เมื่อ เทียบกับร้อยละ 1.7 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ระลอกที่ 3 เพิ่มสูงขึ้น แต่ บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ได้เป็นอย่างดี
จํานวนสาขา ครอบคลุม 74 จังหวัด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 รวมทั้งสิ้น 1,286 สาขา มีสาขาเพิ่มขึ้น รวม 210 สาขาจากสิ้นปีก่อน สอดคล้องกับกลยุทธ์การเพิ่มจํานวนสาขาทั้งสิ้น 500 สาขาภายในปี 2556
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6040 out_tok=2039 at=2026-07-26T08:19:58 -->
# TIDLOR กำไรปี 65 โต 14.9% รับพอร์ตสินเชื่อ-นายหน้าประกันโต
## รายได้รวมพุ่ง 26.8% จากเศรษฐกิจฟื้น-บัตรติดล้อดันยอด
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 3,640.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวหลังโควิด-19 เป็นปัจจัยสนับสนุนการดำเนินงาน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TIDLOR ในปี 2565 ให้เติบโตขึ้น 14.9% มาจาก **การขยายตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยรับ** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรวม และ **การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ** โดยเฉพาะจากธุรกิจนายหน้าประกัน
กลไกที่ทำให้เกิดการเติบโตนี้ เริ่มต้นจากการที่เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นตัวหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ประกอบกับความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ" ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง ส่งผลให้พอร์ตสินเชื่อรวมเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (รายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น 26.9% และจากสัญญาเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 32.6%) การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น 23.4% โดยมีสัดส่วนหลักมาจากธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัย สะท้อนถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าและผลิตภัณฑ์ประกันภัยควบคู่ไปกับการให้บริการสินเชื่อ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยกระจายแหล่งรายได้และเพิ่มความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ
สำหรับโอกาสในการเกิดผลต่อเนื่องนั้น **มีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัยยังคงสอดคล้องกับการขยายตัวของสำนักงานและธุรกิจโดยรวม ประกอบกับการส่งมอบ "บัตรติดล้อ" ให้แก่ลูกค้าจำนวนมาก แสดงให้เห็นถึงการขยายฐานลูกค้าที่ยังคงดำเนินต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 14.9%** แตะ 3,640.2 ล้านบาท จาก 3,168.9 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 26.8%** เป็น 15,274.4 ล้านบาท จาก 12,047.1 ล้านบาท
* **พอร์ตสินเชื่อรวมเติบโต 32.2%** สู่ระดับ 81,265.4 ล้านบาท
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 23.4%** จากการเติบโตของธุรกิจนายหน้าประกัน
* **NPL ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย** เป็น 1.6% จาก 1.2% แต่ยังบริหารจัดการได้
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มเป็น 2.3 เท่า** จาก 2.0 เท่า เพื่อรองรับการเติบโตของสินเชื่อ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 15,274.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น 32.6% จากสัญญาเช่าซื้อ และ 26.9% จากเงินให้กู้ยืม รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น 23.4% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย กำไรสุทธิสำหรับปีอยู่ที่ 3,640.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% จากปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ:** การเติบโตของเศรษฐกิจและการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ง่ายขึ้นผ่าน "บัตรติดล้อ" ช่วยหนุนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ
* **การเติบโตของธุรกิจนายหน้าประกัน:** การขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ช่วยกระจายแหล่งรายได้และเพิ่มกำไร
* **การขยายสาขา:** การเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 1,628 สาขา ครอบคลุม 74 จังหวัด ช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในวงกว้าง
## ความเสี่ยง
* **คุณภาพหนี้ที่อาจปรับเพิ่มขึ้น:** อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1.6% จาก 1.2% ซึ่งอาจเป็นสัญญาณความเปราะบางของลูกหนี้บางกลุ่ม โดยเฉพาะหลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้
* **ภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน 10.2% จากการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น อาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้มีประสิทธิภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของ NPL และความสามารถในการบริหารจัดการหนี้เสีย
* การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยในระยะต่อไป
* ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับสูงขึ้นต่อต้นทุนทางการเงินและภาระดอกเบี้ยของลูกค้า
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM (ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ):** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 15.4% เป็น 15.8% สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับสูงขึ้น
* **NPL (หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้):** เพิ่มขึ้นจาก 1.2% เป็น 1.6% ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ายังคงบริหารจัดการได้ดีภายใต้นโยบายความเสี่ยง และสะท้อนคุณภาพสินทรัพย์หลังสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้
* **Coverage Ratio (อัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้):** ลดลงจาก 356.6% เป็น 248.9% ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนการตั้งสำรองที่รอบคอบ
* **Credit Cost (อัตราส่วนค่าใช้จ่ายด้านเครดิต):** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.7% เป็น 2.2% สอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อและการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นด้วยความระมัดระวัง
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** เติบโต 23.4% โดยมีสัดส่วนหลักจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย ซึ่งเป็นปัจจัยบวกในการกระจายรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 84,727.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.4% จากปีก่อน โดยมีสินเชื่อและลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อเป็นสินทรัพย์หลักที่เติบโตขึ้น 32.2% หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 34.4% เป็น 59,305.1 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้จากสถาบันการเงินและหุ้นกู้ เพื่อรองรับการขยายพอร์ตสินเชื่อ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.3 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.0 เท่าในปี 2564 ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 13.5% เป็น 25,421.9 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TIDLOR โชว์ผลประกอบการปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 14.9% จากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อและการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย แม้ว่า NPL จะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ฝ่ายจัดการยังคงมั่นใจในความสามารถในการบริหารจัดการคุณภาพหนี้ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มคุณภาพสินทรัพย์ในระยะต่อไป รวมถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคและต้นทุนทางการเงินที่อาจเพิ่มขึ้น.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIDLOR ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
11,849.98
ล้านบาท
↑ 105.1% YoY
กำไรขั้นต้น
11,787.83
ล้านบาท
↑ 104.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
99.48
%
กำไรสุทธิ
2,273.05
ล้านบาท
↑ 117.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.18
%
D/E Ratio
2.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
11,850
↑ + 105.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11,788
↑ + 104.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,273
↑ + 117.6%
YoY
D/E Ratio
2.49
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIDLOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.49
ROE (%)
15.27
ROA (%)
7.97
Book Value/หุ้น
12.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIDLOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,332
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+67
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIDLOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,331.99
-134.01%
|
3,917.00
+804.26%
|
433.17
-93.75%
|
6,927.66
-247.87%
|
-4,684.88
+1,893.82%
|
-234.97
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
66.77
-79.33%
|
323.10
-38.62%
|
526.42
+529.69%
|
83.60
-82.86%
|
487.69
-210.07%
|
-443.06
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,106.27
-38.04%
|
-6,627.12
+167.23%
|
-2,479.90
-56.24%
|
-5,667.02
-15.76%
|
-6,727.63
-549.45%
|
1,496.85
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5,371.49
+125.03%
|
-2,387.02
+57.01%
|
-1,520.29
-213.10%
|
1,344.25
-119.95%
|
-6,738.46
-922.95%
|
818.82
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,771.24
+6.96%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|
446.41
-0.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,060.34
+72.89%
|
1,770.11
+6.89%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|