บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
19.30
0.20 (1.03%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้ ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อรวม และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการซึ่งสัดส่วนหลักมาจากการเติบโตของ ธุรกิจประกันชีวิต และประกันวินาศภัย
อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 เท่ากับร้อยละ 1.2 ลดลงร้อยละ 0.5 เมื่อ เทียบกับร้อยละ 1.7 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ระลอกที่ 3 เพิ่มสูงขึ้น แต่ บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ได้เป็นอย่างดี
จํานวนสาขา ครอบคลุม 74 จังหวัด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 รวมทั้งสิ้น 1,286 สาขา มีสาขาเพิ่มขึ้น รวม 210 สาขาจากสิ้นปีก่อน สอดคล้องกับกลยุทธ์การเพิ่มจํานวนสาขาทั้งสิ้น 500 สาขาภายในปี 2556
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8935 out_tok=2642 at=2026-07-26T08:53:08 -->
# TIDLOR กำไร Q3/66 โต 11.7% รับแรงหนุนสินเชื่อ-ประกันภัย
## รายได้รวมพุ่ง 23% YoY ฝ่ายบริหารคุมคุณภาพหนี้เสียได้ดี
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1,006.8 ล้านบาท เติบโต 11.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่แข็งแกร่ง พร้อมรักษาคุณภาพสินทรัพย์ให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TIDLOR ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 23.0% YoY** โดยมีแรงหนุนสำคัญจาก **รายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น 22.7% YoY** จากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ และ **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น 24.6% YoY** จากธุรกิจนายหน้าประกันภัย นอกจากนี้ บริษัทยังสามารถ **รักษาคุณภาพหนี้เสีย (NPL) ให้อยู่ในระดับต่ำที่ 1.51%** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยรับมาจาก **การขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อรวม 21.1% YoY** โดยมีบัตรติดล้อเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงเงินสดให้ลูกค้า รวมถึงการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งสาขาและช่องทางออนไลน์ สำหรับรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เติบโตโดดเด่นนั้น มาจาก **ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของธุรกิจนายหน้าประกันภัย** โดยเฉพาะเบี้ยประกันวินาศภัยที่เพิ่มขึ้นถึง 25.6% YoY
แม้ต้นทุนทางการเงินจะปรับเพิ่มขึ้น 54.3% YoY จากอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 21.5% YoY ตามการขยายตัวของธุรกิจ แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost-to-income Ratio) อยู่ที่ 55.4% ซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ การบริหารคุณภาพหนี้เสียที่เข้มงวด ส่งผลให้ NPL อยู่ในระดับต่ำ และ NPL Coverage Ratio ยังคงแข็งแกร่งที่ 264.4% ซึ่งช่วยจำกัดผลขาดทุนด้านเครดิต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายบริหารระบุว่าพอร์ตสินเชื่อรวมและธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และคาดว่า NPL และ Credit Cost จะอยู่ในทิศทางตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การที่บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการเติบโตพอร์ตอย่างมีคุณภาพภายใต้นโยบายบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการรักษาความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน และการกระจายแหล่งเงินทุน จะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโต 11.7% YoY** แตะ 1,006.8 ล้านบาท
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 23.0% YoY** แตะ 4,834.3 ล้านบาท
* **พอร์ตสินเชื่อรวมขยายตัว 21.1% YoY** อยู่ที่ 91,888.0 ล้านบาท โดยบัตรติดล้อยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **เบี้ยประกันวินาศภัยเติบโต 25.6% YoY** อยู่ที่ 2,063.2 ล้านบาท
* **คุณภาพหนี้เสีย (NPL) อยู่ในระดับต่ำที่ 1.51%** ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า
* **NPL Coverage Ratio แข็งแกร่งที่ 264.4%**
* **D/E ratio อยู่ในระดับต่ำที่ 2.4 เท่า** สะท้อนการบริหารการเงินที่รอบคอบ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 TIDLOR มีรายได้รวม 4,834.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.0% YoY โดยมีรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมและลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 22.7% YoY เป็น 4,000.5 ล้านบาท และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 24.6% YoY เป็น 822.5 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 3,574.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% YoY ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการขยายตัวของธุรกิจและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,006.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% YoY
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 2,889.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% YoY โดยมีรายได้รวมเติบโต 25.7% YoY เป็น 13,709.3 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** การขยายตัวของพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจากบัตรติดล้อ และการเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งสาขาและดิจิทัล
* **การเติบโตของธุรกิจนายหน้าประกันภัย:** การขยายตัวของเบี้ยประกันวินาศภัยและประกันชีวิตผ่านช่องทางต่างๆ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การรักษาอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ แม้มีการขยายธุรกิจ
* **การกระจายแหล่งเงินทุน:** การมีแหล่งเงินทุนที่หลากหลายช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและลดความเสี่ยง
## ความเสี่ยง
* **การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจส่งผลกระทบต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) หากไม่สามารถปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อได้ทัน
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์:** ปัจจัยภายนอกเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจสินเชื่อและนายหน้าประกันภัย อาจกดดันอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสินเชื่อและประกันภัย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** การปรับขึ้นหรือลดลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและ NIM
* **คุณภาพสินทรัพย์:** การติดตาม NPL และ Credit Cost อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน
* **การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม:** การขยายตัวอย่างต่อเนื่องของธุรกิจนายหน้าประกันภัย และการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนต่อรายได้รวม
* **การบริหารต้นทุน:** การรักษา Cost-to-income Ratio ให้อยู่ในระดับที่มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางการขยายธุรกิจ
* **การขยายตัวของบัตรติดล้อ:** การเติบโตของผู้ใช้งานบัตรติดล้อ และผลต่อการเข้าถึงสินเชื่อของลูกค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**NIM และ NII:** รายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมและลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 22.7% YoY เป็น 4,000.5 ล้านบาท แม้ต้นทุนทางการเงินจะเพิ่มขึ้น 54.3% YoY แต่บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นรักษากลยุทธ์การกระจายตัวในการกู้ยืมและการบริหารค่าเฉลี่ยอายุของสินทรัพย์และหนี้สิน เพื่อรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้สม่ำเสมอ โดยอัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยรับจากธุรกิจสินเชื่ออยู่ที่ 17.9% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 17.8% ในปีก่อน
**NPL และ Coverage:** คุณภาพพอร์ตสินเชื่อยังคงแข็งแกร่ง โดย NPL อยู่ที่ 1.51% ลดลงเล็กน้อยจาก 1.54% ในไตรมาสก่อนหน้า และ NPL Coverage Ratio อยู่ที่ 264.4% ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารความเสี่ยงที่รอบคอบ
**Non-NII:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเติบโตโดดเด่น 24.6% YoY เป็น 822.5 ล้านบาท โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
**Credit Cost:** ผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มขึ้น 32.8% YoY เป็น 681.2 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อและการตั้งสำรองเพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
**CAR/Basel:** ข้อมูลเกี่ยวกับ CAR/Basel ไม่ได้ระบุไว้ในเอกสาร
**รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเติบโต 24.6% YoY เป็น 822.5 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย
**กำไรพิเศษครั้งเดียว:** ไม่พบข้อมูลกำไรพิเศษครั้งเดียวในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณสิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 94,522.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินเชื่อรวม 91,888.0 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 66,957.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.9% จากสิ้นปี 2565 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้และหุ้นกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 27,565.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% จากสิ้นปี 2565 โดยมี D/E ratio อยู่ที่ 2.4 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน, การลงทุน, และการจัดหาเงิน ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร
## สรุปท้าย
TIDLOR โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 11.7% YoY จากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่โดดเด่น ควบคู่ไปกับการบริหารคุณภาพหนี้เสียที่อยู่ในระดับต่ำ แม้ต้นทุนทางการเงินจะปรับสูงขึ้นตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย แต่บริษัทฯ ยังคงสามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ดี การกระจายแหล่งเงินทุนที่หลากหลายและ D/E ratio ที่อยู่ในระดับต่ำ สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้มีแนวโน้มสนับสนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่อาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินทรัพย์ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIDLOR ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
11,849.98
ล้านบาท
↑ 105.1% YoY
กำไรขั้นต้น
11,787.83
ล้านบาท
↑ 104.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
99.48
%
กำไรสุทธิ
2,273.05
ล้านบาท
↑ 117.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.18
%
D/E Ratio
2.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
11,850
↑ + 105.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11,788
↑ + 104.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,273
↑ + 117.6%
YoY
D/E Ratio
2.49
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIDLOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.49
ROE (%)
15.27
ROA (%)
7.97
Book Value/หุ้น
12.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIDLOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,332
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+67
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIDLOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,331.99
-134.01%
|
3,917.00
+804.26%
|
433.17
-93.75%
|
6,927.66
-247.87%
|
-4,684.88
+1,893.82%
|
-234.97
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
66.77
-79.33%
|
323.10
-38.62%
|
526.42
+529.69%
|
83.60
-82.86%
|
487.69
-210.07%
|
-443.06
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,106.27
-38.04%
|
-6,627.12
+167.23%
|
-2,479.90
-56.24%
|
-5,667.02
-15.76%
|
-6,727.63
-549.45%
|
1,496.85
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5,371.49
+125.03%
|
-2,387.02
+57.01%
|
-1,520.29
-213.10%
|
1,344.25
-119.95%
|
-6,738.46
-922.95%
|
818.82
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,771.24
+6.96%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|
446.41
-0.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,060.34
+72.89%
|
1,770.11
+6.89%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|