บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
19.30
0.20 (1.03%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้ ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อรวม และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการซึ่งสัดส่วนหลักมาจากการเติบโตของ ธุรกิจประกันชีวิต และประกันวินาศภัย
อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 เท่ากับร้อยละ 1.2 ลดลงร้อยละ 0.5 เมื่อ เทียบกับร้อยละ 1.7 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ระลอกที่ 3 เพิ่มสูงขึ้น แต่ บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ได้เป็นอย่างดี
จํานวนสาขา ครอบคลุม 74 จังหวัด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 รวมทั้งสิ้น 1,286 สาขา มีสาขาเพิ่มขึ้น รวม 210 สาขาจากสิ้นปีก่อน สอดคล้องกับกลยุทธ์การเพิ่มจํานวนสาขาทั้งสิ้น 500 สาขาภายในปี 2556
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6023 out_tok=2317 at=2026-07-26T09:08:05 -->
TIDLOR กำไร Q2/65 พุ่ง 26.2% รับรายได้ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมโต
ฝ่ายจัดการชี้การขยายพอร์ตสินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัยหนุนผลประกอบการ ขณะที่ต้นทุนการเงินลดลง
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 981.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย รวมถึงการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TIDLOR ในไตรมาส 2 ปี 2565 ให้เติบโต 26.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยรับ และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ** ควบคู่ไปกับการ **ลดลงของต้นทุนทางการเงิน**
ปัจจัยเหล่านี้เกิดขึ้นจากการดำเนินงานที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของบริษัทฯ โดยรายได้ดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้น 23.4% มาจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ" ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกขึ้น ส่งผลให้ปริมาณสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเติบโต 24.9% ซึ่งมีสัดส่วนหลักมาจากธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังลดลง 4.2% อันเป็นผลมาจากการปรับอันดับความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ และการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
สำหรับโอกาสในการต่อเนื่องของปัจจัยเหล่านี้ ฝ่ายจัดการระบุว่าการขยายจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่อง (มีแผนเพิ่มอีก 500 สาขาภายในปี 2566) และการส่งมอบ "บัตรติดล้อ" ให้ลูกค้ากว่า 400,000 ราย สะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อและรายได้ดอกเบี้ยในระยะต่อไป ขณะที่ธุรกิจนายหน้าประกันภัยก็มีแนวโน้มเติบโตตามการขยายตัวของธุรกิจสินเชื่อ ดังนั้น ปัจจัยขับเคลื่อนหลักเหล่านี้จึง **มีโอกาสต่อเนื่อง** ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 26.2% YoY:** อยู่ที่ 981.4 ล้านบาท จาก 777.5 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 23.9% YoY:** อยู่ที่ 3,616.5 ล้านบาท จาก 2,918.1 ล้านบาท
* **รายได้ดอกเบี้ยรับรวมเติบโต:** โดยเฉพาะจากเงินให้กู้ยืม (+23.4%) และสัญญาเช่าซื้อ (+27.3%)
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 24.9% YoY:** หนุนหลักจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 4.2% YoY:** จากการบริหารต้นทุนและอันดับความน่าเชื่อถือที่ดีขึ้น
* **NPL ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** อยู่ที่ 1.4% จาก 1.2% ณ สิ้นปี 2564 แต่ยังบริหารจัดการได้
* **ขยายสาขาต่อเนื่อง:** มี 1,484 สาขา เพิ่มขึ้น 198 สาขาตั้งแต่ต้นปี และมีแผนเพิ่มอีก 500 สาขาภายในปี 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 TIDLOR มีรายได้รวม 3,616.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยรับรวมปรับตัวสูงขึ้นจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ" ที่ส่งมอบให้ลูกค้าแล้วกว่า 400,000 ราย นอกจากนี้ รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการยังเติบโต 24.9% จากการขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกันภัยอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารเพิ่มขึ้น 20.0% สอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจ ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 26.1% และกำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 981.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.2%
## โอกาส
* **การขยายเครือข่ายสาขา:** มีแผนเพิ่มอีก 500 สาขาภายในปี 2566 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า
* **ความสำเร็จของ "บัตรติดล้อ":** เป็นปัจจัยสำคัญในการเพิ่มปริมาณสินเชื่อและรายได้ดอกเบี้ย
* **การเติบโตของธุรกิจนายหน้าประกันภัย:** สนับสนุนรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การปรับอันดับความน่าเชื่อถือและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพช่วยลดภาระดอกเบี้ย
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของ NPL:** แม้จะยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แต่การเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.2% เป็น 1.4% เป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
* **การตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้น:** เพื่อความรอบคอบสอดรับกับแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในอนาคต
* **ปัจจัยมหภาค:** สถานการณ์โควิด-19 และผลกระทบจากปัจจัยมหภาคยังคงเป็นความท้าทายในการดำเนินธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* การบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ (NPL) และการตั้งสำรองหนี้ในไตรมาสถัดไป
* ความคืบหน้าในการขยายสาขาตามแผน และผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย
* แนวโน้มต้นทุนทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้สิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**NIM และ NIM:** ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 15.4% ในสิ้นปี 2564 เป็น 15.8% ในไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 15.6% สะท้อนถึงการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพและการรักษาอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์เฉลี่ย (ROA) ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 5.2% เป็น 5.4%
**NPL และ Coverage:** อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ต่อสินเชื่อรวมปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.2% ณ สิ้นปี 2564 เป็น 1.4% ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (Coverage Ratio) ยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 269.8% แม้จะลดลงจาก 356.6% ณ สิ้นปี 2564 แต่ยังสะท้อนถึงนโยบายการป้องกันความเสี่ยงที่รัดกุม
**Credit Cost:** อัตราส่วนค่าใช้จ่ายด้านเครดิต (Credit Cost) อยู่ที่ 1.7% เพิ่มขึ้นจาก 0.7% ในสิ้นปี 2564 และ 1.0% ในปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อและการตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้นด้วยความระมัดระวัง
**สัดส่วนสินเชื่อและเงินฝาก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนเงินฝากอย่างชัดเจน แต่ระบุว่ามีการเพิ่มขึ้นของเงินกู้จากสถาบันการเงินและหุ้นกู้เพื่อใช้ในการขยายพอร์ตสินเชื่อ
**รายได้ค่าธรรมเนียม:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเติบโต 24.9% โดยมีสัดส่วนหลักมาจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย
**CAR/Basel:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล CAR/Basel โดยตรง แต่ระบุว่าอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.1 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.0 เท่า สอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมของ TIDLOR อยู่ที่ 74,433.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.9% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 15.0% เป็น 70,659.2 ล้านบาท ในขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 38.7% หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 15.0% เป็น 50,722.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้จากสถาบันการเงินและหุ้นกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5.8% เป็น 23,711.8 ล้านบาท จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นและหักด้วยเงินปันผล
## สรุปท้าย
TIDLOR โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 26.2% จากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อผ่านผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ" และการเติบโตของธุรกิจนายหน้าประกันภัย ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ แม้ NPL จะปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่บริษัทยังคงบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ได้ดีและมีระดับเงินสำรองที่สูง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัวอาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาในการตั้งสำรองหนี้ในอนาคต การขยายสาขาอย่างต่อเนื่องเป็นโอกาสสำคัญในการผลักดันการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIDLOR ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
11,849.98
ล้านบาท
↑ 105.1% YoY
กำไรขั้นต้น
11,787.83
ล้านบาท
↑ 104.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
99.48
%
กำไรสุทธิ
2,273.05
ล้านบาท
↑ 117.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.18
%
D/E Ratio
2.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
11,850
↑ + 105.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11,788
↑ + 104.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,273
↑ + 117.6%
YoY
D/E Ratio
2.49
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIDLOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.49
ROE (%)
15.27
ROA (%)
7.97
Book Value/หุ้น
12.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIDLOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,332
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+67
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIDLOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,331.99
-134.01%
|
3,917.00
+804.26%
|
433.17
-93.75%
|
6,927.66
-247.87%
|
-4,684.88
+1,893.82%
|
-234.97
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
66.77
-79.33%
|
323.10
-38.62%
|
526.42
+529.69%
|
83.60
-82.86%
|
487.69
-210.07%
|
-443.06
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,106.27
-38.04%
|
-6,627.12
+167.23%
|
-2,479.90
-56.24%
|
-5,667.02
-15.76%
|
-6,727.63
-549.45%
|
1,496.85
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5,371.49
+125.03%
|
-2,387.02
+57.01%
|
-1,520.29
-213.10%
|
1,344.25
-119.95%
|
-6,738.46
-922.95%
|
818.82
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,771.24
+6.96%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|
446.41
-0.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,060.34
+72.89%
|
1,770.11
+6.89%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|