บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
19.30
0.20 (1.03%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้ ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อรวม และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการซึ่งสัดส่วนหลักมาจากการเติบโตของ ธุรกิจประกันชีวิต และประกันวินาศภัย
อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 เท่ากับร้อยละ 1.2 ลดลงร้อยละ 0.5 เมื่อ เทียบกับร้อยละ 1.7 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ระลอกที่ 3 เพิ่มสูงขึ้น แต่ บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ได้เป็นอย่างดี
จํานวนสาขา ครอบคลุม 74 จังหวัด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 รวมทั้งสิ้น 1,286 สาขา มีสาขาเพิ่มขึ้น รวม 210 สาขาจากสิ้นปีก่อน สอดคล้องกับกลยุทธ์การเพิ่มจํานวนสาขาทั้งสิ้น 500 สาขาภายในปี 2556
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6419 out_tok=2463 at=2026-07-26T08:40:24 -->
# TIDLOR กำไร Q1/65 โต 20% รับแรงหนุนดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียม
## รายได้ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมโตต่อเนื่อง หนุนกำไร TIDLOR Q1/65 พุ่ง 20%
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 940.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ ขณะที่ต้นทุนทางการเงินและผลขาดทุนจากการตัดรายการสินทรัพย์ทางการเงินลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TIDLOR ในไตรมาส 1 ปี 2565 ให้เติบโต 20.1% YoY มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อ** และ **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ** โดยเฉพาะจากธุรกิจประกันวินาศภัย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่เข้ามาชดเชยต้นทุนทางการเงินที่ลดลง และการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าที่น้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อ:** เติบโต 18.9% YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการส่งมอบ "บัตรติดล้อ" ให้กับลูกค้ากว่า 341,000 ราย ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2565 ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้นำไปสู่การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** เพิ่มขึ้น 8.5% YoY โดยมีสัดส่วนหลักมาจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจประกันวินาศภัย ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจประกันควบคู่ไปกับธุรกิจสินเชื่อ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ลดลง 7.3% YoY เนื่องจากบริษัทฯ มีการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยจ่ายปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง
* **ผลขาดทุนจากการตัดรายการสินทรัพย์ทางการเงิน:** ลดลง 16.6% YoY สอดคล้องกับคุณภาพหนี้โดยรวมที่อยู่ในระดับดี
* **การกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่า:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากมีการกลับรายการขาดทุนด้านเครดิตน้อยลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยหลักที่สนับสนุนคือ:
* **การขยายตัวของสาขา:** บริษัทฯ มีแผนเพิ่มจำนวนสาขารวม 500 สาขาภายในปี 2566 ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและขยายพอร์ตสินเชื่อ
* **ความสำเร็จของ "บัตรติดล้อ":** การส่งมอบบัตรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องแสดงให้เห็นถึงความต้องการของตลาดและความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนของลูกค้า
* **การเติบโตของธุรกิจประกัน:** การขยายตัวของธุรกิจประกันวินาศภัยควบคู่ไปกับสินเชื่อเป็นปัจจัยบวกที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อรายได้ค่าธรรมเนียมในระยะยาว
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** ประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนทางการเงินที่แสดงให้เห็นในไตรมาสนี้ คาดว่าจะช่วยรักษาอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ให้อยู่ในระดับที่ดีได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิโต 20.1% YoY:** อยู่ที่ 940.4 ล้านบาท จาก 783.3 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมโต 16.6% YoY:** อยู่ที่ 3,360.4 ล้านบาท จาก 2,882.8 ล้านบาท
* **รายได้ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อโต 18.9% YoY:** สะท้อนการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการโต 8.5% YoY:** หนุนโดยธุรกิจประกันวินาศภัย
* **NIM ทรงตัว:** อยู่ที่ 15.7% ใกล้เคียงปีก่อน (15.6%) แม้ดอกเบี้ยจ่ายลดลง แต่ดอกเบี้ยรับก็ปรับตัวตาม
* **NPL เพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** อยู่ที่ 1.3% จาก 1.2% ณ สิ้นปี 2564 แต่ยังบริหารจัดการได้ดี
* **หนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 2.1 เท่า จาก 2.0 เท่า สอดคล้องกับการขยายพอร์ตสินเชื่อ
## ภาพรวมผลประกอบการ
TIDLOR รายงานรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 3,360.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อที่ 18.9% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ 8.5% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารเพิ่มขึ้น 11.7% สอดคล้องกับการขยายตัวของธุรกิจ ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 940.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.1%
## โอกาส
* **การขยายเครือข่ายสาขา:** การเพิ่มจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าใหม่และขยายฐานสินเชื่อ
* **การเติบโตของผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ":** ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์นี้สะท้อนถึงความต้องการของตลาดและศักยภาพในการเพิ่มรายได้ดอกเบี้ย
* **การผนึกธุรกิจสินเชื่อและประกัน:** การเติบโตของธุรกิจประกันวินาศภัยควบคู่ไปกับสินเชื่อจะช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมและสร้างรายได้ที่หลากหลาย
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** ประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนทางการเงินจะช่วยรักษา NIM และเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **คุณภาพสินทรัพย์:** แม้ NPL จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่การขยายตัวของพอร์ตสินเชื่ออาจนำมาซึ่งความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์ที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจสินเชื่อและการปล่อยสินเชื่ออาจส่งผลต่ออัตราดอกเบี้ยและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความผันผวนทางเศรษฐกิจและผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** ติดตามการขยายตัวของสินเชื่อรวม และการกระจายตัวของประเภทสินเชื่อ
* **คุณภาพสินทรัพย์:** จับตาการเปลี่ยนแปลงของ NPL และ Coverage Ratio อย่างใกล้ชิด
* **การขยายสาขา:** ประเมินผลกระทบจากการเพิ่มจำนวนสาขาต่อการดำเนินงานและต้นทุน
* **การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม:** ติดตามการเติบโตของธุรกิจประกันและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่สร้างรายได้ค่าธรรมเนียม
* **ต้นทุนทางการเงิน:** จับตาแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดและประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM:** อยู่ที่ 15.7% ทรงตัวจากปีก่อน (15.6%) แสดงถึงความสามารถในการรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย แม้ต้นทุนทางการเงินจะลดลง แต่รายได้ดอกเบี้ยรับก็ปรับตัวตามการเติบโตของสินเชื่อ
* **NII/Non-NII:** รายได้ดอกเบี้ยรับ (NII) เติบโตโดดเด่น 18.9% YoY ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ (Non-NII) เติบโต 8.5% YoY โดยมีสัดส่วนหลักมาจากธุรกิจประกัน
* **NPL:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 1.3% จาก 1.2% ณ สิ้นปี 2564 ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
* **Coverage Ratio:** อยู่ที่ 317.4% ลดลงจาก 356.6% ณ สิ้นปี 2564 แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนการตั้งสำรองที่เพียงพอ
* **Credit Cost:** อยู่ที่ 0.9% เพิ่มขึ้นจาก 0.7% ในไตรมาสก่อน และ 0.2% ในปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ
* **CAR/Basel:** ข้อมูลไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** เติบโต 8.5% YoY โดยมีสัดส่วนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจประกัน
* **กำไรพิเศษครั้งเดียว:** มีการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่า 4.5 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมากจาก 150.8 ล้านบาทในปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 สินทรัพย์รวมของ TIDLOR อยู่ที่ 71,995.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.2% จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของยอดสินเชื่อรวม และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด หนี้สินรวมอยู่ที่ 48,650.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3% จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 23,345.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากกำไรสุทธิสำหรับงวด อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.1 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.0 เท่า
## สรุปท้าย
TIDLOR โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 เติบโตแข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 20.1% YoY โดยมีหัวใจสำคัญมาจากรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจประกันที่แข็งแกร่ง ประกอบกับการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ แม้ NPL จะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และบริษัทฯ ยังคงมีโอกาสเติบโตจากการขยายสาขาและการตอบรับที่ดีของผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ" อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์และการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIDLOR ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
11,849.98
ล้านบาท
↑ 105.1% YoY
กำไรขั้นต้น
11,787.83
ล้านบาท
↑ 104.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
99.48
%
กำไรสุทธิ
2,273.05
ล้านบาท
↑ 117.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.18
%
D/E Ratio
2.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
11,850
↑ + 105.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11,788
↑ + 104.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,273
↑ + 117.6%
YoY
D/E Ratio
2.49
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIDLOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.49
ROE (%)
15.27
ROA (%)
7.97
Book Value/หุ้น
12.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIDLOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,332
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+67
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIDLOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,331.99
-134.01%
|
3,917.00
+804.26%
|
433.17
-93.75%
|
6,927.66
-247.87%
|
-4,684.88
+1,893.82%
|
-234.97
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
66.77
-79.33%
|
323.10
-38.62%
|
526.42
+529.69%
|
83.60
-82.86%
|
487.69
-210.07%
|
-443.06
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,106.27
-38.04%
|
-6,627.12
+167.23%
|
-2,479.90
-56.24%
|
-5,667.02
-15.76%
|
-6,727.63
-549.45%
|
1,496.85
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5,371.49
+125.03%
|
-2,387.02
+57.01%
|
-1,520.29
-213.10%
|
1,344.25
-119.95%
|
-6,738.46
-922.95%
|
818.82
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,771.24
+6.96%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|
446.41
-0.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,060.34
+72.89%
|
1,770.11
+6.89%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|