บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
19.30
0.20 (1.03%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้ ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อรวม และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการซึ่งสัดส่วนหลักมาจากการเติบโตของ ธุรกิจประกันชีวิต และประกันวินาศภัย
อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 เท่ากับร้อยละ 1.2 ลดลงร้อยละ 0.5 เมื่อ เทียบกับร้อยละ 1.7 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ระลอกที่ 3 เพิ่มสูงขึ้น แต่ บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ได้เป็นอย่างดี
จํานวนสาขา ครอบคลุม 74 จังหวัด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 รวมทั้งสิ้น 1,286 สาขา มีสาขาเพิ่มขึ้น รวม 210 สาขาจากสิ้นปีก่อน สอดคล้องกับกลยุทธ์การเพิ่มจํานวนสาขาทั้งสิ้น 500 สาขาภายในปี 2556
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6672 out_tok=1912 at=2026-07-26T09:04:16 -->
# TIDLOR กำไร Q3/65 โต 10.9% รับแรงหนุนรายได้ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียม
## รายได้รวมโต 34.5% จากเศรษฐกิจฟื้น-บัตรติดล้อฮิต ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 901.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อและการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ โดยเฉพาะจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TIDLOR ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวม ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 34.5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนหลักจากสองส่วนสำคัญ คือ รายได้ดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยมาจากความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ" ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกขึ้น ส่งผลให้ปริมาณสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัยยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการให้เติบโตขึ้น 43.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารจะปรับตัวสูงขึ้น 33.0% ตามการขยายสาขาและการเติบโตของธุรกิจ แต่ก็ยังสามารถบริหารจัดการได้สอดคล้องกับการเติบโต
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
มีโอกาสต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการระบุว่ากลยุทธ์การเพิ่มจำนวนสาขาเพื่อขยายฐานลูกค้ายังคงดำเนินต่อไป และผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ" ยังคงได้รับความนิยม ซึ่งบ่งชี้ว่ารายได้ดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียมมีแนวโน้มเติบโตได้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองหนี้ที่เพิ่มขึ้นสะท้อนความระมัดระวังต่อแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพสินเชื่อในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 901.1 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 10.9% YoY จาก 812.7 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม 3,930.3 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 34.5% YoY จาก 2,921.7 ล้านบาท
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการโต 43.6%:** หนุนโดยธุรกิจนายหน้าประกันภัย
* **NPL เพิ่มขึ้นเล็กน้อย:** อยู่ที่ 1.5% จาก 1.2% ณ สิ้นปี 2564 แต่ยังบริหารจัดการได้
* **หนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) เพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 2.2 เท่า จาก 2.0 เท่า สอดคล้องกับการขยายพอร์ตสินเชื่อ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 TIDLOR มีรายได้รวม 3,930.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้ดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้น 30.4% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 43.6% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารเพิ่มขึ้น 33.0% ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 901.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายสาขา:** มีแผนเพิ่มสาขาอีก 500 สาขาภายในปี 2566 เพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหม่
* **ผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ":** ได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
* **ธุรกิจนายหน้าประกันภัย:** เติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นแหล่งรายได้ค่าธรรมเนียมที่สำคัญ
## ความเสี่ยง
* **คุณภาพสินเชื่อ:** อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สะท้อนความเสี่ยงจากปัจจัยมหภาค เช่น เงินเฟ้อสูง และการสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้
* **การตั้งสำรองหนี้:** มีการตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้นอย่างระมัดระวัง เพื่อรองรับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 16.9% จากการกู้ยืมเพื่อรองรับการขยายพอร์ตสินเชื่อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อและการบริหารจัดการ NPL
* การขยายตัวของรายได้ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย
* ผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยต่อต้นทุนทางการเงินและคุณภาพสินเชื่อ
* ความคืบหน้าในการขยายสาขาตามแผน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**NIM (ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ):** เพิ่มขึ้นจาก 15.4% ในสิ้นปี 2564 เป็น 16.1% ในไตรมาส 3 ปี 2565 สะท้อนการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพและการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อ
**NII/Non-NII:** รายได้ดอกเบี้ยรับ (NII) เติบโตจากการขยายพอร์ตสินเชื่อ ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ (Non-NII) เติบโตโดดเด่นจากการขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกันภัย
**NPL:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.2% เป็น 1.5% แต่ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
**Coverage Ratio (อัตราเงินสำรองต่อ NPL):** ลดลงจาก 356.6% เป็น 253.5% แต่ยังคงอยู่ในระดับสูง สะท้อนการตั้งสำรองที่รัดกุม
**Credit Cost:** อยู่ที่ 2.8% เพิ่มขึ้นจาก 1.1% ในปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น
**สัดส่วนสินเชื่อ:** สินเชื่อรวมเพิ่มขึ้น 23.4% จากสิ้นปี 2564
**เงินฝาก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเงินฝากโดยตรง
**CASA:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล CASA
**CAR/Basel:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล CAR/Basel
**รายได้ค่าธรรมเนียม:** เติบโต 43.6% โดยมีสัดส่วนหลักจากธุรกิจนายหน้าประกันภัย
**กำไรพิเศษครั้งเดียว:** มีรายการขาดทุนจากการด้อยค่าที่กลับรายการ 270.6 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตาม TFRS9
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 79,114.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.9% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินเชื่อรวมเป็นสัดส่วนหลัก หนี้สินรวมอยู่ที่ 54,514.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.6% จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและหุ้นกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 24,600.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
TIDLOR โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตแข็งแกร่งจากแรงหนุนของรายได้ดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นจากการขยายพอร์ตสินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัย แม้จะมีการตั้งสำรองหนี้เพิ่มขึ้นเพื่อบริหารความเสี่ยง แต่บริษัทฯ ยังคงมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากการขยายสาขาและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ลูกค้า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มคุณภาพสินเชื่อและการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIDLOR ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
11,849.98
ล้านบาท
↑ 105.1% YoY
กำไรขั้นต้น
11,787.83
ล้านบาท
↑ 104.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
99.48
%
กำไรสุทธิ
2,273.05
ล้านบาท
↑ 117.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.18
%
D/E Ratio
2.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
11,850
↑ + 105.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11,788
↑ + 104.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,273
↑ + 117.6%
YoY
D/E Ratio
2.49
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIDLOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.49
ROE (%)
15.27
ROA (%)
7.97
Book Value/หุ้น
12.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIDLOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,332
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+67
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIDLOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,331.99
-134.01%
|
3,917.00
+804.26%
|
433.17
-93.75%
|
6,927.66
-247.87%
|
-4,684.88
+1,893.82%
|
-234.97
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
66.77
-79.33%
|
323.10
-38.62%
|
526.42
+529.69%
|
83.60
-82.86%
|
487.69
-210.07%
|
-443.06
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,106.27
-38.04%
|
-6,627.12
+167.23%
|
-2,479.90
-56.24%
|
-5,667.02
-15.76%
|
-6,727.63
-549.45%
|
1,496.85
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5,371.49
+125.03%
|
-2,387.02
+57.01%
|
-1,520.29
-213.10%
|
1,344.25
-119.95%
|
-6,738.46
-922.95%
|
818.82
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,771.24
+6.96%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|
446.41
-0.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,060.34
+72.89%
|
1,770.11
+6.89%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|