บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
19.30
0.20 (1.03%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้ ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อรวม และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการซึ่งสัดส่วนหลักมาจากการเติบโตของ ธุรกิจประกันชีวิต และประกันวินาศภัย
อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 เท่ากับร้อยละ 1.2 ลดลงร้อยละ 0.5 เมื่อ เทียบกับร้อยละ 1.7 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ระลอกที่ 3 เพิ่มสูงขึ้น แต่ บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ได้เป็นอย่างดี
จํานวนสาขา ครอบคลุม 74 จังหวัด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 รวมทั้งสิ้น 1,286 สาขา มีสาขาเพิ่มขึ้น รวม 210 สาขาจากสิ้นปีก่อน สอดคล้องกับกลยุทธ์การเพิ่มจํานวนสาขาทั้งสิ้น 500 สาขาภายในปี 2556
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7447 out_tok=2349 at=2026-07-26T09:18:21 -->
# TIDLOR กำไร Q1/2566 โต 1.6% รับพอร์ตสินเชื่อ-นายหน้าประกันโตต่อเนื่อง
## รายได้รวมพุ่ง 29.3% YoY แม้ต้นทุนทางการเงินและสำรองหนี้สูงขึ้น
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 955.1 ล้านบาท เติบโต 1.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 29.3% จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยรับและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ แม้ว่าค่าใช้จ่ายรวมจะปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุนทางการเงินและผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรสุทธิของ TIDLOR ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวม** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 29.3% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจาก **การขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ** ที่เติบโต 26.4% YoY และ **ธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย** ที่เติบโต 28.2% YoY แม้ว่าจะมีแรงกดดันจาก **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น 47.0% YoY** และ **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น 354.1% YoY** แต่การเติบโตของรายได้สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อมาจากความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวหลังโควิด-19 ประกอบกับความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ" ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้กับลูกค้า นอกจากนี้ การเติบโตของธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยเฉพาะจากช่องทางดิจิทัล ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่หนุนรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นเป็นผลมาจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ ส่วนผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้นนั้น สอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อและการตั้งสำรองหนี้ที่เพิ่มขึ้นด้วยความระมัดระวังตามปัจจัยเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอนและภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงการสิ้นสุดมาตรการพักชำระหนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าพอร์ตสินเชื่อรวมยังคงขยายตัว และธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยยังเติบโตดีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่สร้างรายได้ให้เติบโตทั้งจากรายได้ดอกเบี้ยรับและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย NPL อยู่ในระดับต่ำที่ 1.5% และมี NPL Coverage Ratio ที่ 269.7% ซึ่งสะท้อนถึงนโยบายการป้องกันความเสี่ยงที่รัดกุม อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและการตั้งสำรองหนี้ที่สูงขึ้นอาจยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2566 เท่ากับ 955.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% YoY**
* **รายได้รวม Q1/2566 เท่ากับ 4,345.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.3% YoY**
* **พอร์ตสินเชื่อรวมเติบโต 26.4% YoY แตะ 83,039.9 ล้านบาท** โดยมี "บัตรติดล้อ" เป็นปัจจัยสำคัญ
* **ยอดเบี้ยประกันวินาศภัยเติบโต 28.2% YoY**
* **NPL อยู่ในระดับต่ำที่ 1.5%** และ NPL Coverage Ratio สูงที่ 269.7%
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 47.0% YoY** และ **ผลขาดทุนด้านเครดิตเพิ่มขึ้น 354.1% YoY**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 TIDLOR มีรายได้รวม 4,345.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.3% YoY โดยมีรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมและลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อเพิ่มขึ้น 29.0% YoY และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเพิ่มขึ้น 28.6% YoY ขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 3,149.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น 354.1% YoY ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 47.0% YoY และค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารที่เพิ่มขึ้น 19.2% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 955.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** ความต้องการสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัว และความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ" ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
* **การเติบโตของธุรกิจนายหน้าประกันภัย:** การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัย โดยเฉพาะจากช่องทางดิจิทัล
* **การบริหารจัดการคุณภาพสินเชื่อ:** การรักษา NPL ในระดับต่ำและการมี NPL Coverage Ratio ที่สูง สะท้อนความสามารถในการบริหารความเสี่ยง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการเติบโต อาจส่งผลกระทบต่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ในระยะยาว
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่เพิ่มขึ้น:** แม้จะมีการตั้งสำรองที่เพียงพอ แต่การขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อและการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นตามปัจจัยเศรษฐกิจยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** ภาวะเงินเฟ้อ และปัจจัยมหภาคอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและผลกระทบต่อ NIM
* คุณภาพสินเชื่อและระดับการตั้งสำรองหนี้ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
* การขยายตัวของธุรกิจนายหน้าประกันภัย โดยเฉพาะจากช่องทางดิจิทัล
* ผลกระทบจากการสิ้นสุดมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**NIM/NII:** อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่ออยู่ที่ 17.4% ทรงตัว YoY ขณะที่อัตราดอกเบี้ยจ่ายปรับเพิ่มขึ้นเป็น 1.9% จาก 1.7% YoY เนื่องจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย แม้ว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) อาจถูกกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น แต่บริษัทยังคงมีการกระจายตัวในการกู้ยืมและการบริหารจัดการให้สามารถทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ
**NPL/Coverage:** NPL อยู่ที่ระดับ 1.5% ลดลงเล็กน้อยจาก 1.6% ในไตรมาสก่อนหน้า สะท้อนความสามารถในการบริหารคุณภาพลูกหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ NPL Coverage Ratio อยู่ที่ 269.7% ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง แสดงถึงนโยบายการป้องกันความเสี่ยงที่รัดกุม
**สินเชื่อ:** พอร์ตสินเชื่อรวมเติบโต 26.4% YoY แตะ 83,039.9 ล้านบาท โดยมี "บัตรติดล้อ" เป็นปัจจัยสำคัญในการขยายตัว
**รายได้ค่าธรรมเนียม/Non-NII:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเติบโต 28.6% YoY โดยมีสัดส่วนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจนายหน้าประกันชีวิตและประกันวินาศภัย โดยเฉพาะจากช่องทางดิจิทัล
**ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 47.0% YoY จากการออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อ
**ผลขาดทุนด้านเครดิต (Credit Cost):** เพิ่มขึ้น 354.1% YoY สอดคล้องกับการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อและการตั้งสำรองหนี้ที่เพิ่มขึ้นด้วยความระมัดระวัง
**CAR/Basel:** (ข้อมูลไม่ได้ระบุในเอกสาร)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณสิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 88,840.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% จากสิ้นปี 2565 จากการเพิ่มขึ้นของยอดสินเชื่อรวมและเงินสด หนี้สินรวมอยู่ที่ 62,477.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้จากหุ้นกู้เพื่อใช้ในการขยายพอร์ตสินเชื่อ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 26,363.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิ D/E Ratio อยู่ในระดับต่ำที่ 2.4 เท่า
## สรุปท้าย
TIDLOR โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 1.6% YoY จากการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อและธุรกิจนายหน้าประกันภัยที่เติบโตโดดเด่น แม้จะเผชิญกับต้นทุนทางการเงินและผลขาดทุนด้านเครดิตที่สูงขึ้น แต่บริษัทฯ ยังคงรักษาคุณภาพสินเชื่อได้ดีและมี NPL Coverage Ratio ในระดับสูง ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIDLOR ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
11,849.98
ล้านบาท
↑ 105.1% YoY
กำไรขั้นต้น
11,787.83
ล้านบาท
↑ 104.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
99.48
%
กำไรสุทธิ
2,273.05
ล้านบาท
↑ 117.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.18
%
D/E Ratio
2.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
11,850
↑ + 105.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11,788
↑ + 104.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,273
↑ + 117.6%
YoY
D/E Ratio
2.49
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIDLOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.49
ROE (%)
15.27
ROA (%)
7.97
Book Value/หุ้น
12.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIDLOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,332
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+67
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIDLOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,331.99
-134.01%
|
3,917.00
+804.26%
|
433.17
-93.75%
|
6,927.66
-247.87%
|
-4,684.88
+1,893.82%
|
-234.97
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
66.77
-79.33%
|
323.10
-38.62%
|
526.42
+529.69%
|
83.60
-82.86%
|
487.69
-210.07%
|
-443.06
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,106.27
-38.04%
|
-6,627.12
+167.23%
|
-2,479.90
-56.24%
|
-5,667.02
-15.76%
|
-6,727.63
-549.45%
|
1,496.85
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5,371.49
+125.03%
|
-2,387.02
+57.01%
|
-1,520.29
-213.10%
|
1,344.25
-119.95%
|
-6,738.46
-922.95%
|
818.82
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,771.24
+6.96%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|
446.41
-0.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,060.34
+72.89%
|
1,770.11
+6.89%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|