บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
19.30
0.20 (1.03%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้ ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อรวม และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการซึ่งสัดส่วนหลักมาจากการเติบโตของ ธุรกิจประกันชีวิต และประกันวินาศภัย
อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 เท่ากับร้อยละ 1.2 ลดลงร้อยละ 0.5 เมื่อ เทียบกับร้อยละ 1.7 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ระลอกที่ 3 เพิ่มสูงขึ้น แต่ บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ได้เป็นอย่างดี
จํานวนสาขา ครอบคลุม 74 จังหวัด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 รวมทั้งสิ้น 1,286 สาขา มีสาขาเพิ่มขึ้น รวม 210 สาขาจากสิ้นปีก่อน สอดคล้องกับกลยุทธ์การเพิ่มจํานวนสาขาทั้งสิ้น 500 สาขาภายในปี 2556
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5089 out_tok=2677 at=2026-07-27T13:24:42 -->
# TIDLOR กำไร Q2/64 พุ่ง 177% รับแรงหนุนดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมโต
## รายได้รวมโต 35% ปัจจัยหลักจาก "บัตรติดล้อ" และธุรกิจประกัน หนุนกำไรสุทธิพุ่ง 777 ล้านบาท
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 777.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 176.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมเติบโต 35.2% เป็นผลมาจากรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมและรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงส่งผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TIDLOR ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ **รายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมที่เพิ่มขึ้น 36.0%** และ **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่พุ่งสูงขึ้นถึง 59.7%** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตถึง 35.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยเหล่านี้เป็นผลมาจากการดำเนินงานปกติของบริษัทฯ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืม:** การเติบโตนี้มีปัจจัยหลักมาจากการขยายตัวของผลิตภัณฑ์ **"บัตรติดล้อ"** ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยบริษัทฯ ได้ส่งมอบบัตรไปแล้วกว่า 180,000 ใบ และมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นกว่า 60% ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2564 การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้งานและปริมาณสินเชื่อที่ปล่อยออกไป ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ดอกเบี้ยรับ
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ:** การเติบโตที่โดดเด่นนี้ มาจากการเพิ่มขึ้นของ **รายได้ค่านายหน้าจากธุรกิจประกันชีวิตและวินาศภัย** ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจประกันภัยที่บริษัทฯ ดำเนินการควบคู่ไปกับการปล่อยสินเชื่อ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **กลยุทธ์การขยายสาขา:** บริษัทฯ มีแผนเพิ่มจำนวนสาขาเป็น 1,200 สาขา ครอบคลุม 74 จังหวัด และมีเป้าหมายเพิ่มเป็น 500 สาขาภายในปี 2566 ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและขยายฐานสินเชื่อได้ต่อเนื่อง
* **การเติบโตของ "บัตรติดล้อ":** ผลตอบรับที่ดีและการเพิ่มขึ้นของผู้ใช้งานอย่างต่อเนื่อง บ่งชี้ว่าผลิตภัณฑ์นี้มีศักยภาพในการเติบโตและสร้างรายได้ดอกเบี้ยได้อย่างสม่ำเสมอ
* **การขยายธุรกิจประกัน:** การเติบโตของรายได้ค่านายหน้าประกันภัย แสดงให้เห็นถึงโอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกิจเสริมนี้ ซึ่งสามารถเติบโตไปพร้อมกับพอร์ตสินเชื่อ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/64 เติบโต 176.8% YoY** แตะ 777.5 ล้านบาท จาก 280.8 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/64 เพิ่มขึ้น 35.2% YoY** เป็น 2,918.0 ล้านบาท
* **รายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมโต 36.0% YoY** จากความสำเร็จของ "บัตรติดล้อ"
* **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการพุ่ง 59.7% YoY** หนุนโดยธุรกิจประกัน
* **NPL ลดลงเล็กน้อย** จาก 1.66% ณ สิ้นปี 63 เป็น 1.56% ณ สิ้น Q2/64
* **D/E Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 3.5 เท่า เป็น 2.0 เท่า หลังการเพิ่มทุนและเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 TIDLOR มีรายได้รวม 2,918.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมที่เพิ่มขึ้น 36.0% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 59.7% ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลง 8.5% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เติบโต 175.1% และกำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 777.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 176.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
ในส่วนของค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารเพิ่มขึ้น 15.6% สอดคล้องกับการขยายตัวของธุรกิจและเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่วนผลขาดทุนจากการตัดรายการสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจำหน่าย และการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าตาม TFRS9 รวมเท่ากับ 130.2 ล้านบาท ลดลง 20.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายเครือข่ายสาขา:** แผนการเพิ่มจำนวนสาขาอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าในพื้นที่ใหม่ๆ และขยายฐานสินเชื่อ
* **ผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ":** การตอบรับที่ดีและการใช้งานที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แสดงถึงศักยภาพในการเติบโตและสร้างรายได้ดอกเบี้ยในระยะยาว
* **การเติบโตของธุรกิจประกัน:** การขยายตัวของรายได้ค่านายหน้าประกันชีวิตและวินาศภัย เป็นโอกาสในการสร้างรายได้เสริมที่แข็งแกร่ง
* **การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล:** การลงทุนในเทคโนโลยีสารสนเทศและการพัฒนาระบบดิจิทัล จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่และมาตรการควบคุมที่เข้มงวด อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจสินเชื่อมีแนวโน้มการแข่งขันสูง ทั้งจากสถาบันการเงินเดิมและผู้เล่นรายใหม่
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจสินเชื่อและประกันภัย อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและผลกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของพอร์ตสินเชื่อ:** ติดตามการขยายตัวของสินเชื่อ "บัตรติดล้อ" และสินเชื่อประเภทอื่นๆ
* **คุณภาพสินทรัพย์:** จับตาดูแนวโน้ม NPL และ Coverage Ratio ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
* **การขยายสาขา:** ความคืบหน้าในการเพิ่มจำนวนสาขาตามแผนที่วางไว้
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของรายได้จากธุรกิจประกัน
* **ต้นทุนทางการเงิน:** แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนการระดมทุนของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM/NII:** แม้เอกสารไม่ได้ระบุ NIM โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืม 36.0% บ่งชี้ถึงการขยายตัวของฐานสินเชื่อและ/หรือการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ
* **Non-NII:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการเติบโตโดดเด่นถึง 59.7% โดยมีสัดส่วนหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่านายหน้าจากธุรกิจประกันชีวิตและวินาศภัย ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการกระจายแหล่งรายได้
* **NPL:** อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 1.56% ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ แม้จะเผชิญกับสถานการณ์โควิด-19
* **Credit Cost:** เอกสารไม่ได้ระบุ Credit Cost โดยตรง แต่การที่ NPL ลดลงเล็กน้อย และมีการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าตาม TFRS9 ในปี 2564 อาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการหนี้เสียที่ดีขึ้น หรือการตั้งสำรองที่เหมาะสม
* **สัดส่วนสินเชื่อ:** สินเชื่อเงินให้กู้ยืมและลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อรวมอยู่ที่ 52,246.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากสิ้นปี 2563
* **CASA:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเงินฝากประเภท CASA โดยตรง เนื่องจากธุรกิจหลักของ TIDLOR ไม่ใช่การรับฝากเงิน
* **CAR/Basel:** เอกสารไม่ได้ระบุ CAR หรือการปฏิบัติตามเกณฑ์ Basel โดยตรง
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** ดังที่กล่าวข้างต้น รายได้ส่วนนี้เติบโตสูงถึง 59.7% โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจประกัน
* **กำไรพิเศษครั้งเดียว:** มีการระบุถึงการกลับรายการขาดทุนจากการด้อยค่าซึ่งเป็นไปตาม TFRS9 ในปี 2564 ซึ่งส่งผลบวกต่อกำไร แต่ส่วนนี้อาจไม่ถือเป็นกำไรจากการดำเนินงานปกติ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 สินทรัพย์รวมของ TIDLOR อยู่ที่ 63,328.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.7% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 502.1% เป็น 7,617.5 ล้านบาท ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการเพิ่มทุนจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 42,523.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.3% จากสิ้นปี 2563 โดยมีการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและหนี้สินตามสัญญาเช่า
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นถึง 77.1% เป็น 20,805.3 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมและทุนชำระแล้ว รวมถึงส่วนเกินมูลค่าหุ้นสามัญที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.5 เท่า เป็น 2.0 เท่า
## สรุปท้าย
TIDLOR โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 แข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 176.8% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อ "บัตรติดล้อ" และรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจประกันที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง การบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ที่ยังคงทำได้ดี ประกอบกับการลดลงของต้นทุนทางการเงิน และการปรับโครงสร้างเงินทุนหลังเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้ D/E Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 แต่แนวโน้มการขยายสาขาและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคตอันใกล้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIDLOR ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
11,849.98
ล้านบาท
↑ 105.1% YoY
กำไรขั้นต้น
11,787.83
ล้านบาท
↑ 104.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
99.48
%
กำไรสุทธิ
2,273.05
ล้านบาท
↑ 117.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.18
%
D/E Ratio
2.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
11,850
↑ + 105.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11,788
↑ + 104.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,273
↑ + 117.6%
YoY
D/E Ratio
2.49
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIDLOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.49
ROE (%)
15.27
ROA (%)
7.97
Book Value/หุ้น
12.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIDLOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,332
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+67
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIDLOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,331.99
-134.01%
|
3,917.00
+804.26%
|
433.17
-93.75%
|
6,927.66
-247.87%
|
-4,684.88
+1,893.82%
|
-234.97
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
66.77
-79.33%
|
323.10
-38.62%
|
526.42
+529.69%
|
83.60
-82.86%
|
487.69
-210.07%
|
-443.06
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,106.27
-38.04%
|
-6,627.12
+167.23%
|
-2,479.90
-56.24%
|
-5,667.02
-15.76%
|
-6,727.63
-549.45%
|
1,496.85
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5,371.49
+125.03%
|
-2,387.02
+57.01%
|
-1,520.29
-213.10%
|
1,344.25
-119.95%
|
-6,738.46
-922.95%
|
818.82
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,771.24
+6.96%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|
446.41
-0.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,060.34
+72.89%
|
1,770.11
+6.89%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|