บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
19.30
0.20 (1.03%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของรายได้ ดอกเบี้ยรับจากสินเชื่อรวม และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการซึ่งสัดส่วนหลักมาจากการเติบโตของ ธุรกิจประกันชีวิต และประกันวินาศภัย
อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 เท่ากับร้อยละ 1.2 ลดลงร้อยละ 0.5 เมื่อ เทียบกับร้อยละ 1.7 ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 แม้ว่าสถานการณ์โควิด-19 ระลอกที่ 3 เพิ่มสูงขึ้น แต่ บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ได้เป็นอย่างดี
จํานวนสาขา ครอบคลุม 74 จังหวัด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 รวมทั้งสิ้น 1,286 สาขา มีสาขาเพิ่มขึ้น รวม 210 สาขาจากสิ้นปีก่อน สอดคล้องกับกลยุทธ์การเพิ่มจํานวนสาขาทั้งสิ้น 500 สาขาภายในปี 2556
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6201 out_tok=2663 at=2026-07-26T08:49:35 -->
# TIDLOR กำไร Q3/2564 ทรงตัวเล็กน้อย รับแรงหนุนดอกเบี้ยสินเชื่อ-ค่าธรรมเนียมประกัน
## รายได้รวมโต 9% แต่ค่าใช้จ่ายพุ่ง 12.8% กดดันกำไรสุทธิ ขณะที่คุณภาพหนี้ยังแกร่ง
บริษัท เงินติดล้อ จำกัด (มหาชน) หรือ TIDLOR รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 812.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 9.0% จากแรงหนุนดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมและรายได้ค่าธรรมเนียมจากธุรกิจประกันภัย แต่ถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายบริการและบริหารที่เพิ่มขึ้น 12.8% รวมถึงผลขาดทุนจากการตัดรายการสินทรัพย์ทางการเงินที่สูงขึ้น โดยฝ่ายจัดการระบุว่าคุณภาพลูกหนี้ยังคงบริหารจัดการได้ดี สะท้อนจาก NPL ที่ลดลงต่อเนื่อง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ TIDLOR ในไตรมาส 3 ปี 2564 ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน มาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมที่เพิ่มขึ้น 13.3% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น 1.1% โดยเฉพาะจากธุรกิจประกันวินาศภัย ซึ่งถูกหักล้างด้วยค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารที่เพิ่มขึ้นถึง 12.8% และผลขาดทุนจากการตัดรายการสินทรัพย์ทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 123.5%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืม** ปรับตัวสูงขึ้นเนื่องจากความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ" ที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้สะดวกขึ้นตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นต่อเนื่องกว่า 61% ณ สิ้นเดือนกันยายน ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของปริมาณสินเชื่อ
**รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ** เติบโตจากการขยายตัวของธุรกิจประกันวินาศภัยที่บริษัทฯ เป็นนายหน้า ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อ
อย่างไรก็ตาม **ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหาร** ที่เพิ่มขึ้น 12.8% เป็นผลมาจากการขยายสาขาตามกลยุทธ์ที่ตั้งเป้าเพิ่มอีก 500 สาขาภายในปี 2566 รวมถึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจสินเชื่อ ประกันภัย และบัตรติดล้อ
ส่วน **ผลขาดทุนจากการตัดรายการสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจำหน่าย** ที่เพิ่มขึ้น 123.5% นั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลจากตัวเลขในปีก่อนที่ต่ำผิดปกติเนื่องจากมาตรการช่วยเหลือลูกค้าในช่วงโควิด-19 ระลอกแรก ทำให้ตัวเลขเปรียบเทียบในงวดปัจจุบันดูสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยจากสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมประกันภัย เนื่องจากฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าขยายสาขาตามแผน และการลงทุนในระบบดิจิทัล รวมถึงความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ" ที่มีแนวโน้มการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ส่วนประเด็น **ค่าใช้จ่าย** ที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเติบโตในระยะยาว การขยายสาขาและการลงทุนด้านเทคโนโลยีเป็นปัจจัยที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง แต่บริษัทฯ มีการบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยจ่ายลดลง และได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ดีขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนทางการเงินในอนาคต
สำหรับ **ผลขาดทุนจากการตัดรายการสินทรัพย์ทางการเงิน** ที่สูงขึ้นในงวดนี้ อาจเป็นลักษณะครั้งคราวที่เกิดจากการเปรียบเทียบกับฐานที่ต่ำผิดปกติในปีก่อน แต่คุณภาพหนี้โดยรวมยังคงดี สะท้อนจาก NPL ที่ลดลงต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิทรงตัว:** อยู่ที่ 812.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% YoY แม้รายได้รวมโต 9.0%
* **รายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อโต 13.3%:** จากความสำเร็จของ "บัตรติดล้อ" และการขยายตัวของปริมาณสินเชื่อ
* **รายได้ค่าธรรมเนียมประกันโต:** หนุนรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการรวมเพิ่ม 1.1%
* **ค่าใช้จ่ายบริการและบริหารพุ่ง 12.8%:** สอดคล้องกับการขยายสาขาและลงทุนเทคโนโลยี
* **NPL ลดลงต่อเนื่อง:** อยู่ที่ 1.4% จาก 1.7% ณ สิ้นปี 2563 สะท้อนการบริหารคุณภาพลูกหนี้ที่ดี
* **D/E ลดลงมีนัยสำคัญ:** เหลือ 1.9 เท่า จาก 3.5 เท่า หลังการเพิ่มทุนและ IPO
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 TIDLOR มีรายได้รวม 2,921.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.0% จาก 2,679.2 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืมที่เพิ่มขึ้น 13.3% และรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น 1.1% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริการและบริหารเพิ่มขึ้น 12.8% ส่งผลให้กำไรจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นเพียง 5.4% ขณะที่ผลขาดทุนจากการตัดรายการสินทรัพย์ทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 123.5% ทำให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 0.8% และส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 812.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายสาขา:** มีแผนเพิ่มจำนวนสาขาอีก 500 แห่งภายในปี 2566 เพื่อเพิ่มการเข้าถึงลูกค้า
* **ผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ":** ได้รับการตอบรับที่ดี มีผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
* **ธุรกิจประกันวินาศภัย:** มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง หนุนรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ
* **การลงทุนด้านเทคโนโลยี:** การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและประสบการณ์ลูกค้า
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยจ่ายลดลง และได้รับการจัดอันดับเครดิตที่ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม แม้บริษัทฯ จะบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ได้ดี
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่าย:** การขยายสาขาและการลงทุนด้านเทคโนโลยีอาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในระยะสั้น
* **ผลขาดทุนจากการตัดรายการสินทรัพย์ทางการเงิน:** มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำผิดปกติในปีก่อน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของปริมาณสินเชื่อ:** โดยเฉพาะจากผลิตภัณฑ์ "บัตรติดล้อ" และการขยายสาขา
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** ท่ามกลางการลงทุนเพื่อการเติบโต
* **คุณภาพสินทรัพย์:** การบริหารจัดการ NPL และการตั้งสำรองหนี้สูญ
* **การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม:** โดยเฉพาะจากธุรกิจประกัน
* **อัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM):** การบริหารส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยท่ามกลางสภาวะตลาด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM:** ส่วนต่างรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) อยู่ที่ 15.7% เพิ่มขึ้นจาก 15.2% ในปีก่อน แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ และการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์เฉลี่ย
* **NII/Non-NII:** รายได้ดอกเบี้ยรับจากเงินให้กู้ยืม (NII) เติบโต 13.3% ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการ (Non-NII) เติบโต 1.1% โดยมีสัดส่วนหลักมาจากธุรกิจประกัน
* **NPL:** อัตราส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 1.4% ลดลงจาก 1.7% ณ สิ้นปี 2563 บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการคุณภาพลูกหนี้ที่ดี
* **Coverage Ratio:** อัตราส่วนเงินสำรองที่มีต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ อยู่ในระดับสูงที่ 326.0% ทรงตัวจากปีก่อน
* **Credit Cost:** อัตราส่วนค่าใช้จ่ายด้านเครดิต อยู่ที่ 0.8% ปรับตัวดีขึ้นจาก 1.2% ในปีก่อน
* **สัดส่วนสินเชื่อ:** เงินให้กู้ยืมและลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อรวมอยู่ที่ 56,610.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.3%
* **เงินฝาก/CASA:** ข้อมูลส่วนนี้ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **CAR/Basel:** ข้อมูลส่วนนี้ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** เพิ่มขึ้น 1.1% โดยมีสัดส่วนหลักจากธุรกิจประกันวินาศภัย
* **กำไรพิเศษครั้งเดียว:** ไม่ปรากฏรายการพิเศษที่มีนัยสำคัญในงวดนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สินทรัพย์รวมของ TIDLOR อยู่ที่ 61,646.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.6% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 225.6% เป็น 4,119.1 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนหลัง IPO
หนี้สินรวมลดลง 3.7% มาอยู่ที่ 40,028.6 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 84.0% เป็น 21,617.9 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมและการเพิ่มทุนจากการเข้าจดทะเบียน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.5 เท่า เป็น 1.9 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน: ข้อมูลส่วนนี้ไม่ได้ระบุในเอกสาร
## สรุปท้าย
TIDLOR ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจตามแผน แต่ยังคงรักษาการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียมประกันไว้ได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน คุณภาพสินทรัพย์ยังคงแข็งแกร่งด้วย NPL ที่ลดลงต่อเนื่อง และฐานะการเงินแกร่งขึ้นหลังการเพิ่มทุน การบริหารต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษา NIM ให้เติบโตได้ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างผลกำไรที่สม่ำเสมอในระยะยาว ทว่านักลงทุนควรจับตาการควบคุมค่าใช้จ่ายและการเติบโตของสินเชื่ออย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TIDLOR ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
11,849.98
ล้านบาท
↑ 105.1% YoY
กำไรขั้นต้น
11,787.83
ล้านบาท
↑ 104.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
99.48
%
กำไรสุทธิ
2,273.05
ล้านบาท
↑ 117.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
19.18
%
D/E Ratio
2.49
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
11,850
↑ + 105.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
11,788
↑ + 104.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,273
↑ + 117.6%
YoY
D/E Ratio
2.49
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TIDLOR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.49
ROE (%)
15.27
ROA (%)
7.97
Book Value/หุ้น
12.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TIDLOR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,332
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+67
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TIDLOR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,331.99
-134.01%
|
3,917.00
+804.26%
|
433.17
-93.75%
|
6,927.66
-247.87%
|
-4,684.88
+1,893.82%
|
-234.97
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
66.77
-79.33%
|
323.10
-38.62%
|
526.42
+529.69%
|
83.60
-82.86%
|
487.69
-210.07%
|
-443.06
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,106.27
-38.04%
|
-6,627.12
+167.23%
|
-2,479.90
-56.24%
|
-5,667.02
-15.76%
|
-6,727.63
-549.45%
|
1,496.85
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-5,371.49
+125.03%
|
-2,387.02
+57.01%
|
-1,520.29
-213.10%
|
1,344.25
-119.95%
|
-6,738.46
-922.95%
|
818.82
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,771.24
+6.96%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|
446.41
-0.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,060.34
+72.89%
|
1,770.11
+6.89%
|
1,655.95
-24.43%
|
2,191.19
-45.15%
|
3,994.74
+215.73%
|
1,265.23
+183.42%
|