บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.45
+0.02 (+1.40%)
สรุปสั้น
ในไตรมาส 1 ของปี 2565 บริษัทฯ มีกําไรสุทธิเพิ่มขึ้นจํานวน 154 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 36 เมื่อ เปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เนื่องจากไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีกําไรขั้นต้นจากธุรกิจขาย อสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นจํานวน 94 ล้านบาท กําไรขั้นต้นจากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้นจํานวน 48 ล้านบาท รายได้ส่วนแบ่ง กําไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นจํานวน 12 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจํานวน 15 ล้านบาท และ ต้นทุนทางการเงินลดลงจํานวน 13 ล้านบาท ในขณะที่รายได้อื่นลดลงจํานวน 12 ล้านบาทและค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ เพิ่มขึ้นจํานวน 16 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6667 out_tok=2755 at=2026-07-26T02:07:50 -->
# QH กำไรสุทธิ Q2/2565 โต 7% รับแรงหนุนธุรกิจโรงแรมฟื้นตัว
## รายได้รวมเพิ่ม 4% จากธุรกิจโรงแรม-อสังหาฯ ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมลดลงเล็กน้อย
บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ QH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 2,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมที่ได้รับอานิสงส์จากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศ ส่งผลให้รายได้เพิ่มขึ้นถึง 129% ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ทรงตัวเล็กน้อย โดยมีรายได้จากคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นชดเชยรายได้บ้านพร้อมที่ดินที่ลดลง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิของบริษัทฯ อยู่ที่ 515 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ทำได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ QH ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม** ซึ่งส่งผลให้รายได้และกำไรขั้นต้นจากธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 129% เมื่อเทียบกับปีก่อน ประกอบกับการบริหารต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 3% และการควบคุมค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง 24% สามารถชดเชยผลกระทบจากการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมเติบโต 7% อยู่ที่ 515 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเกิดจาก **การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศไทย** ของภาครัฐ ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้รายได้ธุรกิจโรงแรมปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 84 ล้านบาท และต้นทุนของธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 9 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน การบริหารจัดการต้นทุนการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 46 ล้านบาท เป็นผลมาจากการปิดโครงการบ้าน 5 โครงการ และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน 20 ล้านบาท เกิดจากการจ่ายคืนหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว ทำให้ภาพรวมต้นทุนรวมลดลง 2% แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 85 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายโฆษณาโครงการใหม่ การรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แต่ผลบวกจากธุรกิจโรงแรมและต้นทุนที่ลดลงก็สามารถผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจโรงแรม เนื่องจากมาตรการผ่อนคลายการเดินทางยังคงมีอยู่ และมีแนวโน้มที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลง (โดยเฉพาะจาก LH Financial Group และกองทุนรวมสิทธิการเช่าฯ) อาจเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ การเปิดขายโครงการบ้านใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 3,995 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 เติบโต 7% YoY** อยู่ที่ 515 ล้านบาท จาก 482 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/2565 เพิ่มขึ้น 4% YoY** อยู่ที่ 2,258 ล้านบาท จาก 2,164 ล้านบาท
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวโดดเด่น** รายได้เพิ่มขึ้น 129% YoY จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ
* **รายได้ขายอสังหาริมทรัพย์ทรงตัว** รายได้คอนโดเพิ่มขึ้น 148% ชดเชยรายได้บ้านพร้อมที่ดินที่ลดลง 9%
* **ส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมลดลง 5% YoY** โดยเฉพาะจาก LH Financial Group และกองทุนรวมสิทธิการเช่าฯ
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 24% YoY** จากการบริหารจัดการหนี้สิน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 2,258 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้นถึง 129% จากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศ ส่งผลให้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ทรงตัว โดยมีรายได้จากการขายคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 148% ชดเชยรายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดินที่ลดลง 9% สำหรับต้นทุนขายรวมลดลง 2% โดยต้นทุนการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 3% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลงในส่วนของบ้านพร้อมที่ดิน และต้นทุนธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 9% ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลง 5% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของส่วนแบ่งกำไรจาก บมจ. แอล เอช ไฟแนนซเชียลกรุป และกองทุนรวมอสังหาริมทรัพยและสิทธิการเชา ควอลิตี้ เฮาส โฮเทล แอนด เรซิเดนซ
ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 30% ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายโฆษณาโครงการใหม่และค่าใช้จ่ายธุรกิจโรงแรมที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 16% ส่วนใหญ่เกิดจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของสินทรัพย์ และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินลดลง 24% จากการลดลงของเงินกู้ยืม
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 515 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นจากธุรกิจขายอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจโรงแรม รวมถึงรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง แม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลง
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,399 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% และมีกำไรสุทธิ 1,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 20%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้าประเทศอย่างต่อเนื่องเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรมของบริษัทฯ
* **การเปิดโครงการใหม่:** การเปิดขายโครงการบ้านใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 3,995 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 จะช่วยสร้างรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการขายและต้นทุนทางการเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการที่อยู่อาศัย
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรม:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวอาจกระตุ้นให้เกิดการแข่งขันด้านราคาและการบริการในธุรกิจโรงแรม
* **ผลกระทบจากบริษัทร่วม:** ความผันผวนของผลประกอบการของบริษัทร่วม อาจส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรที่บริษัทฯ จะได้รับ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้และกำไรจากธุรกิจโรงแรม:** ติดตามจำนวนนักท่องเที่ยวและการปรับตัวของอัตราการเข้าพักและราคาห้องพัก
* **ยอดขาย (Presale) และยอดโอน (Transfer) ของโครงการอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่เปิดขายในปี 2565
* **การบริหารจัดการ Backlog:** การส่งมอบโครงการที่อยู่อาศัยที่รอการโอน
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** โดยเฉพาะ บมจ. แอล เอช ไฟแนนซเชียลกรุป และกองทุนรวมที่เกี่ยวข้อง
* **อัตราดอกเบี้ยและต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและการบริหารหนี้สิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** ในไตรมาส 2 ปี 2565 รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 1,970 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายคอนโดมิเนียมถึง 148% ซึ่งสะท้อนถึงความสำเร็จในการขายโครงการคอนโดมิเนียมบางส่วน อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายบ้านพร้อมที่ดินลดลง 9% ซึ่งอาจเป็นผลมาจากการปิดโครงการบ้าน 5 โครงการในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 การเปิดขายโครงการบ้านใหม่ 2 โครงการ มูลค่ารวม 3,995 ล้านบาท จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้ในอนาคต
**ต้นทุนการขายอสังหาริมทรัพย์:** ลดลง 3% สอดคล้องกับภาพรวมรายได้ที่ทรงตัวและแนวโน้มการลดลงของรายได้จากบ้านพร้อมที่ดิน
**Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่การเปิดโครงการใหม่และการปิดโครงการเดิมเป็นสัญญาณของการบริหารจัดการพอร์ตโครงการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 43,481 ล้านบาท ลดลง 6% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่ลดลงจากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่ลดลง 1,777 ล้านบาท และที่ดินและงานระหว่างก่อสร้างที่ลดลง 787 ล้านบาท
หนี้สินรวมลดลง 15% อยู่ที่ 16,440 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการจ่ายคืนหุ้นกู้ 3,500 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะยาว 800 ล้านบาท แม้ว่าจะมีการออกหุ้นกู้ใหม่ 1,000 ล้านบาท และมีเงินกู้ยืมระยะสั้น 500 ล้านบาท
ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2% อยู่ที่ 27,041 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบันทึกกำไรสุทธิ 1,100 ล้านบาท ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 แต่ถูกหักล้างด้วยผลขาดทุนในส่วนของกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่นในบริษัทร่วม
## สรุปท้าย
QH ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนผลประกอบการให้เติบโตได้ แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะทรงตัวและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะลดลง การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีและการควบคุมค่าใช้จ่ายทางการเงินเป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและยอดขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่ ซึ่งจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะต่อไป ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามความเสี่ยงจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์และการแข่งขันในธุรกิจโรงแรมอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ QH ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,338.65
ล้านบาท
↑ 13.8% YoY
กำไรขั้นต้น
617.68
ล้านบาท
↑ 11.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.41
%
กำไรสุทธิ
511.21
ล้านบาท
↑ 9.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
21.86
%
D/E Ratio
0.39
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,339
↑ + 13.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
618
↑ + 11.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
511
↑ + 9.4%
YoY
D/E Ratio
0.39
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — QH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.39
ROE (%)
5.80
ROA (%)
4.75
Book Value/หุ้น
2.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — QH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+55
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-768
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — QH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
55.21
-22.43%
|
71.17
-104.15%
|
-1,714.24
-24.94%
|
-2,283.76
+42.31%
|
-1,604.75
-130.98%
|
5,179.63
+141.04%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-768.39
+2.44%
|
-750.12
+17.24%
|
-639.84
-0.81%
|
-645.06
-5.20%
|
-680.45
-162.34%
|
1,091.60
-27.07%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-109.98
-113.99%
|
786.07
-51.91%
|
1,634.69
-39.94%
|
2,721.60
+117.45%
|
1,251.61
-120.95%
|
-5,973.23
+13.67%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-823.16
-868.37%
|
107.13
-114.89%
|
-719.39
+247.16%
|
-207.22
-72.61%
|
-756.60
-353.89%
|
298.00
-118.52%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,463.22
+8.57%
|
1,347.70
-11.93%
|
1,530.30
-52.27%
|
3,206.22
+27.76%
|
2,509.51
+13.47%
|
2,211.51
-42.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|