บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
9.90
0.05 (0.50%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8734 out_tok=2789 at=2026-07-26T00:09:58 -->
# PRM กำไร Q4/2565 พุ่ง 312% รับแรงหนุนธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ
## ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศโตเด่น รับอานิสงส์เรือ VLCC ครบ 3 ลำ ขณะที่ธุรกิจ FSU ฟื้นตัวตามตลาดน้ำมัน
บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 726.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 312.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ และการฟื้นตัวของธุรกิจเรือ FSU ตามสภาวะตลาดน้ำมัน ส่งผลให้กำไรสุทธิทั้งปี 2565 อยู่ที่ 2,327.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52.4%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PRM ในไตรมาส 4 ปี 2565 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของ **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ (International Trading)** ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 232.7% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 16,198.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 ประกอบกับการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของ **ธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป (FSU)** ที่มีรายได้เพิ่มขึ้น 94.0% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 203.6%
ปัจจัยที่ทำให้ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการที่บริษัทสามารถให้บริการเรือขนาดใหญ่ (VLCC) ได้ครบทั้ง 3 ลำ ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2565 รวมถึงการปรับเปลี่ยนสัญญาให้บริการเรือ Aframax เป็นแบบ Time-Charter ที่มีอัตราค่าบริการสูงขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2565 ส่งผลให้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
สำหรับธุรกิจ FSU การฟื้นตัวมาจากสภาวะตลาดน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงไป โดยในช่วงไตรมาส 4 ปี 2565 ตลาดอยู่ในสภาวะ Contango Market (ราคาน้ำมันเตาในตลาดล่วงหน้าสูงกว่าราคาปัจจุบัน) ทำให้ผู้ค้าน้ำมันกลับมาเช่าเรือ FSU เพื่อกักเก็บและผสมน้ำมันเตามากขึ้น ประกอบกับอัตราการใช้งาน (Utilization Rate) ของกองเรือ FSU ที่สูงถึง 100% ในไตรมาส 4 ปี 2565 เทียบกับ 77% ในปีก่อน
**การประเมินโอกาสต่อเนื่อง:** ปัจจัยบวกจากธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศมี **โอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากบริษัทมีเรือ VLCC ให้บริการครบทั้ง 3 ลำแล้ว และการปรับเปลี่ยนสัญญา Aframax เป็น Time-Charter ก็เป็นการปรับโครงสร้างรายได้ที่น่าจะส่งผลดีในระยะยาว ส่วนธุรกิจ FSU การฟื้นตัวขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดน้ำมัน ซึ่งฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาดที่ส่งผลดีต่อธุรกิจนี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4/2565 โต 312.3% YoY** อยู่ที่ 726.8 ล้านบาท จาก 176.3 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิทั้งปี 2565 โต 52.4% YoY** อยู่ที่ 2,327.0 ล้านบาท จาก 1,526.5 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ (International Trading) เติบโตโดดเด่น** รายได้เพิ่ม 232.7% และกำไรขั้นต้นเพิ่ม 16,198.2% YoY จากการให้บริการเรือ VLCC ครบ 3 ลำ และการเปลี่ยนสัญญา Aframax เป็น Time-Charter
* **ธุรกิจ FSU ฟื้นตัว** รายได้เพิ่ม 94.0% และกำไรขั้นต้นเพิ่ม 203.6% YoY จากสภาวะตลาดน้ำมัน Contango และ Utilization Rate ที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันในประเทศ (Domestic Trading) ปรับตัวดีขึ้น** รายได้เพิ่ม 19.3% และกำไรขั้นต้นเพิ่ม 60.6% YoY จากการฟื้นตัวของการเดินทางและการท่องเที่ยว
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการรวม 2,387.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีรายได้ 1,457.4 ล้านบาท ขณะที่กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 946.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 166.1% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 39.7% เพิ่มขึ้นจาก 24.4% ในปีก่อน
เมื่อพิจารณาทั้งปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการรวม 7,715.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.2% YoY จาก 5,880.0 ล้านบาท และมีกำไรขั้นต้น 2,561.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.2% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 33.2% เพิ่มขึ้นจาก 30.3% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายฐานธุรกิจ:** การขยายธุรกิจครอบคลุมเรือขนส่งพนักงานปฏิบัติการทะเล (Crew Boat) และเรือขนส่งน้ำมันดิบขนาดใหญ่ (VLCC) ตั้งแต่ปี 2564 เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการเติบโตต่อเนื่อง
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเดินทาง:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 หนุนการบริโภคน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินในประเทศ เพิ่มปริมาณการใช้เรือขนส่งน้ำมันในประเทศ
* **สภาวะตลาดน้ำมัน:** การเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาดน้ำมันจาก Backwardation เป็น Contango หนุนความต้องการเช่าเรือ FSU เพื่อกักเก็บและผสมน้ำมันเตา
* **การให้บริการเรือ VLCC ครบ 3 ลำ:** การมีเรือ VLCC ให้บริการครบถ้วนช่วยเพิ่มศักยภาพในการรับงานและสร้างรายได้จากการขนส่งระหว่างประเทศ
* **การปรับสัญญาเป็น Time-Charter:** การเปลี่ยนสัญญาให้บริการเรือ Aframax เป็นแบบ Time-Charter ที่มีอัตราค่าบริการสูงขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้และอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมัน:** สภาวะตลาดน้ำมันที่เปลี่ยนแปลงไปอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการเช่าเรือ FSU
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ในไตรมาส 4/2565 จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการแข็งค่าของเงินบาท แต่บริษัทมีเงินกู้สกุลเงินตราต่างประเทศคงค้าง ซึ่งอาจมีความเสี่ยงหากเงินบาทอ่อนค่าลง
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการรับรู้ต้นทุนสัญญาเช่าเรือ VLCC ลำที่ 2 และ 3
* **การแข่งขันในธุรกิจบริหารจัดการเรือ:** การลดลงของจำนวนเรือนอกกลุ่มที่บริหารจัดการ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในส่วนนี้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มสภาวะตลาดน้ำมัน:** การเปลี่ยนแปลงของสภาวะตลาดน้ำมัน (Contango/Backwardation) และความต้องการใช้น้ำมันเตา
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การติดตามภาระต้นทุนทางการเงินจากสัญญาเช่าเรือ VLCC และการบริหารจัดการหนี้สิน
* **การเติบโตของธุรกิจ Offshore Support:** การเพิ่มจำนวนเรือ AWB และ Crew Boat เพื่อรองรับความต้องการในอุตสาหกรรมสำรวจและผลิตปิโตรเลียม
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** กลยุทธ์ในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาทต่อเงินกู้สกุลเงินตราต่างประเทศ
* **การขยายธุรกิจในอนาคต:** แผนการลงทุนหรือการขยายธุรกิจเพิ่มเติมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันและปิโตรเคมีเหลว (Domestic Trading):** รายได้เพิ่มขึ้น 19.3% YoY และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 60.6% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 24.8% เพิ่มขึ้นจาก 18.7% ในปีก่อน ปริมาณการขนส่งเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของการเดินทางและท่องเที่ยว รวมถึงการขนส่งระยะยาวจากโรงกลั่นไปภาคใต้ และอัตราค่าขนส่งเรือเคมีที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ (International Trading):** รายได้เพิ่มขึ้น 232.7% YoY และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 16,198.2% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 43.9% เพิ่มขึ้นจาก -0.9% ในปีก่อน การให้บริการเรือ VLCC ครบ 3 ลำ และการเปลี่ยนสัญญา Aframax เป็น Time-Charter เป็นปัจจัยหลัก
* **ธุรกิจ FSU:** รายได้เพิ่มขึ้น 94.0% YoY และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 203.6% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 53.5% เพิ่มขึ้นจาก 34.2% ในปีก่อน ได้รับแรงหนุนจากสภาวะตลาด Contango และ Utilization Rate ที่ 100%
* **ธุรกิจ Offshore Support:** รายได้เพิ่มขึ้น 91.1% YoY และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 62.2% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 35.5% ลดลงจาก 41.9% ในปีก่อน การเพิ่มจำนวนเรือ AWB ที่เช่ามาให้บริการส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำลง
* **ธุรกิจบริหารจัดการเรือ:** รายได้ลดลง 64.5% YoY และกำไรขั้นต้นลดลง 99.1% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 1.1% ลดลงจาก 43.5% ในปีก่อน เนื่องจากการลดลงของจำนวนเรือนอกกลุ่มที่บริหารจัดการ โดยเฉพาะเรือ FSU ขนาดใหญ่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 20,575.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.6% จากปีก่อน โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ 796.3 ล้านบาทจากการดำเนินงาน สินทรัพย์ตามสัญญาเช่าและหนี้สินตามสัญญาเช่าของเรือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการบันทึกสัญญาเช่าเรือ VLCC ลำที่ 2 และ 3 ตามมาตรฐาน TFRS 16
หนี้สินรวมอยู่ที่ 9,763.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.5% จากปีก่อน โดยเงินกู้ระยะยาวสุทธิลดลง 1,216.6 ล้านบาทจากการชำระคืนตามกำหนด ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 18.7% เป็น 10,812.1 ล้านบาท จากผลกำไรจากการดำเนินงานหักด้วยเงินปันผลจ่าย อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.94 เท่าเท่ากับปีก่อน
## สรุปท้าย
PRM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 312.3% YoY จากการขับเคลื่อนหลักของธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศที่ได้ประโยชน์จากการมีเรือ VLCC ครบ 3 ลำ และการปรับสัญญา Aframax เป็น Time-Charter ประกอบกับการฟื้นตัวของธุรกิจ FSU ตามสภาวะตลาดน้ำมัน แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยน แต่การขยายฐานธุรกิจและการปรับกลยุทธ์การให้บริการที่ชัดเจน ทำให้บริษัทมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในปีถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRM ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
2,219.81
ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
687.55
ล้านบาท
↓ 3.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.97
%
กำไรสุทธิ
421.63
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
18.99
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,220
↑ + 3.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
688
↓ -3.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
422
↓ -9.9%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
18.95
ROA (%)
12.22
Book Value/หุ้น
5.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,528
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+317
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,528.49
+1.17%
|
-2,499.17
+33.08%
|
-1,877.95
+3,293.48%
|
-55.34
-95.35%
|
-1,191.37
-139.52%
|
3,014.84
+52.44%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
317.00
-281.16%
|
-174.98
-119.68%
|
889.12
+41.85%
|
626.80
-170.75%
|
-885.96
+1,138.93%
|
-71.51
-97.80%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-965.08
-172.84%
|
1,324.99
+55.37%
|
852.81
+30.39%
|
654.03
-136.50%
|
-1,791.93
+9.27%
|
-1,639.86
-273.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,895.34
+71.47%
|
-1,688.58
+347.20%
|
-377.59
-145.25%
|
834.47
-222.04%
|
-683.75
-153.54%
|
1,277.15
-470.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,593.47
-0.36%
|
3,606.32
+5.82%
|
3,407.92
+30.49%
|
2,611.58
+17.70%
|
2,218.80
+135.63%
|
941.65
-26.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,245.23
-9.69%
|
3,593.47
-0.36%
|
3,606.32
+5.82%
|
3,407.92
+30.49%
|
2,611.58
+17.70%
|
2,218.80
+135.63%
|