บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
9.90
0.05 (0.50%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9894 out_tok=2534 at=2026-07-27T11:41:14 -->
# PRM กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 12.6% รับอานิสงส์ซื้อกิจการ-รายได้พิเศษ
## รายได้รวมใกล้เคียงปีก่อน แม้ธุรกิจหลักชะลอ แต่กำไรโตจากรายการขายเรือและคุมค่าใช้จ่าย
บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 429.2 ล้านบาท ลดลง 12.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการให้บริการรวมใกล้เคียงปีก่อน แต่กำไรสุทธิที่ลดลงเกิดจากต้นทุนบริการที่สูงขึ้นและอัตราค่าบริการเรือ FSU ที่ปรับลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรับรู้กำไรจากการขายเรือ FSU จำนวน 2 ลำ และการประหยัดค่าใช้จ่ายในการบริหารได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิยังคงแข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PRM ในไตรมาส 2 ปี 2564 ยังคงแข็งแกร่ง แม้ภาพรวมรายได้ใกล้เคียงปีก่อน แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเล็กน้อย มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์ และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
ประการแรก คือ **การรับรู้กำไรจากการขายเรือ FSU จำนวน 2 ลำ** ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทได้กำไรจากการขายเรือดังกล่าวจำนวน 189.1 ล้านบาท การขายเรือที่มีอายุการใช้งานมากในช่วงที่ราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นนี้ ช่วยชดเชยผลกระทบจากรายได้ที่ลดลงในธุรกิจเรือ FSU ได้เป็นอย่างดี
ประการที่สอง คือ **การประหยัดค่าใช้จ่ายในการบริหาร** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง 45.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานของบริษัท
สำหรับ **โอกาสในการต่อเนื่อง** ปัจจัยด้านการรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์นั้นเป็น **ลักษณะครั้งคราว** ไม่สามารถคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นในทุกไตรมาส อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ทำได้ดีนั้น **มีโอกาสต่อเนื่อง** หากบริษัทสามารถรักษาประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้ นอกจากนี้ การเข้าซื้อกิจการบริษัท ไทยออยล์มารีน จำกัด ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้เต็มที่ในครึ่งปีหลัง จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้และกำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 429.2 ล้านบาท ลดลง 12.6% YoY:** แม้รายได้รวมใกล้เคียงปีก่อน แต่กำไรสุทธิปรับลดลง
* **รับรู้กำไรจากการขายเรือ FSU 189.1 ล้านบาท:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการ
* **ประหยัดค่าใช้จ่ายบริหาร 45.2 ล้านบาท:** สะท้อนการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **รายได้ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศเพิ่มขึ้น 24.0% YoY:** จากการเพิ่มจำนวนเรือ 5 ลำ หลังการซื้อกิจการ
* **รายได้ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในต่างประเทศเพิ่มขึ้น 122.3% YoY:** จากการเริ่มให้บริการเรือ VLCC ขนาดใหญ่
* **ธุรกิจ FSU รายได้และกำไรขั้นต้นลดลง:** จากการปรับลดค่าบริการตามภาวะตลาดและความต้องการใช้เรือที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการให้บริการรวม 1,456.0 ล้านบาท ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (1,494.6 ล้านบาท) โดยมีกำไรขั้นต้น 431.9 ล้านบาท ลดลง 39.3% จาก 711.4 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากอัตราค่าบริการเรือ FSU ที่ลดลงและต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรับรู้กำไรจากการขายเรือ FSU จำนวน 2 ลำ จำนวน 189.1 ล้านบาท และมีการประหยัดค่าใช้จ่ายในการบริหาร 45.2 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 429.2 ล้านบาท ลดลง 12.6% จาก 491.2 ล้านบาทในปีก่อน
เมื่อพิจารณาผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 2,879.8 ล้านบาท ลดลง 3.9% จาก 3,000.2 ล้านบาทในปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 863.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.7% จาก 786.8 ล้านบาทในปีก่อน โดยมี EBITDA เพิ่มขึ้นเป็น 1,490.9 ล้านบาท จาก 1,379.4 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจจากการซื้อกิจการ:** การเข้าซื้อบริษัท ไทยออยล์มารีน จำกัด ทำให้ PRM มีความแข็งแกร่งในธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจ Offshore Support และบริหารจัดการเรือ ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้และศักยภาพในการทำกำไรในครึ่งปีหลัง
* **การเติบโตของธุรกิจ Offshore Support:** การกลับมาให้บริการของเรือ AWB และการนำเรือ Crew Boat เข้ามาให้บริการ จะช่วยหนุนรายได้ในกลุ่มนี้ โดยเฉพาะในครึ่งปีหลังที่มีกิจกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น
* **การเพิ่มจำนวนเรือในธุรกิจบริหารจัดการเรือ:** การให้บริการเรือนอกกลุ่มเพิ่มขึ้น 2 ลำ และการได้รับธุรกิจ Ship Agent จะช่วยเพิ่มรายได้ในส่วนนี้
* **Utilization Rate ของเรือ FSU ที่ดีขึ้น:** หลังจากการขายเรือ FSU 2 ลำ ทำให้เรือที่เหลือมีอัตราการใช้งานสูงขึ้น และลดต้นทุนการให้บริการ
## ความเสี่ยง
* **ภาวะตลาดเรือ FSU ชะลอตัว:** ความต้องการใช้เรือ FSU ลดลงจากผลกระทบของ COVID-19 และการปรับลดอัตราค่าบริการส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในธุรกิจนี้
* **ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น:** ราคาค่าน้ำมันเชื้อเพลิง (LSFO และ Bunker oil) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจเรือ FSU และเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในต่างประเทศ
* **ต้นทุนการป้องกัน COVID-19:** มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในการตรวจหาและป้องกันการแพร่ระบาดของ COVID-19 สำหรับคนประจำเรือ
* **อัตราการใช้งานเรือ Crew Boat ยังอยู่ในระดับต่ำ:** แม้จะเริ่มให้บริการแล้ว แต่ Utilization Rate ยังต่ำในไตรมาส 2 และคาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นในครึ่งปีหลัง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการครึ่งปีหลัง 2564:** จากการรับรู้รายได้เต็มที่จากการซื้อกิจการ และการฟื้นตัวของกิจกรรมในอ่าวไทย
* **แนวโน้มอัตราค่าบริการเรือ FSU:** การปรับตัวขึ้นลงตามภาวะตลาดและความต้องการใช้เรือ
* **ต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง:** การเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงาน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19
* **Utilization Rate ของเรือ Crew Boat:** การปรับตัวเพิ่มขึ้นตามกิจกรรมในอุตสาหกรรมปิโตรเลียม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ:** รายได้เติบโต 24.0% YoY จากการเพิ่มจำนวนเรือ 5 ลำ หลังการซื้อกิจการ แต่กำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบ COVID-19, การซ่อมบำรุง และค่าใช้จ่ายในการป้องกันโรค
**ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในต่างประเทศ:** รายได้เติบโตโดดเด่น 122.3% YoY จากการเริ่มให้บริการเรือ VLCC ภายใต้สัญญา Time charter 10 ปี แต่กำไรขั้นต้นลดลงจากต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นในเรือ Aframax ที่ให้บริการแบบ Spot contact
**ธุรกิจ FSU:** รายได้และกำไรขั้นต้นลดลง 28.5% และ 48.6% YoY ตามลำดับ จากการปรับลดค่าบริการและอุปสงค์ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ขายเรือ FSU 2 ลำ ซึ่งมีกำไร 189.1 ล้านบาท และทำให้ Utilization Rate ของเรือที่เหลือสูงขึ้น
**ธุรกิจ Offshore Support:** รายได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/64 จากการกลับมาให้บริการของเรือ AWB และการนำเรือ Crew Boat 13 ลำ เข้ามาให้บริการ แต่ Utilization Rate ของเรือ Crew Boat ยังต่ำ คาดว่าจะดีขึ้นในครึ่งปีหลัง
**ธุรกิจบริหารจัดการเรือ:** รายได้เติบโต 39.3% YoY จากการเพิ่มการให้บริการเรือนอกกลุ่ม 2 ลำ และการได้รับธุรกิจ Ship Agent แต่กำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจากค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการป้องกัน COVID-19
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 17,550.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,907.7 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 626 ล้านบาท จากการดำเนินงานและการขายเรือ สินทรัพย์ที่ดิน อาคาร และเรือเดินทะเลเพิ่มขึ้น 2,727.1 ล้านบาท จากการซื้อกิจการ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 8,960.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,641.4 ล้านบาท โดยหนี้สินระยะยาวเพิ่มขึ้น 3,002 ล้านบาท เพื่อใช้ในการซื้อกิจการและหนี้สินตามสัญญาเช่าเรือ VLCC อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.68 เป็น 1.08
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 8,590.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 266.3 ล้านบาท โดยมีกำไรสะสมเพิ่มขึ้น 106.6 ล้านบาท จากผลกำไรดำเนินงานหักเงินปันผล
## สรุปท้าย
PRM ในไตรมาส 2 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการผลประกอบการท่ามกลางความท้าทาย โดยมีกำไรสุทธิที่แข็งแกร่งจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์และการควบคุมต้นทุน แม้ธุรกิจหลักบางส่วนจะเผชิญแรงกดดันจากภาวะตลาดและต้นทุนที่สูงขึ้น แต่การเข้าซื้อกิจการและการขยายธุรกิจในกลุ่มต่างๆ โดยเฉพาะในครึ่งปีหลัง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนการเติบโตของรายได้และกำไรในอนาคต ขณะที่นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนน้ำมันและภาวะตลาดเรือ FSU อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRM ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
2,219.81
ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
687.55
ล้านบาท
↓ 3.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.97
%
กำไรสุทธิ
421.63
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
18.99
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,220
↑ + 3.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
688
↓ -3.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
422
↓ -9.9%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
18.95
ROA (%)
12.22
Book Value/หุ้น
5.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,528
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+317
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,528.49
+1.17%
|
-2,499.17
+33.08%
|
-1,877.95
+3,293.48%
|
-55.34
-95.35%
|
-1,191.37
-139.52%
|
3,014.84
+52.44%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
317.00
-281.16%
|
-174.98
-119.68%
|
889.12
+41.85%
|
626.80
-170.75%
|
-885.96
+1,138.93%
|
-71.51
-97.80%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-965.08
-172.84%
|
1,324.99
+55.37%
|
852.81
+30.39%
|
654.03
-136.50%
|
-1,791.93
+9.27%
|
-1,639.86
-273.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,895.34
+71.47%
|
-1,688.58
+347.20%
|
-377.59
-145.25%
|
834.47
-222.04%
|
-683.75
-153.54%
|
1,277.15
-470.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,593.47
-0.36%
|
3,606.32
+5.82%
|
3,407.92
+30.49%
|
2,611.58
+17.70%
|
2,218.80
+135.63%
|
941.65
-26.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,245.23
-9.69%
|
3,593.47
-0.36%
|
3,606.32
+5.82%
|
3,407.92
+30.49%
|
2,611.58
+17.70%
|
2,218.80
+135.63%
|