บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
9.90
0.05 (0.50%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9023 out_tok=2651 at=2026-07-26T01:09:19 -->
# PRM กำไร Q1/2566 พุ่ง 103% รับแรงหนุนธุรกิจเรือ VLCC และ FSU
## รายได้-กำไรโตตามเป้า จากการขยายกองเรือและสัญญาบริการระยะยาว ขณะที่ต้นทุนบริหาร-การเงินคุมได้ดี
บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 613.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 102.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการให้บริการรวม 2,100.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.5% ปัจจัยหลักมาจากการลงทุนขยายธุรกิจเรือ VLCC และธุรกิจเรือสนับสนุนการสำรวจและผลิตน้ำมันกลางทะเล ซึ่งมีสัญญาบริการระยะยาว ส่งผลให้บริษัทฯ มีรายได้และผลตอบแทนที่แน่นอนสม่ำเสมอ นอกจากนี้ยังสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ PRM ในไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือการรับรู้รายได้เต็มที่จากการลงทุนขยายธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันขนาดใหญ่ (VLCC) และธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป (FSU) ซึ่งมีสัญญาบริการระยะยาว ประกอบกับการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ส่งผลดีต่อธุรกิจขนส่งน้ำมันในประเทศ
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักคือการเติบโตของรายได้และกำไรขั้นต้นในธุรกิจ **International Trading** จากการให้บริการเรือ VLCC ครบทั้ง 3 ลำตามสัญญาระยะยาว 10 ปี ซึ่งในไตรมาส 1/2565 มีการให้บริการเพียง 1 ลำ และธุรกิจ **FSU** ที่มีรายได้และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน จากความต้องการใช้เรือ FSU เพื่อกักเก็บและผสมน้ำมันเตาที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการลงทุนเพิ่มเรือ FSU อีก 1 ลำในช่วงไตรมาส 2/2565 ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเติบโต 102.9% YoY มาอยู่ที่ 613.1 ล้านบาท
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **International Trading:** การให้บริการเรือ VLCC ครบ 3 ลำตามสัญญา 10 ปีกับไทยออยล์ฯ ทำให้มีรายได้ที่แน่นอนและสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ตลาดเรือ Aframax ทั่วโลกฟื้นตัว ทำให้อัตราการใช้งานและค่าบริการเรือ Aframax ปรับสูงขึ้น
* **FSU:** ความต้องการใช้น้ำมันเตาเพิ่มขึ้นหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ส่งผลให้ความต้องการใช้เรือ FSU เพื่อกักเก็บและผสมน้ำมันเตาเพิ่มขึ้น ประกอบกับการลงทุนเรือ FSU เพิ่ม 1 ลำในช่วงไตรมาส 2/2565 เพื่อรองรับการฟื้นตัวของตลาด
* **Domestic Trading:** การฟื้นตัวของกิจกรรมการเดินทางและการท่องเที่ยวทำให้ปริมาณการบริโภคน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งน้ำมันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบิน (JET A-1) รวมถึงการขยายกองเรือในประเทศเพิ่มอีก 1 ลำ และการขยายธุรกิจขนส่งปิโตรเคมีเหลว
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจ International Trading ที่มีสัญญา VLCC ระยะยาว 10 ปีจะสร้างรายได้ที่มั่นคง นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการระบุว่าบริษัทฯ ได้เข้าทำสัญญา Time Charter ฉบับใหม่สำหรับเรือ Aframax และเริ่มให้บริการแล้วในไตรมาส 2/2566 ซึ่งจะช่วยหนุนรายได้และกำไรในไตรมาสถัดไป ส่วนธุรกิจ FSU คาดว่าจะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของตลาดอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2566 พุ่ง 102.9% YoY** สู่ระดับ 613.1 ล้านบาท จาก 302.2 ล้านบาทใน Q1/2565
* **รายได้จากการให้บริการโต 42.5% YoY** แตะ 2,100.9 ล้านบาท
* **ธุรกิจ International Trading เติบโตโดดเด่น** รับรู้รายได้เต็มที่จากเรือ VLCC ครบ 3 ลำ และตลาด Aframax ฟื้นตัว
* **ธุรกิจ FSU กำไรขั้นต้นเพิ่ม 77.3% YoY** จากความต้องการใช้น้ำมันเตาที่สูงขึ้นและการลงทุนเพิ่มเรือ
* **ธุรกิจ Domestic Trading รายได้เพิ่ม 13.3%** จากปริมาณขนส่งน้ำมันที่สูงขึ้นและการขยายกองเรือ
* **ค่าใช้จ่ายบริหารและค่าใช้จ่ายทางการเงินถูกควบคุมได้ดี** ส่งผลดีต่ออัตรากำไรสุทธิ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM มีรายได้จากการให้บริการรวม 2,100.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีกำไรขั้นต้น 804.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.3% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 29.6% ใน Q1/2565 เป็น 38.3% ใน Q1/2566 กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 110.6% YoY เป็น 677.8 ล้านบาท และกำไรสุทธิอยู่ที่ 613.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102.9% YoY คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.23 บาท
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้เต็มที่จากสัญญาเรือ VLCC ระยะยาว 10 ปี:** จะเป็นแหล่งรายได้หลักที่มั่นคงและสม่ำเสมอ
* **การฟื้นตัวของตลาดเรือ FSU:** ความต้องการใช้น้ำมันเตาที่เพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการลงทุนเพิ่มเรือ FSU จะช่วยหนุนรายได้
* **การขยายกองเรือในประเทศ:** การเพิ่มเรือขนส่งในประเทศและการขยายธุรกิจขนส่งปิโตรเคมีเหลวจะช่วยเพิ่มปริมาณการขนส่ง
* **การฟื้นตัวของตลาดเรือ Aframax:** การปรับตัวสูงขึ้นของอัตราการใช้งานและค่าบริการเรือ Aframax
* **การได้สัญญาระยะยาวสำหรับเรือ Crew Boat:** ส่งผลดีต่อผลการดำเนินงานของธุรกิจ Offshore Support
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการเดินเรือ โดยเฉพาะในส่วนของสัญญา Spot Charter
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่สูงอาจกดดันอัตราค่าบริการ
* **ความล่าช้าในการเข้างานตามสัญญา:** อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรในบางช่วงเวลา เช่น กรณีเรือ AWB ที่ครบสัญญาและอยู่ระหว่างปรับปรุงสภาพเรือ
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากบริษัทยังมีเงินกู้สกุลเงินตราต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจ International Trading:** โดยเฉพาะอัตราการใช้งานและค่าบริการเรือ Aframax หลังการต่อสัญญา Time Charter ใหม่
* **ความต้องการใช้น้ำมันเตาและตลาดเรือ FSU:** เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ FSU
* **การเข้างานตามสัญญาใหม่ของเรือ AWB:** หลังจากปรับปรุงสภาพเรือเสร็จสิ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** โดยเฉพาะผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับสูงขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง:** โดยเฉพาะในส่วนของสัญญา Spot Charter
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันและปิโตรเคมีเหลว (Domestic Trading):** มีรายได้เพิ่มขึ้น 13.3% YoY และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 34.3% YoY โดยมีจำนวนเรือ 36 ลำเท่าเดิม ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของปริมาณการขนส่งน้ำมันดีเซลและ JET A-1 รวมถึงการขยายธุรกิจขนส่งปิโตรเคมีเหลว
* **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ (International Trading):** มีรายได้เพิ่มขึ้น 442.3% YoY และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 225,408.1% YoY โดยมีจำนวนเรือ VLCC 3 ลำ และ Aframax 1 ลำ การเติบโตมาจากสัญญา VLCC ครบ 3 ลำ และการฟื้นตัวของตลาด Aframax
* **ธุรกิจ FSU:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 40.2% YoY และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 77.3% YoY โดยมีจำนวนเรือ 6 ลำ ได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันเตาที่เพิ่มขึ้นและการลงทุนเพิ่มเรือ
* **ธุรกิจ Offshore Support:** มีรายได้เพิ่มขึ้น 4.1% YoY แต่กำไรขั้นต้นลดลง 8.0% YoY โดยมีเรือ AWB 1 ลำ และ Crew Boat 13 ลำ การลดลงของกำไรขั้นต้นมาจากเรือ AWB ลำที่ 1 ครบสัญญาและอยู่ระหว่างปรับปรุงสภาพเรือ แต่ธุรกิจ Crew Boat มีผลการดำเนินงานดีขึ้นจากการได้สัญญาระยะยาว
* **ธุรกิจบริหารจัดการเรือ:** รายได้ลดลง 62.5% YoY และกำไรขั้นต้นลดลง 93.4% YoY โดยมีจำนวนเรือนอกกลุ่มที่บริหาร 2 ลำ ลดลงจาก 4 ลำในปีก่อน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 21,117.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 10.5% สู่ระดับ 3,766.6 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่ดี สินทรัพย์ตามสัญญาเช่าและหนี้สินตามสัญญาเช่าลดลงเล็กน้อยจากการตัดจำหน่าย ที่ดิน อาคาร และเรือเดินทะเล เพิ่มขึ้น 2.4% จากการลงทุนซื้อเรือเพิ่มสุทธิกับการตัดค่าเสื่อมราคา หนี้สินรวมอยู่ที่ 9,778.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.2% โดยเงินกู้จากสถาบันการเงินลดลงจากการชำระคืนตามงวด ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.9% สู่ระดับ 11,339.4 ล้านบาท จากกำไรจากการดำเนินงาน ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 0.94 เท่า เป็น 0.89 เท่า
## สรุปท้าย
PRM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 102.9% YoY เป็น 613.1 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้เต็มที่ของสัญญาเรือ VLCC ระยะยาว และความต้องการที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจ FSU ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงและอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการได้สัญญาบริการใหม่ๆ และการฟื้นตัวของตลาด จะเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRM ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
2,219.81
ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
687.55
ล้านบาท
↓ 3.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.97
%
กำไรสุทธิ
421.63
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
18.99
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,220
↑ + 3.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
688
↓ -3.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
422
↓ -9.9%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
18.95
ROA (%)
12.22
Book Value/หุ้น
5.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,528
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+317
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,528.49
+1.17%
|
-2,499.17
+33.08%
|
-1,877.95
+3,293.48%
|
-55.34
-95.35%
|
-1,191.37
-139.52%
|
3,014.84
+52.44%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
317.00
-281.16%
|
-174.98
-119.68%
|
889.12
+41.85%
|
626.80
-170.75%
|
-885.96
+1,138.93%
|
-71.51
-97.80%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-965.08
-172.84%
|
1,324.99
+55.37%
|
852.81
+30.39%
|
654.03
-136.50%
|
-1,791.93
+9.27%
|
-1,639.86
-273.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,895.34
+71.47%
|
-1,688.58
+347.20%
|
-377.59
-145.25%
|
834.47
-222.04%
|
-683.75
-153.54%
|
1,277.15
-470.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,593.47
-0.36%
|
3,606.32
+5.82%
|
3,407.92
+30.49%
|
2,611.58
+17.70%
|
2,218.80
+135.63%
|
941.65
-26.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,245.23
-9.69%
|
3,593.47
-0.36%
|
3,606.32
+5.82%
|
3,407.92
+30.49%
|
2,611.58
+17.70%
|
2,218.80
+135.63%
|