บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
9.90
0.05 (0.50%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7955 out_tok=2998 at=2026-07-26T00:40:19 -->
PRM รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น รายได้-กำไร Q3/2565 พุ่งแรง
รายได้-กำไร PRM ไตรมาส 3/2565 เติบโตโดดเด่น รับแรงหนุนจากทุกกลุ่มธุรกิจที่ฟื้นตัวตามเศรษฐกิจ ขณะที่การขายเรือเก่าสร้างรายได้พิเศษเข้ามาเสริม
บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการให้บริการ 2,149.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรขั้นต้น 715.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.1% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการขยายงานในทุกกลุ่มธุรกิจเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการปรับอัตราค่าบริการตามภาวะตลาด นอกจากนี้ บริษัทยังมีกำไรพิเศษจากการขายเรือ VLCC เก่าจำนวน 522.86 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ PRM ในไตรมาส 3/2565 คือ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ ประกอบกับการปรับขึ้นค่าบริการตามภาวะตลาด และการรับรู้รายได้จากเรือใหม่ที่ทยอยเข้าประจำการ นอกจากนี้ การขายเรือ VLCC เก่าที่เลิกใช้งานแล้วยังเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริมรายได้และกำไรในไตรมาสนี้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ:** ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันเครื่องบิน ประกอบกับการมีเรือขนาด 5,000 ตันให้บริการเพิ่มขึ้น 1 ลำ
* **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ:** มีรายได้และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการให้บริการเรือ VLCC ลำที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 9 กันยายน 2565 และการทำสัญญา Time-Charter สำหรับเรือ Aframax ที่มีอัตราค่าบริการสูงขึ้น
* **ธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป (FSU):** รายได้และกำไรขั้นต้นปรับตัวขึ้น จากการเพิ่มจำนวนเรือให้บริการอีก 1 ลำ เพื่อตอบสนองความต้องการกักเก็บน้ำมันในช่วงฤดูหนาวและการเปลี่ยนเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้า รวมถึงการปรับเพิ่มค่าบริการตามต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจเรือขนส่งเพื่อให้การสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (Offshore Support):** รายได้และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมาก จากการเพิ่มเรือ AWB ให้บริการตลอดทั้งไตรมาส และการเข้าทำสัญญาระยะยาวสำหรับเรือ Crew boat ทั้งหมด 13 ลำกับ ปตท.สผ.
* **รายได้พิเศษจากการขายเรือ:** การขายเรือ VLCC เก่าที่เลิกใช้งานแล้วในกลุ่มธุรกิจขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ สร้างรายได้อื่นจำนวน 522.86 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของการขยายงานและการปรับค่าบริการตามภาวะตลาดที่น่าจะยังคงเป็นปัจจัยหนุนต่อไป ส่วนการรับรู้รายได้จากเรือใหม่จะทยอยรับรู้เต็มที่ในไตรมาสถัดไป อย่างไรก็ตาม การขายเรือ VLCC เก่าเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว และไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการให้บริการ Q3/2565 เติบโต 39.3% YoY** แตะ 2,149.6 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้น Q3/2565 เพิ่มขึ้น 47.1% YoY** แตะ 715.2 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 128.3% YoY** แตะ 486.9 ล้านบาท
* **มีกำไรพิเศษจากการขายเรือ VLCC เก่า 522.86 ล้านบาท** บันทึกในรายได้อื่น
* **อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้น** จาก 27.2% ใน Q3/2564 เป็น 31.5% ใน Q3/2565
* **การขยายกองเรือ** มีการเพิ่มเรือในกลุ่มขนส่งน้ำมันในประเทศ, ขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ, FSU และ Offshore Support
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการให้บริการรวม 2,149.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่ 1,542.7 ล้านบาท โดยมีกำไรขั้นต้น 715.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 486.3 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 27.2% เป็น 31.5%
เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการให้บริการรวม 5,327.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 4,262.5 ล้านบาท และมีกำไรขั้นต้น 1,614.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1,458.0 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 30.3% ลดลงเล็กน้อยจาก 33.0% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 486.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 128.3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่ 212.4 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,600.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1,350.3 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันเครื่องบิน
* **การขยายกองเรือ:** การเพิ่มจำนวนเรือในกลุ่มธุรกิจต่างๆ เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น และการเข้าทำสัญญาระยะยาว
* **การปรับขึ้นค่าบริการ:** สะท้อนต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และสอดคล้องกับภาวะตลาด
* **การให้บริการเรือ VLCC และ Aframax:** สัญญาเช่าระยะยาวและอัตราค่าบริการที่สูงขึ้น สร้างผลตอบแทนที่ดี
* **ความต้องการกักเก็บน้ำมัน:** ในช่วงฤดูหนาวและการเปลี่ยนเชื้อเพลิงของโรงไฟฟ้าในภูมิภาค
* **การบริหารจัดการเรือ:** การได้รับสัญญา Time Charter ระยะยาวสำหรับเรือ Crew boat
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ว่าการอ่อนค่าของเงินบาทจะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรส่วนใหญ่ที่อยู่ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เกิดจากเงินกู้สกุลเงินต่างประเทศ
* **การตรวจเรือหลังการซ่อมบำรุง:** การกลับมาใช้วิธีการตรวจเรือเต็มรูปแบบทำให้มีระยะเวลา Off-hire ของเรือที่ได้รับการตรวจมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในระยะสั้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** แม้จะมีการขยายงาน แต่การแข่งขันในธุรกิจขนส่งและให้บริการทางทะเลยังคงมีอยู่
* **ต้นทุนค่าเชื้อเพลิง:** แม้จะมีการปรับค่าบริการสะท้อนต้นทุน แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมันในประเทศและระหว่างประเทศ
* การรับรู้รายได้เต็มที่จากเรือ VLCC ลำที่ 3 และเรือใหม่ที่ทยอยเข้าประจำการ
* ผลกระทบจากการกลับมาใช้วิธีการตรวจเรือเต็มรูปแบบต่อ Utilization Rate
* การบริหารจัดการต้นทุนค่าเชื้อเพลิงและอัตราค่าบริการ
* ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบต่อผลประกอบการ
* การเข้าทำสัญญาใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม Offshore Support และธุรกิจบริหารจัดการเรือ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ:** รายได้และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 18.4% และ 17.6% ตามลำดับ YoY โดยมีจำนวนเรือเพิ่มขึ้นเป็น 35 ลำ จาก 34 ลำในปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.3% ลดลงเล็กน้อยจาก 17.5% ใน Q3/2564 เนื่องจากต้องมีระยะเวลา Off-hire เรือเพื่อการตรวจซ่อมบำรุงเต็มรูปแบบ
**ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ:** รายได้เติบโตโดดเด่น 128.6% YoY แตะ 353.7 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 376.2% YoY แตะ 127.4 ล้านบาท โดยมีจำนวนเรือ VLCC เพิ่มเป็น 3 ลำ และเรือ Aframax 1 ลำ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 36.0% เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 17.3% ใน Q3/2564
**ธุรกิจ FSU:** รายได้เพิ่มขึ้น 39.9% YoY แตะ 791.9 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 33.5% YoY แตะ 367.0 ล้านบาท โดยมีจำนวนเรือ 6 ลำ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 46.3% ลดลงเล็กน้อยจาก 47.5% ใน Q3/2564
**ธุรกิจ Offshore Support:** รายได้เติบโต 74.4% YoY แตะ 216.5 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 68.8% YoY แตะ 83.1 ล้านบาท โดยมีจำนวนเรือ AWB 2 ลำ และ Crew Boat 13 ลำ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 38.4% เพิ่มขึ้นจาก 37.1% ใน Q3/2564
**ธุรกิจบริหารจัดการเรือ:** รายได้ลดลง 46.0% YoY แตะ 48.5 ล้านบาท และกำไรขั้นต้นลดลง 81.1% YoY แตะ 7.3 ล้านบาท โดยจำนวนเรือลดลงเหลือ 2 ลำ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 15.0% ลดลงอย่างมากจาก 44.6% ใน Q3/2564 เนื่องจากเรือที่ลดลงเป็นเรือ VLCC ที่มีอัตรากำไรสูงกว่า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 22,075.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,726.4 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 915.5 ล้านบาท และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 3,810.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ตามสัญญาเช่าเรือ 3,515.7 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 11,443.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,204.2 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนรวมเพิ่มขึ้น 801.6 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียนรวมเพิ่มขึ้น 2,402.6 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินตามสัญญาเช่าเรือ 3,293 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 10,632.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,522.3 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.12 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.94 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
PRM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2565 แข็งแกร่ง ด้วยรายได้และกำไรที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ส่งผลดีต่อทุกกลุ่มธุรกิจขนส่งและให้บริการน้ำมัน ประกอบกับการขยายกองเรือและการปรับขึ้นค่าบริการ ขณะที่การขายเรือเก่าเป็นปัจจัยบวกพิเศษที่เข้ามาเสริม อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและผลกระทบจากการปรับวิธีการตรวจเรือต่อ Utilization Rate ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRM ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
2,219.81
ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
687.55
ล้านบาท
↓ 3.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.97
%
กำไรสุทธิ
421.63
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
18.99
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,220
↑ + 3.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
688
↓ -3.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
422
↓ -9.9%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
18.95
ROA (%)
12.22
Book Value/หุ้น
5.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,528
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+317
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,528.49
+1.17%
|
-2,499.17
+33.08%
|
-1,877.95
+3,293.48%
|
-55.34
-95.35%
|
-1,191.37
-139.52%
|
3,014.84
+52.44%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
317.00
-281.16%
|
-174.98
-119.68%
|
889.12
+41.85%
|
626.80
-170.75%
|
-885.96
+1,138.93%
|
-71.51
-97.80%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-965.08
-172.84%
|
1,324.99
+55.37%
|
852.81
+30.39%
|
654.03
-136.50%
|
-1,791.93
+9.27%
|
-1,639.86
-273.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,895.34
+71.47%
|
-1,688.58
+347.20%
|
-377.59
-145.25%
|
834.47
-222.04%
|
-683.75
-153.54%
|
1,277.15
-470.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,593.47
-0.36%
|
3,606.32
+5.82%
|
3,407.92
+30.49%
|
2,611.58
+17.70%
|
2,218.80
+135.63%
|
941.65
-26.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,245.23
-9.69%
|
3,593.47
-0.36%
|
3,606.32
+5.82%
|
3,407.92
+30.49%
|
2,611.58
+17.70%
|
2,218.80
+135.63%
|