บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
9.90
0.05 (0.50%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10319 out_tok=3543 at=2026-07-26T01:04:09 -->
PRM กำไรสุทธิ Q2/65 หดตัว 50.5% YoY รับผลพิเศษปีก่อนดันรายได้โต
ฝ่ายจัดการ PRM ชี้กำไรสุทธิไตรมาส 2/65 อยู่ที่ 212.4 ล้านบาท ลดลง 50.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการให้บริการจะเติบโต 16.9% โดยปัจจัยหลักมาจากฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปีก่อนจากการขายเรือ ขณะที่ธุรกิจหลักยังคงเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ PRM ในไตรมาส 2/2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การเปรียบเทียบกับฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปี 2564 จากรายการพิเศษจากการขายเรือ** แม้ว่ารายได้จากการให้บริการจะเติบโตได้ดีถึง 16.9% และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 7.2% ก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในไตรมาส 2/2564 บริษัทฯ มีการบันทึก **กำไรจากการขายเรือจำนวน 189.1 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นประจำ ส่งผลให้กำไรสุทธิของปี 2564 ในช่วงเวลาเดียวกันสูงกว่าปกติ เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับไตรมาส 2/2565 ที่ไม่มีรายการดังกล่าว ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิของไตรมาส 2/2565 ดูเหมือนจะลดลงอย่างมากถึง 50.5%
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาจาก **รายได้จากการให้บริการ** ที่เพิ่มขึ้น 16.9% และ **กำไรขั้นต้น** ที่เพิ่มขึ้น 7.2% แสดงให้เห็นว่าธุรกิจหลักของบริษัทฯ ยังคงมีการเติบโตที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ** ที่เติบโต 31.6% และ **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ** ที่เติบโตถึง 33.5% รวมถึง **ธุรกิจ Offshore Support** ที่เติบโตโดดเด่นถึง 110.5%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** การลดลงของกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อนในไตรมาส 2/2565 นี้ **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** เนื่องจากเป็นผลมาจากการเปรียบเทียบกับฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปี 2564 จากรายการขายเรือ ซึ่งไม่ใช่ปัจจัยที่จะเกิดขึ้นซ้ำในไตรมาสถัดไป โดยฝ่ายจัดการได้ระบุชัดเจนว่าสาเหตุหลักที่กำไรสุทธิลดลงมาจาก "กำไรจากการขายเรือที่บันทึกในครึ่งปีแรกของปี 2564"
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 อยู่ที่ 212.4 ล้านบาท ลดลง 50.5% YoY** แต่หากไม่รวมรายการพิเศษจากการขายเรือในปี 2564 ผลประกอบการหลักยังเติบโตได้ดี
* **รายได้จากการให้บริการรวม 1,703.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.9% YoY** จากการขยายตัวของทุกกลุ่มธุรกิจ
* **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศเติบโตโดดเด่น** รายได้เพิ่ม 33.5% YoY และกำไรขั้นต้นเพิ่ม 130.8% YoY จากการให้บริการเรือ VLCC ลำที่ 2 และความต้องการใช้เรือ Aframax ที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจ Offshore Support รายได้เพิ่ม 110.5% YoY** จากการใช้งานเรือ AWB เต็มไตรมาส และการได้สัญญาระยะยาวกับ PTT E&P
* **ต้นทุนน้ำมันเตา (LSFO) ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ FSU** แม้รายได้จะลดลงเพียง 9.7% แต่กำไรขั้นต้นลดลงถึง 32.6% เนื่องจากราคา LSFO เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 502.8 เป็น 813.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 64.0 ล้านบาท** จากค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/65 แต่บริษัทฯ มีรายได้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ 62% ซึ่งจะได้รับประโยชน์หากเงินบาทอ่อนค่าในอนาคต
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2565 บริษัท พริมา มารีน จำกัด (มหาชน) หรือ PRM มีรายได้จากการให้บริการรวม 1,703.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.9% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2564 ที่มีรายได้ 1,456.0 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 15.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 ที่มีรายได้ 1,474.4 ล้านบาท การเติบโตนี้มาจากทุกกลุ่มธุรกิจที่ขยายตัว
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 462.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2564 ที่มีกำไรขั้นต้น 431.9 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 6.0% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565 ที่มีกำไรขั้นต้น 436.7 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 27.2% ลดลงจาก 34.0% ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 เป็น 28.3% ในงวด 6 เดือนแรกของปี 2565
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้าอยู่ที่ 21.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 19.9 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565 แต่ลดลงจาก 21.2 ล้านบาทในไตรมาส 2/2564
รายได้อื่นในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 214.4 ล้านบาท ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ 8.8 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565 และ 205.6 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2564 โดยสาเหตุหลักมาจากการที่ในไตรมาส 2/2564 มีกำไรจากการขายเรือ 189.1 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 16.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2564 เนื่องจากผลจากการเข้าซื้อกิจการบริษัท ทรูธมาริไทม์ จำกัด และค่าใช้จ่ายด้านพนักงานที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาส 1/2565
ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 17.4 ล้านบาท เทียบกับกำไร 7.4 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565 และขาดทุน 64.0 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2564 ซึ่งเกิดจากการอ่อนค่าของเงินบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 212.4 ล้านบาท ลดลง 50.5% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2564 ที่มีกำไร 429.2 ล้านบาท และลดลง 40.4% เมื่อเทียบกับงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 ที่มีกำไร 514.6 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายตัวของธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ:** ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศ และการให้บริการเต็มไตรมาสของเรือที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการ
* **การเติบโตของธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ:** ได้รับประโยชน์จากการให้บริการเรือ VLCC ลำที่ 2 แก่กลุ่มไทยออยล์ และความต้องการใช้เรือ Aframax ในตลาดโลกที่สูงขึ้น ทำให้สามารถทำสัญญา Time charter ในอัตราค่าบริการที่สูงขึ้น
* **การขยายตัวของธุรกิจ Offshore Support:** ได้รับแรงหนุนจากการใช้งานเรือ AWB เต็มไตรมาส การเพิ่มจำนวนเรือ AWB และการได้สัญญาระยะยาวกับ PTT E&P สำหรับกองเรือ Crew Boat
* **การบริหารจัดการเรือ:** มีโอกาสเติบโตจากการขยายงานของธุรกิจ Ship Agent และการรับบริหารจัดการเรือ VLCC ก่อนที่จะมีการซื้อเรือเข้ามาเพิ่มเติม
* **แนวโน้มค่าเงินบาทอ่อนค่า:** บริษัทฯ มีรายได้ในสกุลเงินเหรียญสหรัฐสูงถึง 62% ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากแนวโน้มค่าเงินบาทที่อ่อนค่าในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันเตา (LSFO):** เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจ FSU โดยตรง
* **ความผันผวนของอัตราค่าระวางเรือ:** โดยเฉพาะในตลาด Spot อาจส่งผลต่อรายได้และกำไรของธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีรายได้สกุลเงินเหรียญสหรัฐ แต่การมีหนี้สินสกุลเงินตราต่างประเทศก็ยังคงมีความเสี่ยงหากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** จากการเข้าซื้อกิจการและการขยายธุรกิจ อาจส่งผลต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงตามแผน (Drydocking):** อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในบางช่วงเวลา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาต้นทุนน้ำมันเตา (LSFO):** จะส่งผลโดยตรงต่อผลประกอบการของธุรกิจ FSU
* **การบริหารจัดการต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิง:** สำหรับเรือที่บริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
* **การขยายตัวของธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ:** โดยเฉพาะการให้บริการเรือ VLCC และการทำสัญญา Time charter ในอัตราที่น่าพอใจ
* **ความสำเร็จในการประมูลสัญญาใหม่ๆ ในธุรกิจ Offshore Support:** โดยเฉพาะกับลูกค้าหลักอย่าง PTT E&P
* **ผลกระทบจากการอ่อนค่าของเงินบาทต่อรายได้และหนี้สิน:** การบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** หลังจากการเข้าซื้อกิจการและการขยายธุรกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันดิบ ผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป และปิโตรเคมีเหลว (“ธุรกิจเรือขนส่งฯ”)**
* **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ:** รายได้และกำไรขั้นต้นเติบโต 31.6% และ 39.2% YoY ตามลำดับ จากการให้บริการเต็มไตรมาสของเรือที่เพิ่มขึ้น และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากต้นทุนน้ำมันเตา (LSFO) ที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายซ่อมบำรุงตามแผน
* **ธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศ:** รายได้และกำไรขั้นต้นเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 33.5% และ 130.8% YoY ตามลำดับ จากการให้บริการเรือ VLCC ลำที่ 2 และความต้องการใช้เรือ Aframax ที่สูงขึ้น ทำให้สามารถทำสัญญา Time charter ในอัตราค่าบริการที่สูงขึ้น และมีอัตราการใช้งานเต็มลำ
**ธุรกิจเรือขนส่งและจัดเก็บน้ำมันดิบ และผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป (“FSU”)**
* รายได้ลดลง 9.7% YoY แต่กำไรขั้นต้นลดลงถึง 32.6% YoY สาเหตุหลักมาจากต้นทุนน้ำมันเตา (LSFO) ที่สูงขึ้นอย่างมาก โดยราคาเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 502.8 เป็น 813.3 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้จะมีการเพิ่มเรือ FSU 1 ลำในช่วงต้นเดือนมิถุนายน แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้
**ธุรกิจเรือขนส่งเพื่อการสนับสนุนงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียมกลางทะเล (“Offshore Support”)**
* รายได้และกำไรขั้นต้นเติบโตสูงมาก 110.5% และ 1,016.0% YoY ตามลำดับ จากการใช้งานเรือ AWB เต็มไตรมาส การเพิ่มเรือ AWB อีก 1 ลำ และกองเรือ Crew Boat ที่มีอัตราการใช้งานเต็ม 100% จากการได้สัญญาระยะยาวกับ PTT E&P
**ธุรกิจบริหารจัดการเรือ**
* รายได้เพิ่มขึ้น 3.6% YoY และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 38.5% YoY จากการขยายงานของธุรกิจ Ship Agent และการรับบริหารจัดการเรือ VLCC ก่อนที่จะมีการซื้อเรือเข้ามาเพิ่มเติม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 18,817.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,468.6 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดลดลง 570.7 ล้านบาทจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว การซื้อเรือ และการจ่ายเงินปันผล
สินทรัพย์หมุนเวียนรวมลดลง 267.8 ล้านบาท เนื่องจากเงินสดลดลง แม้ว่าลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือจะเพิ่มขึ้น
สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนรวมเพิ่มขึ้น 1,736.4 ล้านบาท โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ตามสัญญาเช่า 1,638.7 ล้านบาท จากการทำสัญญาเช่าเรือ VLCC ลำที่ 2 และการซื้อเรือขนส่งน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศ 1 ลำ และเรือ FSU 1 ลำ
หนี้สินรวมอยู่ที่ 9,479.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,240.9 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนรวมเพิ่มขึ้น 229.8 ล้านบาท และหนี้สินไม่หมุนเวียนรวมเพิ่มขึ้น 1,011.1 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินตามสัญญาเช่าเรือ 1,586.3 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.06 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.94 เท่า ณ สิ้นปี 2564
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 227.7 ล้านบาท มาจากผลกำไรจากการดำเนินงานหักด้วยเงินปันผลจ่าย
## สรุปท้าย
PRM ในไตรมาส 2/2565 เผชิญกับแรงกดดันจากฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปีก่อนจากการขายเรือ ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักยังคงแสดงการเติบโตที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะธุรกิจเรือขนส่งน้ำมันระหว่างประเทศและ Offshore Support ที่ได้รับปัจจัยหนุนจากการเพิ่มจำนวนเรือและการได้สัญญาระยะยาว ขณะที่ธุรกิจ FSU ยังคงได้รับผลกระทบจากต้นทุนน้ำมันเตาที่สูงขึ้น การบริหารจัดการต้นทุนและอัตราค่าระวางเรือจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนและโอกาสจากการอ่อนค่าของเงินบาท
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ PRM ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
2,219.81
ล้านบาท
↑ 3.9% YoY
กำไรขั้นต้น
687.55
ล้านบาท
↓ 3.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.97
%
กำไรสุทธิ
421.63
ล้านบาท
↓ 9.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
18.99
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,220
↑ + 3.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
688
↓ -3.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
422
↓ -9.9%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — PRM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
18.95
ROA (%)
12.22
Book Value/หุ้น
5.52
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — PRM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,528
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+317
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — PRM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-2,528.49
+1.17%
|
-2,499.17
+33.08%
|
-1,877.95
+3,293.48%
|
-55.34
-95.35%
|
-1,191.37
-139.52%
|
3,014.84
+52.44%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
317.00
-281.16%
|
-174.98
-119.68%
|
889.12
+41.85%
|
626.80
-170.75%
|
-885.96
+1,138.93%
|
-71.51
-97.80%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-965.08
-172.84%
|
1,324.99
+55.37%
|
852.81
+30.39%
|
654.03
-136.50%
|
-1,791.93
+9.27%
|
-1,639.86
-273.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-2,895.34
+71.47%
|
-1,688.58
+347.20%
|
-377.59
-145.25%
|
834.47
-222.04%
|
-683.75
-153.54%
|
1,277.15
-470.74%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,593.47
-0.36%
|
3,606.32
+5.82%
|
3,407.92
+30.49%
|
2,611.58
+17.70%
|
2,218.80
+135.63%
|
941.65
-26.78%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
3,245.23
-9.69%
|
3,593.47
-0.36%
|
3,606.32
+5.82%
|
3,407.92
+30.49%
|
2,611.58
+17.70%
|
2,218.80
+135.63%
|