KTB
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KTB
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
44.25
+0.50 (+1.14%)

สรุปสั้น

กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น หลักๆ เกิดจาก กําไร (ขาดทุน) เบ็ดเสร็จอื่นจํานวน 8,349 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 14,954 ล้าน บาท หรือ 226.40% หลัก ๆ จากความผันผวนในตลาดเงินและตลาดทุนในช่วงต้นปี 2563 ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่หดตัว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากสินเชื่อที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึงร้อยละ 12.6 จากสิ้นปีที่ผ่านมา ธนาคารได้จัดตั้งบริษัท อินฟินิตัส บาย กรุงไทย จํากัด (Infinitas by Krungthai) โดยเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทางการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ มุ่งเน้นการให้บริการด้านการพัฒนา Innovation & Digital Platform ต่างๆ เพื่อเข้าสู่ Open Banking, Virtual Digital Banking Service รวมถึง New Business Model อย่างเต็มรูปแบบ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปี 2564 ลดลงร้อยละ 5.6 เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยพิเศษเงินให้สินเชื่อจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินหลักประกัน จํานองในปี 2563 ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงถึงแม้ธนาคารมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ร้อยละ 12.6 จาก สิ้นปี 2563

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=25179 out_tok=3209 at=2026-07-25T19:05:48 --> # KTB กำไรสุทธิ Q4/2565 พุ่ง 64% YoY รับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิโตแกร่ง ## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิและสินเชื่อคุณภาพหนุนกำไร KTB ไตรมาส 4 โตโดดเด่น ขณะที่การบริหารต้นทุนยังคงมีประสิทธิภาพ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 8,109 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 64.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่แข็งแกร่งจากการขยายตัวของสินเชื่อคุณภาพและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ Cost to Income Ratio ปรับลดลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ KTB ในไตรมาส 4 ปี 2565 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 64.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ** ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งการเติบโตของปริมาณสินเชื่อที่มีคุณภาพและการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ยังคงมีประสิทธิภาพก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไร ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น:** ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของสินเชื่อที่มุ่งเน้นคุณภาพ โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อย ประกอบกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 3 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อของธนาคารเองอีก 2 ครั้งในเดือนตุลาคมและธันวาคม 2565 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (NIM) ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 2.80% จาก 2.47% ในไตรมาส 4 ปี 2564 * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ธนาคารสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายโดยรวมได้ดี ส่งผลให้ Cost to Income Ratio ในไตรมาส 4 ปี 2565 อยู่ที่ 45.30% ลดลงจาก 49.16% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ จะเพิ่มขึ้นจากการลงทุนเพื่อพัฒนาการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยสนับสนุนหลักคือแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. ที่ยังคงมีอยู่เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ดอกเบี้ยของธนาคารต่อไป อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/2565 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 (เพิ่มขึ้น 32.9%) สะท้อนถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้นได้ แต่การตั้งสำรองที่สูงขึ้นนี้ก็ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของ Coverage Ratio ให้สูงถึง 179.7% ซึ่งเป็นระดับที่น่าพอใจ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร** ในไตรมาส 4/2565 เท่ากับ 8,109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.0% YoY * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ** เติบโต 15.3% YoY เป็น 24,606 ล้านบาท จากการเติบโตของสินเชื่อคุณภาพและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย * **NIM (Net Interest Margin)** ขยายตัวมาอยู่ที่ 2.80% จาก 2.47% ในไตรมาส 4/2564 * **Cost to Income Ratio** ปรับลดลงมาอยู่ที่ 45.30% จาก 49.16% ในไตรมาส 4/2564 * **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น** เพิ่มขึ้น 32.9% QoQ เป็น 7,532 ล้านบาท แต่ลดลง 8.5% YoY * **NPLs Ratio-Gross** อยู่ที่ 3.26% ลดลงจาก 3.50% ณ สิ้นปี 2564 * **Coverage Ratio** อยู่ในระดับสูงที่ 179.7% ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปี 2565 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเท่ากับ 33,698 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.1% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้รวมจากการดำเนินงาน 8.3% ซึ่งขับเคลื่อนโดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 8.4% จากการเติบโตของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ทำให้ Cost to Income Ratio ลดลงเหลือ 43.68% ขณะที่การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 25.2% YoY เมื่อเปรียบเทียบผลประกอบการไตรมาส 4/2565 กับไตรมาส 4/2564 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเพิ่มขึ้น 64.0% เป็น 8,109 ล้านบาท จากรายได้รวมจากการดำเนินงานที่เติบโต 15.8% โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 15.3% จากการเติบโตของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ ที่เติบโต การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายส่งผลให้ Cost to Income Ratio ลดลงเหลือ 45.30% อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารลดลง 4.0% มาอยู่ที่ 8,109 ล้านบาท เนื่องจากมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 32.9% เพื่อบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์อย่างรอบคอบภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน ## โอกาส * **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** การที่ ธปท. ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้ดอกเบี้ยของธนาคาร * **การเติบโตของสินเชื่อคุณภาพ:** ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยรักษาฐานรายได้ดอกเบี้ยในระยะยาว * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัล:** ความสำเร็จในการพัฒนาแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และ Krungthai NEXT รวมถึงการขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลต่างๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมและรักษาฐานลูกค้า * **การสนับสนุนบริการภาครัฐ:** การร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนานวัตกรรมและบริการดิจิทัล เช่น การเปิดบริการ "แผนกคดีซื้อขายออนไลน์" หรือ "Customs Trader Portal" จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และความแข็งแกร่งของธนาคารในฐานะ Digital Bank ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการชะลอตัวของการส่งออกของไทย อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือน * **อัตราเงินเฟ้อและต้นทุนที่สูงขึ้น:** ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากราคาพลังงาน ค่าไฟฟ้า และค่าแรงงาน อาจส่งผลกระทบต่อกำไรของภาคธุรกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค * **การตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น:** แม้ว่าการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง แต่ก็อาจกดดันกำไรในระยะสั้นได้ หากเศรษฐกิจมีความผันผวนมากกว่าที่คาดการณ์ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจธนาคาร โดยเฉพาะจากผู้เล่นดิจิทัล อาจกดดันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ ธปท. ในอนาคต จะส่งผลต่อ NIM และต้นทุนทางการเงินของธนาคาร * **คุณภาพสินทรัพย์:** การติดตาม NPLs Ratio และการตั้งสำรองอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจต่อพอร์ตสินเชื่อ * **การเติบโตของสินเชื่อ:** การขยายตัวของสินเชื่อโดยรวม โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจและรายย่อย * **รายได้ค่าธรรมเนียม:** การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะจากธุรกิจ Bancassurance และบริการดิจิทัล * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุม Cost to Income Ratio ท่ามกลางการลงทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและบริการ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) **NIM (Net Interest Margin):** มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 2.80% เพิ่มขึ้นจาก 2.47% ในไตรมาส 4/2564 และ 2.61% ในไตรมาส 3/2565 ซึ่งสะท้อนถึงผลบวกจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อของธนาคาร **NII/Non-NII:** รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 15.3% YoY ในไตรมาส 4/2565 ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (Non-NII) ปรับลดลงเล็กน้อย 1.7% YoY ในไตรมาส 4/2565 โดยมีค่าธรรมเนียม Bancassurance ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ส่วนรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ เติบโตสูงถึง 45.2% YoY จากกำไรจากเครื่องมือทางการเงินและหนี้สูญรับคืน **NPL (Non-Performing Loans):** NPLs Ratio-Gross อยู่ที่ 3.26% ลดลงจาก 3.50% ณ สิ้นปี 2564 แสดงถึงการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี **Coverage Ratio:** อยู่ในระดับสูงที่ 179.7% ซึ่งสูงกว่าช่วงสิ้นปี 2564 ที่ 168.8% สะท้อนถึงการตั้งสำรองที่เพียงพอเพื่อรองรับความไม่แน่นอน **Credit Cost:** การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/2565 ลดลง 8.5% YoY แต่เพิ่มขึ้น 32.9% QoQ ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการที่ยืดหยุ่นตามสภาวะเศรษฐกิจ **สัดส่วนสินเชื่อ:** สินเชื่อรวม (หลังหักรายได้รอตัดบัญชี) ลดลง 1.4% YoY มาอยู่ที่ 2,443,832 ล้านบาท โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโต 3.9% YoY ขณะที่สินเชื่อภาครัฐและรัฐวิสาหกิจลดลง 22.7% YoY และสินเชื่อรายย่อยเติบโต 6.9% YoY **เงินฝาก (Deposits) และ CASA:** เงินรับฝากรวมลดลง 0.9% YoY มาอยู่ที่ 2,590,236 ล้านบาท สัดส่วนเงินฝากจ่ายคืนเมื่อทวงถามและเงินฝากออมทรัพย์ต่อเงินฝากรวม (CASA) อยู่ที่ 83% ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง **CAR/Basel:** กลุ่มธุรกิจทางการเงินมีเงินกองทุนทั้งสิ้น 422,094 ล้านบาท คิดเป็น 19.80% ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยง ซึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2565 ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 3.59 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% YoY โดยมีเงินรับฝากเป็นแหล่งเงินทุนหลัก 72.1% ขณะที่สินทรัพย์ที่ใช้ในการให้สินเชื่อมีสัดส่วน 72.2% ส่วนของเจ้าของรวมอยู่ที่ 392,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% YoY โดยมูลค่าหุ้นทางบัญชีอยู่ที่ 26.91 บาทต่อหุ้น ## สรุปท้าย KTB โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 64.0% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเติบโตของสินเชื่อคุณภาพและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น QoQ เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่คุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดีและมี Coverage Ratio ที่สูง การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและการบริหารต้นทุนที่แข็งแกร่งนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อที่อาจส่งผลต่อคุณภาพสินทรัพย์ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KTB ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
37,642.91 ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
115,344.95 ล้านบาท
↓ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
306.42 %
กำไรสุทธิ
10,772.80 ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.62 %
D/E Ratio
7.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
37,643
↓ -2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
115,345
↓ -8.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
10,773
↑ + 2.8% YoY
D/E Ratio
7.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KTB

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
37,642.91
-1.96%
38,393.69
-3.02%
39,590.06
+14.25%
34,652.26
+15.78%
29,928.55
+4.76%
28,569.54
-70.00%
กำไรขั้นต้น
115,344.95
-8.29%
125,777.96
-1.13%
127,211.13
+19.75%
106,226.44
+14.66%
92,641.22
+4.06%
89,028.99
-7.89%
ค่าใช้จ่ายรวม
22,095.00
-8.78%
24,222.61
+0.13%
24,191.55
+7.52%
22,499.26
+4.16%
21,601.20
-64.18%
60,308.57
+12.88%
กำไรสุทธิ
10,772.80
+2.85%
10,474.75
+71.41%
6,110.95
-24.64%
8,109.18
+64.03%
4,943.84
+43.20%
3,452.43
-53.71%
กำไรต่อหุ้น
0.77
+2.94%
0.75
+71.40%
0.44
-24.66%
0.58
+63.84%
0.35
+43.32%
0.25
-53.75%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
306.42
-6.47%
327.60
+1.95%
321.32
+4.82%
306.55
-0.97%
309.54
-0.67%
311.62
+207.05%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
58.70
-6.96%
63.09
+3.24%
61.11
-5.88%
64.93
-10.04%
72.18
-65.81%
211.09
+276.27%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
28.62
+4.91%
27.28
+76.68%
15.44
-34.02%
23.40
+41.65%
16.52
+36.75%
12.08
+54.28%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
2,037.82
+450.13%
-582.01
-25.94%
-462.15
-125.05%
-205.35
-1,495.04%
14.72
-98.45%
950.93
-70.45%
ROE(%)
10.62
+2.41%
10.37
+10.32%
9.40
+2.73%
9.15
+49.02%
6.14
+25.05%
4.91
-49.01%
ROA(%)
2.79
-1.76%
2.84
+15.92%
2.45
+26.29%
1.94
+28.48%
1.51
-1.31%
1.53
-43.96%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
7.08
+0.28%
7.06
-8.79%
7.74
-5.03%
8.15
-4.23%
8.51
+1.67%
8.37
+16.90%
P/E
8.24
+10.90%
7.43
+11.56%
6.66
-17.88%
8.11
-11.66%
9.18
+22.73%
7.48
-8.67%
P/BV
0.86
+26.47%
0.68
+3.03%
0.66
-2.94%
0.68
+30.77%
0.52
+13.04%
0.46
-32.35%
BV
33.00
+7.56%
30.68
+9.65%
27.98
+8.07%
25.89
+2.25%
25.32
+4.46%
24.24
+0.96%
YIELD(%)
5.47
+32.45%
4.13
+11.32%
3.71
+57.20%
2.36
+13.46%
2.08
-69.32%
6.78
+54.79%
ราคาหุ้น
28.25
+34.52%
21.00
+14.13%
18.40
+3.95%
17.70
+34.09%
13.20
+18.92%
11.10
-32.32%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.42
ROE (%)
10.62
ROA (%)
2.79
Book Value/หุ้น
33.62

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KTB

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์
3,933,319.40
+5.16%
3,677,699.75
+2.37%
3,592,409.75
+1.00%
3,556,744.44
+6.88%
3,327,780.27
+10.48%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน
3,446,296.83
+5.08%
3,256,853.45
+1.78%
3,199,846.83
+0.54%
3,182,633.00
+7.06%
2,972,716.68
+11.59%
รวมส่วนของเจ้าของ
464,229.58
+5.48%
420,846.30
+7.20%
392,562.91
+4.93%
374,111.44
+5.36%
355,063.59
+1.93%
D/E
7.42
7.74
8.15
8.51
8.37
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
10.62
9.40
9.15
6.14
4.91
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
2.79
2.45
1.94
1.51
1.53
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-13,724
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-28,076
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KTB

รายการ 2566 2565 2564 2561 2560 2559 2558
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-13,724.15
19,293.62
+521.56%
3,104.06
-132.67%
-9,499.90
-150.05%
18,979.72
-63.45%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-28,076.41
519.95
-94.27%
9,072.45
-40.90%
15,351.24
-265.16%
-9,294.73
-169.46%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
37,037.96
-24,300.97
+122.89%
-10,902.64
+112.31%
-5,135.13
-60.34%
-12,946.45
-68.73%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
-4,617.42
-4,694.74
-420.14%
1,466.45
+130.47%
636.30
-119.28%
-3,299.87
-113.81%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
68,161.36
-0.40%
73,572.87
+2.03%
72,106.42
+0.89%
71,470.11
-4.41%
74,769.98
+47.51%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
63,543.94
-6.77%
68,878.13
-6.38%
73,572.87
+2.03%
72,106.42
+0.89%
71,470.11
-4.18%