KTB
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KTB
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
43.00
0.25 (0.58%)

สรุปสั้น

กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น หลักๆ เกิดจาก กําไร (ขาดทุน) เบ็ดเสร็จอื่นจํานวน 8,349 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 14,954 ล้าน บาท หรือ 226.40% หลัก ๆ จากความผันผวนในตลาดเงินและตลาดทุนในช่วงต้นปี 2563 ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่หดตัว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากสินเชื่อที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึงร้อยละ 12.6 จากสิ้นปีที่ผ่านมา ธนาคารได้จัดตั้งบริษัท อินฟินิตัส บาย กรุงไทย จํากัด (Infinitas by Krungthai) โดยเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทางการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ มุ่งเน้นการให้บริการด้านการพัฒนา Innovation & Digital Platform ต่างๆ เพื่อเข้าสู่ Open Banking, Virtual Digital Banking Service รวมถึง New Business Model อย่างเต็มรูปแบบ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปี 2564 ลดลงร้อยละ 5.6 เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยพิเศษเงินให้สินเชื่อจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินหลักประกัน จํานองในปี 2563 ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงถึงแม้ธนาคารมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ร้อยละ 12.6 จาก สิ้นปี 2563

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=25179 out_tok=3209 at=2026-07-25T19:05:48 --> # KTB กำไรสุทธิ Q4/2565 พุ่ง 64% YoY รับรายได้ดอกเบี้ยสุทธิโตแกร่ง ## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิและสินเชื่อคุณภาพหนุนกำไร KTB ไตรมาส 4 โตโดดเด่น ขณะที่การบริหารต้นทุนยังคงมีประสิทธิภาพ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 8,109 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 64.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่แข็งแกร่งจากการขยายตัวของสินเชื่อคุณภาพและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ Cost to Income Ratio ปรับลดลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ KTB ในไตรมาส 4 ปี 2565 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 64.0% เมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ** ซึ่งเป็นผลมาจากทั้งการเติบโตของปริมาณสินเชื่อที่มีคุณภาพและการปรับตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ยังคงมีประสิทธิภาพก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไร ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น:** ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของสินเชื่อที่มุ่งเน้นคุณภาพ โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อย ประกอบกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) 3 ครั้งในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อของธนาคารเองอีก 2 ครั้งในเดือนตุลาคมและธันวาคม 2565 ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (NIM) ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 2.80% จาก 2.47% ในไตรมาส 4 ปี 2564 * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ธนาคารสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายโดยรวมได้ดี ส่งผลให้ Cost to Income Ratio ในไตรมาส 4 ปี 2565 อยู่ที่ 45.30% ลดลงจาก 49.16% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ จะเพิ่มขึ้นจากการลงทุนเพื่อพัฒนาการให้บริการแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยสนับสนุนหลักคือแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. ที่ยังคงมีอยู่เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ดอกเบี้ยของธนาคารต่อไป อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นที่เพิ่มขึ้นในไตรมาส 4/2565 เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 (เพิ่มขึ้น 32.9%) สะท้อนถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้นได้ แต่การตั้งสำรองที่สูงขึ้นนี้ก็ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของ Coverage Ratio ให้สูงถึง 179.7% ซึ่งเป็นระดับที่น่าพอใจ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร** ในไตรมาส 4/2565 เท่ากับ 8,109 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.0% YoY * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ** เติบโต 15.3% YoY เป็น 24,606 ล้านบาท จากการเติบโตของสินเชื่อคุณภาพและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย * **NIM (Net Interest Margin)** ขยายตัวมาอยู่ที่ 2.80% จาก 2.47% ในไตรมาส 4/2564 * **Cost to Income Ratio** ปรับลดลงมาอยู่ที่ 45.30% จาก 49.16% ในไตรมาส 4/2564 * **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น** เพิ่มขึ้น 32.9% QoQ เป็น 7,532 ล้านบาท แต่ลดลง 8.5% YoY * **NPLs Ratio-Gross** อยู่ที่ 3.26% ลดลงจาก 3.50% ณ สิ้นปี 2564 * **Coverage Ratio** อยู่ในระดับสูงที่ 179.7% ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปี 2565 ธนาคารและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเท่ากับ 33,698 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.1% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้รวมจากการดำเนินงาน 8.3% ซึ่งขับเคลื่อนโดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้น 8.4% จากการเติบโตของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ ที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ทำให้ Cost to Income Ratio ลดลงเหลือ 43.68% ขณะที่การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลง 25.2% YoY เมื่อเปรียบเทียบผลประกอบการไตรมาส 4/2565 กับไตรมาส 4/2564 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเพิ่มขึ้น 64.0% เป็น 8,109 ล้านบาท จากรายได้รวมจากการดำเนินงานที่เติบโต 15.8% โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 15.3% จากการเติบโตของสินเชื่อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย รวมถึงรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ ที่เติบโต การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายส่งผลให้ Cost to Income Ratio ลดลงเหลือ 45.30% อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารลดลง 4.0% มาอยู่ที่ 8,109 ล้านบาท เนื่องจากมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 32.9% เพื่อบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์อย่างรอบคอบภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน ## โอกาส * **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** การที่ ธปท. ทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้ดอกเบี้ยของธนาคาร * **การเติบโตของสินเชื่อคุณภาพ:** ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อที่มีคุณภาพ ซึ่งจะช่วยรักษาฐานรายได้ดอกเบี้ยในระยะยาว * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการดิจิทัล:** ความสำเร็จในการพัฒนาแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" และ Krungthai NEXT รวมถึงการขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัลต่างๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมและรักษาฐานลูกค้า * **การสนับสนุนบริการภาครัฐ:** การร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนานวัตกรรมและบริการดิจิทัล เช่น การเปิดบริการ "แผนกคดีซื้อขายออนไลน์" หรือ "Customs Trader Portal" จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และความแข็งแกร่งของธนาคารในฐานะ Digital Bank ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และการชะลอตัวของการส่งออกของไทย อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจและครัวเรือน * **อัตราเงินเฟ้อและต้นทุนที่สูงขึ้น:** ต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากราคาพลังงาน ค่าไฟฟ้า และค่าแรงงาน อาจส่งผลกระทบต่อกำไรของภาคธุรกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค * **การตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น:** แม้ว่าการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้นจะช่วยเสริมความแข็งแกร่ง แต่ก็อาจกดดันกำไรในระยะสั้นได้ หากเศรษฐกิจมีความผันผวนมากกว่าที่คาดการณ์ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจธนาคาร โดยเฉพาะจากผู้เล่นดิจิทัล อาจกดดันส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยและรายได้ค่าธรรมเนียม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ ธปท. ในอนาคต จะส่งผลต่อ NIM และต้นทุนทางการเงินของธนาคาร * **คุณภาพสินทรัพย์:** การติดตาม NPLs Ratio และการตั้งสำรองอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจต่อพอร์ตสินเชื่อ * **การเติบโตของสินเชื่อ:** การขยายตัวของสินเชื่อโดยรวม โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจและรายย่อย * **รายได้ค่าธรรมเนียม:** การเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียม โดยเฉพาะจากธุรกิจ Bancassurance และบริการดิจิทัล * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุม Cost to Income Ratio ท่ามกลางการลงทุนเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีและบริการ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) **NIM (Net Interest Margin):** มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 2.80% เพิ่มขึ้นจาก 2.47% ในไตรมาส 4/2564 และ 2.61% ในไตรมาส 3/2565 ซึ่งสะท้อนถึงผลบวกจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อของธนาคาร **NII/Non-NII:** รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 15.3% YoY ในไตรมาส 4/2565 ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (Non-NII) ปรับลดลงเล็กน้อย 1.7% YoY ในไตรมาส 4/2565 โดยมีค่าธรรมเนียม Bancassurance ที่ยังเติบโตต่อเนื่อง ส่วนรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ เติบโตสูงถึง 45.2% YoY จากกำไรจากเครื่องมือทางการเงินและหนี้สูญรับคืน **NPL (Non-Performing Loans):** NPLs Ratio-Gross อยู่ที่ 3.26% ลดลงจาก 3.50% ณ สิ้นปี 2564 แสดงถึงการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี **Coverage Ratio:** อยู่ในระดับสูงที่ 179.7% ซึ่งสูงกว่าช่วงสิ้นปี 2564 ที่ 168.8% สะท้อนถึงการตั้งสำรองที่เพียงพอเพื่อรองรับความไม่แน่นอน **Credit Cost:** การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 4/2565 ลดลง 8.5% YoY แต่เพิ่มขึ้น 32.9% QoQ ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการที่ยืดหยุ่นตามสภาวะเศรษฐกิจ **สัดส่วนสินเชื่อ:** สินเชื่อรวม (หลังหักรายได้รอตัดบัญชี) ลดลง 1.4% YoY มาอยู่ที่ 2,443,832 ล้านบาท โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่เติบโต 3.9% YoY ขณะที่สินเชื่อภาครัฐและรัฐวิสาหกิจลดลง 22.7% YoY และสินเชื่อรายย่อยเติบโต 6.9% YoY **เงินฝาก (Deposits) และ CASA:** เงินรับฝากรวมลดลง 0.9% YoY มาอยู่ที่ 2,590,236 ล้านบาท สัดส่วนเงินฝากจ่ายคืนเมื่อทวงถามและเงินฝากออมทรัพย์ต่อเงินฝากรวม (CASA) อยู่ที่ 83% ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง **CAR/Basel:** กลุ่มธุรกิจทางการเงินมีเงินกองทุนทั้งสิ้น 422,094 ล้านบาท คิดเป็น 19.80% ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยง ซึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2565 ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 3.59 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.0% YoY โดยมีเงินรับฝากเป็นแหล่งเงินทุนหลัก 72.1% ขณะที่สินทรัพย์ที่ใช้ในการให้สินเชื่อมีสัดส่วน 72.2% ส่วนของเจ้าของรวมอยู่ที่ 392,572 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% YoY โดยมูลค่าหุ้นทางบัญชีอยู่ที่ 26.91 บาทต่อหุ้น ## สรุปท้าย KTB โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 64.0% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการเติบโตของสินเชื่อคุณภาพและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น QoQ เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่คุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดีและมี Coverage Ratio ที่สูง การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยและการบริหารต้นทุนที่แข็งแกร่งนี้ เป็นโอกาสสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อที่อาจส่งผลต่อคุณภาพสินทรัพย์ในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KTB ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
37,642.91 ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
115,344.95 ล้านบาท
↓ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
306.42 %
กำไรสุทธิ
10,772.80 ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.62 %
D/E Ratio
7.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
37,643
↓ -2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
115,345
↓ -8.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
10,773
↑ + 2.8% YoY
D/E Ratio
7.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KTB

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
37,642.91
-1.96%
38,393.69
-3.02%
39,590.06
+14.25%
34,652.26
+15.78%
29,928.55
+4.76%
28,569.54
-70.00%
กำไรขั้นต้น —
115,344.95
-8.29%
125,777.96
-1.13%
127,211.13
+19.75%
106,226.44
+14.66%
92,641.22
+4.06%
89,028.99
-7.89%
ค่าใช้จ่ายรวม —
22,095.00
-8.78%
24,222.61
+0.13%
24,191.55
+7.52%
22,499.26
+4.16%
21,601.20
-64.18%
60,308.57
+12.88%
กำไรสุทธิ —
10,772.80
+2.85%
10,474.75
+71.41%
6,110.95
-24.64%
8,109.18
+64.03%
4,943.84
+43.20%
3,452.43
-53.71%
กำไรต่อหุ้น —
0.77
+2.94%
0.75
+71.40%
0.44
-24.66%
0.58
+63.84%
0.35
+43.32%
0.25
-53.75%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
306.42
-6.47%
327.60
+1.95%
321.32
+4.82%
306.55
-0.97%
309.54
-0.67%
311.62
+207.05%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
58.70
-6.96%
63.09
+3.24%
61.11
-5.88%
64.93
-10.04%
72.18
-65.81%
211.09
+276.27%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
28.62
+4.91%
27.28
+76.68%
15.44
-34.02%
23.40
+41.65%
16.52
+36.75%
12.08
+54.28%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
2,037.82
+450.13%
-582.01
-25.94%
-462.15
-125.05%
-205.35
-1,495.04%
14.72
-98.45%
950.93
-70.45%
ROE(%) —
10.62
+2.41%
10.37
+10.32%
9.40
+2.73%
9.15
+49.02%
6.14
+25.05%
4.91
-49.01%
ROA(%) —
2.79
-1.76%
2.84
+15.92%
2.45
+26.29%
1.94
+28.48%
1.51
-1.31%
1.53
-43.96%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
7.08
+0.28%
7.06
-8.79%
7.74
-5.03%
8.15
-4.23%
8.51
+1.67%
8.37
+16.90%
P/E —
8.24
+10.90%
7.43
+11.56%
6.66
-17.88%
8.11
-11.66%
9.18
+22.73%
7.48
-8.67%
P/BV —
0.86
+26.47%
0.68
+3.03%
0.66
-2.94%
0.68
+30.77%
0.52
+13.04%
0.46
-32.35%
BV —
33.00
+7.56%
30.68
+9.65%
27.98
+8.07%
25.89
+2.25%
25.32
+4.46%
24.24
+0.96%
YIELD(%) —
5.47
+32.45%
4.13
+11.32%
3.71
+57.20%
2.36
+13.46%
2.08
-69.32%
6.78
+54.79%
ราคาหุ้น —
28.25
+34.52%
21.00
+14.13%
18.40
+3.95%
17.70
+34.09%
13.20
+18.92%
11.10
-32.32%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.42
ROE (%)
10.62
ROA (%)
2.79
Book Value/หุ้น
32.39

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KTB

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
3,933,319.40
+5.16%
—
3,677,699.75
+2.37%
3,592,409.75
+1.00%
3,556,744.44
+6.88%
3,327,780.27
+10.48%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
3,446,296.83
+5.08%
—
3,256,853.45
+1.78%
3,199,846.83
+0.54%
3,182,633.00
+7.06%
2,972,716.68
+11.59%
รวมส่วนของเจ้าของ —
464,229.58
+5.48%
—
420,846.30
+7.20%
392,562.91
+4.93%
374,111.44
+5.36%
355,063.59
+1.93%
D/E —
7.42
—
7.74
8.15
8.51
8.37
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
10.62
—
9.40
9.15
6.14
4.91
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
2.79
—
2.45
1.94
1.51
1.53
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-13,724
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-28,076
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KTB

รายการ 2566 2565 2564 2561 2560 2559 2558
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน — —
-13,724.15
19,293.62
+521.56%
3,104.06
-132.67%
-9,499.90
-150.05%
18,979.72
-63.45%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน — —
-28,076.41
519.95
-94.27%
9,072.45
-40.90%
15,351.24
-265.16%
-9,294.73
-169.46%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน — —
37,037.96
-24,300.97
+122.89%
-10,902.64
+112.31%
-5,135.13
-60.34%
-12,946.45
-68.73%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) — —
-4,617.42
-4,694.74
-420.14%
1,466.45
+130.47%
636.30
-119.28%
-3,299.87
-113.81%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด — —
68,161.36
-0.40%
73,572.87
+2.03%
72,106.42
+0.89%
71,470.11
-4.41%
74,769.98
+47.51%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด — —
63,543.94
-6.77%
68,878.13
-6.38%
73,572.87
+2.03%
72,106.42
+0.89%
71,470.11
-4.18%