ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
44.25
+0.50 (+1.14%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น หลักๆ เกิดจาก กําไร (ขาดทุน) เบ็ดเสร็จอื่นจํานวน 8,349 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 14,954 ล้าน บาท หรือ 226.40% หลัก ๆ จากความผันผวนในตลาดเงินและตลาดทุนในช่วงต้นปี 2563 ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่หดตัว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
จากสินเชื่อที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึงร้อยละ 12.6 จากสิ้นปีที่ผ่านมา ธนาคารได้จัดตั้งบริษัท อินฟินิตัส บาย กรุงไทย จํากัด (Infinitas by Krungthai) โดยเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทางการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ มุ่งเน้นการให้บริการด้านการพัฒนา Innovation & Digital Platform ต่างๆ เพื่อเข้าสู่ Open Banking, Virtual Digital Banking Service รวมถึง New Business Model อย่างเต็มรูปแบบ
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปี 2564 ลดลงร้อยละ 5.6 เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยพิเศษเงินให้สินเชื่อจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินหลักประกัน จํานองในปี 2563 ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงถึงแม้ธนาคารมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ร้อยละ 12.6 จาก สิ้นปี 2563
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=39050 out_tok=2925 at=2026-07-25T07:05:52 -->
# KTB กำไรสุทธิ Q2/2566 โต 21.5% รับแรงหนุนสินเชื่อและ NIM ขยายตัว
## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิพุ่ง 27.3% หนุนกำไรโตต่อเนื่อง ขณะที่ NPL Ratio ลดลง
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 10,156 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 27.3% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการขยายตัวของสินเชื่อตามยุทธศาสตร์ของธนาคาร และการปรับตัวดีขึ้นของอัตราผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (NIM) ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ดี โดยมีอัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม (NPL Ratio) ลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ KTB ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income - NII)** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 27.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีส่วนสำคัญที่ทำให้กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 28.0% และส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเติบโต 21.5%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิมาจากสองปัจจัยหลัก ได้แก่:
* **การเติบโตของสินเชื่อ:** ธนาคารยังคงขยายการปล่อยสินเชื่อตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อย ซึ่งส่งผลให้ปริมาณสินเชื่อโดยรวมเพิ่มขึ้น
* **การปรับตัวดีขึ้นของ NIM:** อัตราผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (NIM) ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ที่ 3.20% จาก 2.51% ในไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ธนาคารยังสามารถบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีอัตราส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Cost to Income Ratio) ลดลงมาอยู่ที่ 39.3% จาก 42.5% ในปีก่อน แม้จะมีการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 36.8% เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ก็ยังสามารถรักษา Coverage Ratio ในระดับสูงที่ 177.4% และมี NPL Ratio ที่ลดลงเหลือ 3.11%
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยหลักที่สนับสนุนคือ:
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** ธปท. มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลดีต่อ NIM ของธนาคารต่อไป
* **การเติบโตของสินเชื่อ:** ธนาคารยังคงเดินหน้าตามยุทธศาสตร์การเติบโตของสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อรายย่อย ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณรายได้ดอกเบี้ย
* **การบริหารต้นทุน:** ธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยหนุนผลกำไรในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสินเชื่อและการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2566 เติบโต 21.5% YoY** แตะ 10,156 ล้านบาท
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เพิ่มขึ้น 27.3% YoY** เป็น 27,771 ล้านบาท จากการเติบโตของสินเชื่อและ NIM ที่ 3.20%
* **NPL Ratio ลดลง** มาอยู่ที่ 3.11% ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 จาก 3.26% ณ สิ้นปี 2565
* **Coverage Ratio ยังคงสูง** ที่ 177.4% สะท้อนการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ
* **Cost to Income Ratio ลดลง** มาอยู่ที่ 39.3% จาก 42.5% ในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ธนาคารกรุงไทย (KTB) รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 10,156 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ)
สำหรับผลประกอบการ 6 เดือนแรกของปี 2566 ธนาคารมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 20,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.0% YoY
รายได้รวมจากการดำเนินงานในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 35,715 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.2% YoY โดยมีรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเติบโตโดดเด่นถึง 27.3% เป็น 27,771 ล้านบาท ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิลดลง 2.3% เป็น 4,797 ล้านบาท และรายได้จากการดำเนินงานอื่นๆ เพิ่มขึ้น 15.1% เป็น 3,147 ล้านบาท
ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ ในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 14,028 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% YoY โดย Cost to Income Ratio ปรับลดลงมาอยู่ที่ 39.3% จาก 42.5% ในปีก่อน
การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 7,755 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.8% YoY ซึ่งธนาคารได้พิจารณาถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและรักษาระดับ Coverage Ratio ให้สูง
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** การท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวและการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจจะช่วยหนุนการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ ธปท. จะช่วยหนุน NIM ของธนาคาร
* **การลงทุนในเทคโนโลยี:** การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการและสร้างโอกาสในการเติบโตของธุรกิจดิจิทัล
* **การขยายบริการด้านการลงทุน:** การร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลกเพื่อยกระดับบริการด้านการลงทุน จะช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมและขยายฐานลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **เศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและอาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของภาคธุรกิจ
* **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและเงินเฟ้อ:** อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ภาระหนี้ครัวเรือน:** ระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงอาจเป็นปัจจัยกดดันต่อคุณภาพสินทรัพย์ในระยะยาว
* **การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย:** การทยอยลดบทบาทมาตรการภาครัฐและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม NIM:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของ ธปท. จะส่งผลต่อ NIM อย่างไรในไตรมาสถัดไป
* **การเติบโตของสินเชื่อ:** การขยายตัวของสินเชื่อรายย่อยและสินเชื่อธุรกิจจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่
* **คุณภาพสินทรัพย์:** การติดตาม NPL Ratio และ Coverage Ratio ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
* **รายได้ค่าธรรมเนียม:** การฟื้นตัวของรายได้ค่าธรรมเนียมจัดการกองทุนและค่าธรรมเนียมอื่นๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การรักษา Cost to Income Ratio ให้อยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**NIM (Net Interest Margin):** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 3.20% ในไตรมาส 2/2566 จาก 2.51% ในปีก่อนหน้า และ 3.00% ในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่มีประสิทธิภาพ
**NII (Net Interest Income):** เติบโตแข็งแกร่ง 27.3% YoY เป็น 27,771 ล้านบาท จากการเติบโตของสินเชื่อและการปรับตัวขึ้นของ NIM
**NPLs Ratio:** ลดลงมาอยู่ที่ 3.11% ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 จาก 3.26% ณ สิ้นปี 2565 แสดงถึงการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี
**Coverage Ratio:** ยังคงรักษาระดับสูงที่ 177.4% ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. สะท้อนความระมัดระวังในการตั้งสำรองเพื่อรองรับความไม่แน่นอน
**Non-NII (รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ):** ลดลงเล็กน้อย 2.3% YoY เป็น 4,797 ล้านบาท โดยมีแรงกดดันจากค่าธรรมเนียมจัดการกองทุนที่ชะลอตัวตามภาวะตลาด แต่ยังคงได้รับการสนับสนุนจากค่าธรรมเนียม Bancassurance และบัตรเครดิต
**Cost to Income Ratio:** ปรับลดลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 39.3% จาก 42.5% ในปีก่อน สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีการลงทุนด้านเทคโนโลยี
**Credit Cost:** เพิ่มขึ้น 36.8% YoY เป็น 7,755 ล้านบาท เพื่อรักษาระดับ Coverage Ratio ให้สูง
**CAR/Basel:** เงินกองทุนทั้งสิ้นต่อสินทรัพย์เสี่ยง (Total Capital Adequacy Ratio) อยู่ที่ 20.12% ซึ่งอยู่ในระดับที่แข็งแกร่งและสูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท.
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์:** รวม 3.61 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีรายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิเพิ่มขึ้น และเงินลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น
* **หนี้สิน:** เงินรับฝากรวม 2.58 ล้านล้านบาท ใกล้เคียงกับสิ้นปี 2565 โดยมีสัดส่วน CASA สูงถึง 81%
* **เงินให้สินเชื่อ:** รวม 2.58 ล้านล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.2% จากสิ้นปี 2565 โดยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อ SMEs ปรับลดลงเล็กน้อย ขณะที่สินเชื่อรายย่อยยังคงเติบโต
* **ส่วนของเจ้าของ:** รวม 387,344 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.9% จากสิ้นปี 2565 โดยมีมูลค่าหุ้นทางบัญชี 27.70 บาทต่อหุ้น
## สรุปท้าย
KTB ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 21.5% YoY เป็นผลจากการบริหารจัดการรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากการเติบโตของสินเชื่อและ NIM ที่สูงขึ้น ประกอบกับการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้จะมีการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความไม่แน่นอน แต่คุณภาพสินทรัพย์ยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดย NPL Ratio ลดลงและ Coverage Ratio ยังคงสูง ธนาคารมีฐานะเงินกองทุนที่แข็งแกร่งและสภาพคล่องเพียงพอ พร้อมเดินหน้าตามยุทธศาสตร์การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการลงทุนในเทคโนโลยีและบริการดิจิทัล ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในระยะต่อไป ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KTB ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
37,642.91
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
115,344.95
ล้านบาท
↓ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
306.42
%
กำไรสุทธิ
10,772.80
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.62
%
D/E Ratio
7.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
37,643
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
115,345
↓ -8.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
10,773
↑ + 2.8%
YoY
D/E Ratio
7.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KTB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.42
ROE (%)
10.62
ROA (%)
2.79
Book Value/หุ้น
33.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KTB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-13,724
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-28,076
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KTB
| รายการ | 2566 | 2565 | 2564 | 2561 | 2560 | 2559 | 2558 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
-13,724.15
|
19,293.62
+521.56%
|
3,104.06
-132.67%
|
-9,499.90
-150.05%
|
18,979.72
-63.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
-28,076.41
|
519.95
-94.27%
|
9,072.45
-40.90%
|
15,351.24
-265.16%
|
-9,294.73
-169.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
37,037.96
|
-24,300.97
+122.89%
|
-10,902.64
+112.31%
|
-5,135.13
-60.34%
|
-12,946.45
-68.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-4,617.42
|
-4,694.74
-420.14%
|
1,466.45
+130.47%
|
636.30
-119.28%
|
-3,299.87
-113.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
68,161.36
-0.40%
|
73,572.87
+2.03%
|
72,106.42
+0.89%
|
71,470.11
-4.41%
|
74,769.98
+47.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
63,543.94
-6.77%
|
68,878.13
-6.38%
|
73,572.87
+2.03%
|
72,106.42
+0.89%
|
71,470.11
-4.18%
|