ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
44.25
+0.50 (+1.14%)
สรุปสั้น
กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น หลักๆ เกิดจาก กําไร (ขาดทุน) เบ็ดเสร็จอื่นจํานวน 8,349 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 14,954 ล้าน บาท หรือ 226.40% หลัก ๆ จากความผันผวนในตลาดเงินและตลาดทุนในช่วงต้นปี 2563 ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่หดตัว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
จากสินเชื่อที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึงร้อยละ 12.6 จากสิ้นปีที่ผ่านมา ธนาคารได้จัดตั้งบริษัท อินฟินิตัส บาย กรุงไทย จํากัด (Infinitas by Krungthai) โดยเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทางการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ มุ่งเน้นการให้บริการด้านการพัฒนา Innovation & Digital Platform ต่างๆ เพื่อเข้าสู่ Open Banking, Virtual Digital Banking Service รวมถึง New Business Model อย่างเต็มรูปแบบ
รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปี 2564 ลดลงร้อยละ 5.6 เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยพิเศษเงินให้สินเชื่อจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินหลักประกัน จํานองในปี 2563 ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงถึงแม้ธนาคารมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ร้อยละ 12.6 จาก สิ้นปี 2563
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=22817 out_tok=2854 at=2026-07-25T19:48:51 -->
# KTB กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 39% รับรายได้ดอกเบี้ยโต-สำรองลด
## รายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวต่อเนื่อง หนุนกำไรสุทธิโตเด่น YoY ขณะที่การตั้งสำรองลดลงช่วยเสริมผลประกอบการ
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 8,358 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 39.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการเติบโตของสินเชื่อ ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ KTB ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income - NII) ที่แข็งแกร่ง** ควบคู่ไปกับการ **ลดลงอย่างมีนัยสำคัญของการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss - ECL)** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารเติบโตถึง 39.1% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ:** มาจากการขยายตัวของสินเชื่อ โดยเฉพาะสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อยที่มีคุณภาพ ประกอบกับการบริหารต้นทุนทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (Net Interest Margin - NIM) อยู่ที่ระดับ 2.51% ในไตรมาส 2/2565 ซึ่งทรงตัวใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะยังคงที่ แต่การเติบโตของปริมาณสินเชื่อเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **การลดลงของการตั้งสำรอง ECL:** ธนาคารตั้งสำรอง ECL จำนวน 5,669 ล้านบาท ลดลงถึง 30.0% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด การติดตามพอร์ตสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง และการที่อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPLs Ratio) อยู่ในระดับที่ลดลง (3.32% ณ สิ้นไตรมาส 2/2565 เทียบกับ 3.50% ณ สิ้นปี 2564) ประกอบกับธนาคารยังคงรักษาระดับ Coverage Ratio ในระดับสูงที่ 174.3% ซึ่งสะท้อนถึงความระมัดระวังในการดำเนินธุรกิจและพร้อมรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยหลักคือการเติบโตของสินเชื่อที่มีคุณภาพซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่เริ่มฟื้นตัว และการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์อย่างเข้มงวดของธนาคาร อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรอง ECL อาจผันผวนได้ตามสภาวะเศรษฐกิจและความไม่แน่นอนที่ยังคงมีอยู่ แต่การรักษาระดับ Coverage Ratio ที่สูงจะช่วยรองรับความผันผวนดังกล่าวได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร:** 8,358 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.1% YoY
* **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 4.3% YoY เป็น 21,818 ล้านบาท จากการเติบโตของสินเชื่อ
* **การตั้งสำรอง ECL:** ลดลง 30.0% YoY เหลือ 5,669 ล้านบาท
* **NPLs Ratio:** อยู่ที่ 3.32% ลดลงจาก 3.50% ณ สิ้นปี 2564
* **Coverage Ratio:** อยู่ในระดับสูงที่ 174.3%
* **Cost to Income Ratio:** อยู่ที่ 42.48% ทรงตัวจากปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
KTB รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 8,358 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.1% YoY เป็นผลจากการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมจากการดำเนินงาน 2.1% ซึ่งขับเคลื่อนหลักโดยรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโต 4.3% จากการขยายตัวของสินเชื่อและการบริหารต้นทุนทางการเงินที่ดี ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.4% ส่วนรายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลง 10.1% การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายโดยรวมส่งผลให้ Cost to Income Ratio อยู่ที่ 42.48% ทรงตัวจากปีก่อน และที่สำคัญคือการตั้งสำรอง ECL ที่ลดลง 30.0% YoY ทำให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น
เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารลดลง 4.8% เนื่องจากรายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลงจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินในส่วนอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่ารายได้ดอกเบี้ยสุทธิจะยังคงเติบโตได้ดี
สำหรับผลประกอบการช่วงครึ่งแรกปี 2565 กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคารอยู่ที่ 17,139 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.9% YoY จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ 4.9% และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น โดย Cost to Income Ratio ลดลงมาอยู่ที่ 41.86% และการตั้งสำรอง ECL ลดลง 31.0%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** การทยอยยกเลิกมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเปิดรับนักท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ หนุนการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศและภาคธุรกิจ
* **การขยายฐานลูกค้าดิจิทัล:** ความสำเร็จของแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น Krungthai NEXT, เป๋าตัง และ ถุงเงิน ช่วยเพิ่มปริมาณธุรกรรมและสร้างโอกาสในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ๆ
* **การเชื่อมโยง Ecosystem:** ความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ครอบคลุมหลากหลายอุตสาหกรรม ช่วยสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เช่น บริการซื้อขายหุ้นกู้ดิจิทัล, Gold Wallet, และสลากดิจิทัล
* **การสนับสนุนสินเชื่อภาครัฐ:** การมีส่วนร่วมในมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูและโครงการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs และรายย่อย
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูง และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกและไทย
* **แรงกดดันเงินเฟ้อ:** อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของครัวเรือนและผลประกอบการภาคธุรกิจ
* **การใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น:** การส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นของธนาคารแห่งประเทศไทย อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและสภาพคล่อง
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจแบบไม่ทั่วถึง (K-shaped Economy):** ความแตกต่างในการฟื้นตัวของภาคส่วนต่างๆ อาจสร้างความท้าทายในการบริหารจัดการสินเชื่อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้ม NIM:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยนโยบายและสภาวะตลาดที่อาจส่งผลต่อ NIM ในไตรมาสถัดไป
* **คุณภาพสินทรัพย์:** การติดตาม NPLs Ratio และการตั้งสำรอง ECL อย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
* **การเติบโตของสินเชื่อ:** การขยายตัวของสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อรายย่อย โดยเฉพาะในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ
* **ผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้:** การประเมินผลกระทบของมาตรการช่วยเหลือต่างๆ ที่ธนาคารยังคงดำเนินการอยู่
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ดิจิทัล:** ความสามารถในการต่อยอดและสร้างรายได้จากแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **NIM:** อยู่ที่ 2.51% ในไตรมาส 2/2565 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2.44% ในไตรมาส 1/2565 และใกล้เคียงกับ 2.53% ในไตรมาส 2/2564 แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ดีและการเติบโตของสินเชื่อ
* **NII:** เพิ่มขึ้น 4.3% YoY เป็น 21,818 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ดอกเบี้ยเงินให้สินเชื่อ
* **Non-NII:** รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิทรงตัว YoY ที่ 4,911 ล้านบาท ส่วนรายได้จากการดำเนินงานอื่นลดลง 10.1% YoY เป็น 2,735 ล้านบาท โดยหลักมาจากกำไรจากเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรม (Mark-to-Market) ของอัตราแลกเปลี่ยน
* **NPLs Ratio:** ลดลงมาอยู่ที่ 3.32% จาก 3.50% ณ สิ้นปี 2564 บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้น
* **Coverage Ratio:** อยู่ในระดับสูงที่ 174.3% ซึ่งสูงกว่าสิ้นปี 2564 ที่ 168.8% สะท้อนความแข็งแกร่งในการรองรับความเสียหาย
* **Credit Cost:** การตั้งสำรอง ECL ลดลง 30.0% YoY เป็น 5,669 ล้านบาท
* **CAR/Basel:** เงินกองทุนรวมอยู่ที่ 20.38% ของสินทรัพย์ถ่วงน้ำหนักตามความเสี่ยง (BIS Ratio) ซึ่งแข็งแกร่งกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธปท.
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 ธนาคารมีสินทรัพย์รวม 3.56 ล้านล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.5% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้สุทธิ 2.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.2% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งการเติบโตหลักมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อย ขณะที่สินเชื่อภาครัฐลดลง ด้านเงินฝากรวมอยู่ที่ 2.60 ล้านล้านบาท ลดลง 0.4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสัดส่วนเงินฝากจ่ายคืนเมื่อทวงถามและเงินฝากออมทรัพย์ (CASA) อยู่ที่ 85% อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อเงินฝาก (LDR) อยู่ที่ 101.20% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 100.54% ณ สิ้นปี 2564 ส่วนของเจ้าของรวมอยู่ที่ 355,387 ล้านบาท ลดลง 1.3% จากสิ้นปี 2564 โดยมีมูลค่าหุ้นทางบัญชี 25.42 บาทต่อหุ้น
## สรุปท้าย
KTB ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิจากการขยายตัวของสินเชื่อที่มีคุณภาพ และการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ธนาคารยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ด้วยระดับเงินกองทุนที่สูงและ Coverage Ratio ที่เพียงพอต่อการรองรับความผันผวน พร้อมทั้งเดินหน้าขยายธุรกิจผ่านช่องทางดิจิทัลและ Ecosystem ต่างๆ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KTB ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
37,642.91
ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
115,344.95
ล้านบาท
↓ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
306.42
%
กำไรสุทธิ
10,772.80
ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.62
%
D/E Ratio
7.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
37,643
↓ -2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
115,345
↓ -8.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
10,773
↑ + 2.8%
YoY
D/E Ratio
7.42
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KTB
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.42
ROE (%)
10.62
ROA (%)
2.79
Book Value/หุ้น
33.62
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KTB
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-13,724
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-28,076
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KTB
| รายการ | 2566 | 2565 | 2564 | 2561 | 2560 | 2559 | 2558 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
-13,724.15
|
19,293.62
+521.56%
|
3,104.06
-132.67%
|
-9,499.90
-150.05%
|
18,979.72
-63.45%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
-28,076.41
|
519.95
-94.27%
|
9,072.45
-40.90%
|
15,351.24
-265.16%
|
-9,294.73
-169.46%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
37,037.96
|
-24,300.97
+122.89%
|
-10,902.64
+112.31%
|
-5,135.13
-60.34%
|
-12,946.45
-68.73%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-4,617.42
|
-4,694.74
-420.14%
|
1,466.45
+130.47%
|
636.30
-119.28%
|
-3,299.87
-113.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
68,161.36
-0.40%
|
73,572.87
+2.03%
|
72,106.42
+0.89%
|
71,470.11
-4.41%
|
74,769.98
+47.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
63,543.94
-6.77%
|
68,878.13
-6.38%
|
73,572.87
+2.03%
|
72,106.42
+0.89%
|
71,470.11
-4.18%
|