KTB
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
KTB
ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)
SET · ธนาคาร
43.00
0.25 (0.58%)

สรุปสั้น

กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น หลักๆ เกิดจาก กําไร (ขาดทุน) เบ็ดเสร็จอื่นจํานวน 8,349 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจํานวน 14,954 ล้าน บาท หรือ 226.40% หลัก ๆ จากความผันผวนในตลาดเงินและตลาดทุนในช่วงต้นปี 2563 ซึ่งเป็นผลจากภาวะเศรษฐกิจที่หดตัว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 จากสินเชื่อที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งถึงร้อยละ 12.6 จากสิ้นปีที่ผ่านมา ธนาคารได้จัดตั้งบริษัท อินฟินิตัส บาย กรุงไทย จํากัด (Infinitas by Krungthai) โดยเป็นบริษัทวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ทางการเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ มุ่งเน้นการให้บริการด้านการพัฒนา Innovation & Digital Platform ต่างๆ เพื่อเข้าสู่ Open Banking, Virtual Digital Banking Service รวมถึง New Business Model อย่างเต็มรูปแบบ รายได้ดอกเบี้ยสุทธิปี 2564 ลดลงร้อยละ 5.6 เป็นผลจากรายได้ดอกเบี้ยพิเศษเงินให้สินเชื่อจากการขายทอดตลาดทรัพย์สินหลักประกัน จํานองในปี 2563 ประกอบกับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงถึงแม้ธนาคารมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อที่ร้อยละ 12.6 จาก สิ้นปี 2563

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=23147 out_tok=2951 at=2026-07-25T19:39:59 --> # KTB กำไร Q3/65 พุ่ง 67% รับรายได้ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมโต ## รายได้ดอกเบี้ย-ค่าธรรมเนียมหนุนกำไร KTB ไตรมาส 3 โตแรง 67% ขณะที่การตั้งสำรองลดลง ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 8,450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้รวมจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 11.5% โดยเฉพาะรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่ขยายตัวจากการเติบโตของสินเชื่อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ KTB ในไตรมาส 3 ปี 2565 ให้เติบโตถึง 67.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้รวมจากการดำเนินงาน 11.5%** โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโต 8.3%** และ **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่เพิ่มขึ้น 12.8%** ประกอบกับการ **ลดลงของการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นถึง 30.4%** ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนกำไรที่สำคัญ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ:** การเติบโตมาจาก **การขยายตัวของสินเชื่อที่มีคุณภาพ** ทั้งสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อรายย่อย รวมถึง **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 2 ครั้ง** ในเดือนสิงหาคมและกันยายน ซึ่งส่งผลให้อัตราผลตอบแทนสุทธิต่อสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดรายได้ (NIM) ขยายตัวจาก 2.51% เป็น 2.61% * **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ:** การเพิ่มขึ้นมาจาก **ค่าธรรมเนียมเกี่ยวเนื่องกับเงินให้สินเชื่อ และ Bancassurance** ที่ยังคงเติบโตต่อเนื่อง * **การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** การลดลงเกิดจากการที่ธนาคาร **พิจารณาตั้งสำรองอย่างรอบคอบ** โดยคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจและภาวะเศรษฐกิจที่มีความไม่แน่นอน ประกอบกับการ **ติดตามคุณภาพสินทรัพย์อย่างใกล้ชิด** ทำให้ NPLs Ratio ลดลง และ Coverage Ratio ยังคงอยู่ในระดับสูง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ เนื่องจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีทิศทางปรับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปเพื่อเข้าสู่ระดับที่เหมาะสม ซึ่งจะส่งผลดีต่อ NIM อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และการตั้งสำรองจะยังคงอยู่ภายใต้หลักความระมัดระวังเพื่อรองรับความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของสินเชื่ออาจต้องพิจารณาถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและผลกระทบต่อภาคธุรกิจ ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร (Net Profit attributable to the Bank):** 8,450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.2% YoY * **รายได้รวมจากการดำเนินงาน (Total Operating Income):** 31,589 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% YoY * **รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (Net Interest Income):** 22,894 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.3% YoY * **รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (Net Fee and Service Income):** 5,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8% YoY * **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss):** 5,667 ล้านบาท ลดลง 30.4% YoY * **อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม (NPLs Ratio-Gross):** 3.32% ลดลงจาก 3.50% ณ สิ้นปี 2564 * **อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR):** อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 20.64% ## ภาพรวมผลประกอบการ ธนาคารกรุงไทย (KTB) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของธนาคาร 8,450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.2% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 และเพิ่มขึ้น 1.1% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 มีกำไรสุทธิ 25,588 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.7% YoY รายได้รวมจากการดำเนินงานในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 31,589 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.5% YoY และเพิ่มขึ้น 7.2% QoQ โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิที่เติบโต 8.3% YoY และ 4.9% QoQ รวมถึงรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิที่เพิ่มขึ้น 12.8% YoY และ 9.2% QoQ ค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงานอื่นๆ เพิ่มขึ้น 9.3% YoY และ 14.4% QoQ ส่วนหนึ่งเกิดจากการลงทุนด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้า การตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 5,667 ล้านบาท ลดลง 30.4% YoY แต่ทรงตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อัตราส่วนสินเชื่อด้อยคุณภาพต่อสินเชื่อรวม (NPLs Ratio-Gross) อยู่ที่ 3.32% ลดลงจาก 3.50% ณ สิ้นปี 2564 โดยธนาคารยังคงรักษา Coverage Ratio ในระดับสูงที่ 176.4% ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย:** การท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับตัวดีขึ้นเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของสินเชื่อและรายได้ดอกเบี้ย * **แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น:** การทยอยปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทยจะช่วยหนุน NIM ให้สูงขึ้น * **การเติบโตของ Digital Banking:** การขยายฐานลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เช่น Krungthai NEXT, เป๋าตัง, ถุงเงิน จะช่วยเพิ่มรายได้ค่าธรรมเนียมและประสิทธิภาพการดำเนินงาน * **การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์:** การรักษา NPLs Ratio ในระดับต่ำและ Coverage Ratio ในระดับสูง ช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบจากหนี้เสีย ## ความเสี่ยง * **เศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย ส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและภาคธุรกิจ * **อัตราเงินเฟ้อสูง:** แรงกดดันจากเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนของผู้ประกอบการ * **ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์:** สงครามยูเครนและความขัดแย้งอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อวิกฤตพลังงานและห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก * **การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย:** แม้จะส่งผลดีต่อ NIM แต่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วอาจเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงินของลูกค้าและส่งผลต่อคุณภาพสินทรัพย์ในระยะยาว ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย:** ผลกระทบต่อ NIM และต้นทุนทางการเงินของลูกค้า * **การเติบโตของสินเชื่อ:** การขยายตัวของสินเชื่อในภาวะเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน * **คุณภาพสินทรัพย์:** การติดตาม NPLs Ratio และการตั้งสำรองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจ * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายจากการดำเนินงาน โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ * **การแข่งขันในธุรกิจดิจิทัลแบงก์กิ้ง:** การรักษาฐานลูกค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **NIM:** ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 2.61% จาก 2.51% ในปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากการเติบโตของสินเชื่อและการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย * **NII/Non-NII:** รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ (NII) เติบโต 8.3% YoY ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ (Non-NII) เติบโต 12.8% YoY แสดงให้เห็นถึงการกระจายตัวของแหล่งรายได้ที่ดี * **NPL:** NPLs Ratio อยู่ที่ 3.32% ลดลงจาก 3.50% ณ สิ้นปี 2564 บ่งชี้ถึงการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพ * **Coverage Ratio:** อยู่ในระดับสูงที่ 176.4% ซึ่งสะท้อนถึงความพร้อมในการรองรับความเสียหายจากหนี้เสีย * **Credit Cost:** การตั้งสำรองลดลง 30.4% YoY ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรในไตรมาสนี้ * **สัดส่วนสินเชื่อ:** สินเชื่อรายย่อยยังคงเติบโตได้ดี (4.3% YoY) ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อภาครัฐลดลงเล็กน้อย * **เงินฝาก:** เงินรับฝากลดลงเล็กน้อย 0.5% จากสิ้นปี 2564 โดยลดลงจากเงินฝากออมทรัพย์ * **CASA:** ข้อมูลไม่ได้ระบุสัดส่วน CASA โดยตรง แต่การลดลงของเงินรับฝากโดยรวมอาจส่งผลต่อสัดส่วน CASA * **CAR/Basel:** CAR อยู่ในระดับแข็งแกร่งที่ 20.64% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของธปท. อย่างมีนัยสำคัญ * **รายได้ค่าธรรมเนียม:** เติบโตได้ดีจากค่าธรรมเนียมเกี่ยวเนื่องสินเชื่อและ Bancassurance * **กำไรพิเศษครั้งเดียว:** ไม่พบรายการกำไรพิเศษครั้งเดียวที่มีนัยสำคัญในงบการเงิน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์:** รวม 3.69 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.6% จากสิ้นปี 2564 * **หนี้สิน:** รวม 3.31 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% จากสิ้นปี 2564 โดยเงินรับฝากยังคงเป็นแหล่งเงินทุนหลัก * **D/E Ratio:** อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ต่อเงินรับฝากอยู่ที่ 100.39% ใกล้เคียงกับสิ้นปี 2564 * **เงินสด:** ข้อมูลไม่ได้ระบุจำนวนเงินสดคงเหลือโดยตรง แต่รายการระหว่างธนาคารและตลาดเงินสุทธิ (สินทรัพย์) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **กระแสเงินสด:** * **กิจกรรมดำเนินงาน:** ไม่ได้ระบุโดยตรง แต่การตั้งสำรองที่ลดลงส่งผลดีต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน * **กิจกรรมลงทุน:** การลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินและเงินลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น * **กิจกรรมจัดหาเงิน:** การออกตราสารด้อยสิทธิเพื่อเสริมเงินกองทุนชั้นที่ 2 ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ KTB ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือการเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้ดอกเบี้ยสุทธิและรายได้ค่าธรรมเนียม ประกอบกับการบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นส่งผลให้การตั้งสำรองลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อสูงยังคงอยู่ แต่แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้นและการเติบโตของ Digital Banking เป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญต่อการดำเนินงานในระยะต่อไป โดยธนาคารยังคงรักษาฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและอัตราเงินกองทุนที่สูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ KTB ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
37,642.91 ล้านบาท
↓ 2% YoY
กำไรขั้นต้น
115,344.95 ล้านบาท
↓ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
306.42 %
กำไรสุทธิ
10,772.80 ล้านบาท
↑ 2.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
28.62 %
D/E Ratio
7.42
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
37,643
↓ -2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
115,345
↓ -8.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
10,773
↑ + 2.8% YoY
D/E Ratio
7.42

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — KTB

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
37,642.91
-1.96%
38,393.69
-3.02%
39,590.06
+14.25%
34,652.26
+15.78%
29,928.55
+4.76%
28,569.54
-70.00%
กำไรขั้นต้น —
115,344.95
-8.29%
125,777.96
-1.13%
127,211.13
+19.75%
106,226.44
+14.66%
92,641.22
+4.06%
89,028.99
-7.89%
ค่าใช้จ่ายรวม —
22,095.00
-8.78%
24,222.61
+0.13%
24,191.55
+7.52%
22,499.26
+4.16%
21,601.20
-64.18%
60,308.57
+12.88%
กำไรสุทธิ —
10,772.80
+2.85%
10,474.75
+71.41%
6,110.95
-24.64%
8,109.18
+64.03%
4,943.84
+43.20%
3,452.43
-53.71%
กำไรต่อหุ้น —
0.77
+2.94%
0.75
+71.40%
0.44
-24.66%
0.58
+63.84%
0.35
+43.32%
0.25
-53.75%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
306.42
-6.47%
327.60
+1.95%
321.32
+4.82%
306.55
-0.97%
309.54
-0.67%
311.62
+207.05%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
58.70
-6.96%
63.09
+3.24%
61.11
-5.88%
64.93
-10.04%
72.18
-65.81%
211.09
+276.27%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
28.62
+4.91%
27.28
+76.68%
15.44
-34.02%
23.40
+41.65%
16.52
+36.75%
12.08
+54.28%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
2,037.82
+450.13%
-582.01
-25.94%
-462.15
-125.05%
-205.35
-1,495.04%
14.72
-98.45%
950.93
-70.45%
ROE(%) —
10.62
+2.41%
10.37
+10.32%
9.40
+2.73%
9.15
+49.02%
6.14
+25.05%
4.91
-49.01%
ROA(%) —
2.79
-1.76%
2.84
+15.92%
2.45
+26.29%
1.94
+28.48%
1.51
-1.31%
1.53
-43.96%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
7.08
+0.28%
7.06
-8.79%
7.74
-5.03%
8.15
-4.23%
8.51
+1.67%
8.37
+16.90%
P/E —
8.24
+10.90%
7.43
+11.56%
6.66
-17.88%
8.11
-11.66%
9.18
+22.73%
7.48
-8.67%
P/BV —
0.86
+26.47%
0.68
+3.03%
0.66
-2.94%
0.68
+30.77%
0.52
+13.04%
0.46
-32.35%
BV —
33.00
+7.56%
30.68
+9.65%
27.98
+8.07%
25.89
+2.25%
25.32
+4.46%
24.24
+0.96%
YIELD(%) —
5.47
+32.45%
4.13
+11.32%
3.71
+57.20%
2.36
+13.46%
2.08
-69.32%
6.78
+54.79%
ราคาหุ้น —
28.25
+34.52%
21.00
+14.13%
18.40
+3.95%
17.70
+34.09%
13.20
+18.92%
11.10
-32.32%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
7.42
ROE (%)
10.62
ROA (%)
2.79
Book Value/หุ้น
32.39

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — KTB

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
3,933,319.40
+5.16%
—
3,677,699.75
+2.37%
3,592,409.75
+1.00%
3,556,744.44
+6.88%
3,327,780.27
+10.48%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
3,446,296.83
+5.08%
—
3,256,853.45
+1.78%
3,199,846.83
+0.54%
3,182,633.00
+7.06%
2,972,716.68
+11.59%
รวมส่วนของเจ้าของ —
464,229.58
+5.48%
—
420,846.30
+7.20%
392,562.91
+4.93%
374,111.44
+5.36%
355,063.59
+1.93%
D/E —
7.42
—
7.74
8.15
8.51
8.37
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
10.62
—
9.40
9.15
6.14
4.91
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
2.79
—
2.45
1.94
1.51
1.53
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
—
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-13,724
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-28,076
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — KTB

รายการ 2566 2565 2564 2561 2560 2559 2558
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน — —
-13,724.15
19,293.62
+521.56%
3,104.06
-132.67%
-9,499.90
-150.05%
18,979.72
-63.45%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน — —
-28,076.41
519.95
-94.27%
9,072.45
-40.90%
15,351.24
-265.16%
-9,294.73
-169.46%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน — —
37,037.96
-24,300.97
+122.89%
-10,902.64
+112.31%
-5,135.13
-60.34%
-12,946.45
-68.73%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) — —
-4,617.42
-4,694.74
-420.14%
1,466.45
+130.47%
636.30
-119.28%
-3,299.87
-113.81%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด — —
68,161.36
-0.40%
73,572.87
+2.03%
72,106.42
+0.89%
71,470.11
-4.41%
74,769.98
+47.51%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด — —
63,543.94
-6.77%
68,878.13
-6.38%
73,572.87
+2.03%
72,106.42
+0.89%
71,470.11
-4.18%