บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
3.08
+0.12 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10757 out_tok=3012 at=2026-07-25T11:04:17 -->
# BSRC พลิกขาดทุน Q4/65 สู่กำไร 9.5 พันล้านบาท รับแรงหนุนราคาผลิตภัณฑ์-ปริมาณขายโต
## รายได้-กำไรโตเด่นปี 65 จากราคาผลิตภัณฑ์และปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ Q4/65 พลิกขาดทุนรับผลกระทบสต็อกน้ำมัน
บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ BSRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 1,563 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 750 ล้านบาท แต่สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 บริษัทฯ สามารถพลิกฟื้นมีกำไรสุทธิ 9,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนที่ทำได้ 4,444 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากราคาขายและปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BSRC ในปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและปริมาณการขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 52% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้กำไรจากการขายปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 6,303 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 4 ปี 2565 ผลประกอบการพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 1,563 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ผลกระทบเชิงลบจากสินค้าคงคลัง (inventory loss)** ซึ่งหักล้างผลกำไรจากการดำเนินงานปกติ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565:** การฟื้นตัวของอุปสงค์ทั่วโลกหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ประกอบกับความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และการเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงน้ำมันแทนก๊าซธรรมชาติ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยทั้งปีสูงขึ้นถึง 96.3 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล (เพิ่มขึ้น 27.1 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล เมื่อเทียบกับปีก่อน) และราคาสินค้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย สอดคล้องกับปริมาณการกลั่นที่เพิ่มขึ้น 8 พันบาร์เรลต่อวัน และปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 9% ซึ่งเป็นผลจากการฟื้นตัวของภาคขนส่งและการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ นอกจากนี้ ค่าการกลั่นอุตสาหกรรมที่สูงขึ้นยังเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติม
**สำหรับไตรมาส 4 ปี 2565:** แม้ว่าราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปจะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (จาก 115.2 เป็น 110.1 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล สำหรับน้ำมันเบนซินออกเทน 95) และราคาน้ำมันดิบดูไบลดลงจาก 96.9 เป็น 84.9 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล เนื่องจากความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก แต่ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดผลขาดทุนคือ **ผลกระทบเชิงลบจากสินค้าคงเหลือ** ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าส่งผลกระทบต่อค่าการกลั่นโดยรวมให้ติดลบถึง 1.5 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ในขณะที่ค่าการกลั่นพื้นฐานยังคงเป็นบวกที่ 6.9 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง (สำหรับปี 2565) แต่ต้องจับตา (สำหรับ Q4/65):** สำหรับผลประกอบการในปี 2565 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งนั้น มีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและอุปสงค์ที่คาดว่าจะยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2565 ที่มีผลขาดทุนจากสินค้าคงคลังนั้น **มีลักษณะเป็นครั้งคราว** โดยขึ้นอยู่กับความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ในช่วงปลายปี ซึ่งฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุแนวโน้มที่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ แต่การที่ค่าการกลั่นโดยรวมติดลบนั้นเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 พุ่ง 9,509 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 114% จากปีก่อนหน้า (4,444 ล้านบาท)
* **รายได้รวมปี 2565 โต 52%:** แตะ 263,000 ล้านบาท จาก 172,878 ล้านบาทในปีก่อน
* **Q4/65 พลิกขาดทุน 1,563 ล้านบาท:** เทียบกับกำไร 750 ล้านบาทใน Q4/64 สาเหตุหลักจากผลกระทบสินค้าคงเหลือ
* **ค่าการกลั่นโดยรวม Q4/65 ติดลบ 1.5 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล:** แต่ค่าการกลั่นพื้นฐานยังคงบวกที่ 6.9 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล
* **ปริมาณการกลั่นเพิ่มขึ้น:** ปี 2565 อยู่ที่ 131 พันบาร์เรลต่อวัน (+8% YoY) และ Q4/65 อยู่ที่ 130 พันบาร์เรลต่อวัน (+6% YoY)
* **ปริมาณขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเติบโต:** ปี 2565 เพิ่มขึ้น 9% YoY และ Q4/65 เพิ่มขึ้น 9% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ BSRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 1,563 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 750 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบเชิงลบจากสินค้าคงเหลือ แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 11,326 ล้านบาท หรือ 22% เป็น 63,637 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของราคาขายและปริมาณยอดขาย
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 บริษัทฯ พลิกฟื้นมีกำไรสุทธิ 9,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,065 ล้านบาท หรือ 114% จากปีก่อนหน้า (4,444 ล้านบาท) โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 90,122 ล้านบาท หรือ 52% เป็น 263,000 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของราคาขายและปริมาณยอดขาย รวมถึงค่าการกลั่นอุตสาหกรรมที่สูงขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทั่วโลกและการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ส่งผลดีต่อปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันอากาศยาน
* **การเปลี่ยนเชื้อเพลิง:** การเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงน้ำมันแทนก๊าซธรรมชาติในภาคอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้า เป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์น้ำมันดีเซล
* **การขยายเครือข่ายสถานีบริการ:** การเพิ่มจำนวนสถานีบริการน้ำมัน Esso ทั่วประเทศเป็น 802 แห่งในปี 2565 (เพิ่มขึ้น 73 แห่ง) ช่วยเพิ่มการเข้าถึงลูกค้าและยอดขายในธุรกิจค้าปลีก
* **การปรับปรุงประสิทธิภาพ:** ความมุ่งมั่นในการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบขนส่งและการปรับผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูงขึ้น ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ความกังวลต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกและความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากสินค้าคงคลัง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและยอดเงินกู้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสุทธิเพิ่มขึ้น
* **การแข่งขันในตลาด:** การรักษาตำแหน่งทางการตลาดท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมน้ำมัน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ติดตามทิศทางราคาเพื่อประเมินผลกระทบต่อค่าการกลั่นและมูลค่าสินค้าคงคลัง
* **ปริมาณการกลั่นและการผลิต:** การบริหารจัดการกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับอุปสงค์ที่ฟื้นตัว
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** กลยุทธ์ในการลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาต่อมูลค่าสินค้าคงคลัง
* **การเติบโตของธุรกิจค้าปลีก:** การขยายเครือข่ายสถานีบริการและการสร้างประสบการณ์ลูกค้าเพื่อเพิ่มยอดขาย
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การจัดการภาระหนี้สินและต้นทุนดอกเบี้ยท่ามกลางสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**การผลิตและค่าการกลั่น:** กำลังการกลั่นของโรงกลั่นอยู่ที่ 174 พันบาร์เรลต่อวัน ซึ่งถูกใช้งานที่ 75% ของกำลังการผลิตในปี 2565 โดยปริมาณน้ำมันดิบที่นำเข้ากลั่นเพิ่มขึ้น 8% YoY เป็น 131 พันบาร์เรลต่อวัน จากการฟื้นตัวของอุปสงค์และการเปลี่ยนเชื้อเพลิง ค่าการกลั่นโดยรวมสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 9.4 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.9 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล จากปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลจากค่าการกลั่นอุตสาหกรรมที่สูงขึ้น หักลบด้วยค่าพรีเมี่ยมน้ำมันดิบและราคาพลังงานที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าการกลั่นในไตรมาส 4 ปี 2565 ติดลบ 1.5 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล เนื่องจากผลกระทบเชิงลบจากสินค้าคงเหลือ
**ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์:** ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเติบโต 9% YoY ทั้งในไตรมาส 4 และทั้งปี 2565 โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของภาคขนส่งและการเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ธุรกิจพาณิชยกรรมมีผลประกอบการโดดเด่นจากการปรับผลิตภัณฑ์ให้มีมูลค่าสูงขึ้น การเปลี่ยนเชื้อเพลิง และการเข้าสู่ตลาดเครื่องบินเจ็ต ส่วนธุรกิจค้าปลีกสร้างผลงานน่าจดจำด้วยการเพิ่มยอดขายและขยายสถานีบริการ
**การผลิตพาราไซลีน:** การผลิตพาราไซลีนหยุดชะงักตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการผลิตในปี 2565 เป็น 0 เทียบกับ 53 พันตันในปี 2564
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 85,541 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากปีก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 54% เป็น 51,922 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินชดเชยขอคืนจากรัฐบาลและมูลค่าสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมอยู่ที่ 58,337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่งผลให้หนี้สินรวมต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.3 เท่า
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานในปี 2565 ติดลบ 3,858 ล้านบาท จากผลกำไรหักลบด้วยผลกระทบเชิงลบจากเงินทุนหมุนเวียนและการจ่ายภาษี กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,085 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกและโรงกลั่น ขณะที่กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหำเงินเป็นบวก 4,728 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการกู้ยืมสุทธิ
## สรุปท้าย
BSRC พลิกฟื้นผลประกอบการในปี 2565 ได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิ 9,509 ล้านบาท จากการเติบโตของรายได้ที่ขับเคลื่อนด้วยราคาผลิตภัณฑ์และปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ไตรมาส 4 ปี 2565 ยังคงเผชิญแรงกดดันจากผลกระทบสินค้าคงเหลือ ทำให้เกิดผลขาดทุน แม้ว่าค่าการกลั่นพื้นฐานจะยังคงแข็งแกร่ง การบริหารจัดการความผันผวนของราคาน้ำมันและต้นทุนทางการเงินจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไปในปี 2566 ควบคู่ไปกับการขยายโอกาสจากการฟื้นตัวของอุปสงค์และการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSRC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
57,945.97
ล้านบาท
↑ 2.6% YoY
กำไรขั้นต้น
935.13
ล้านบาท
↓ 187.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1.61
%
กำไรสุทธิ
-1,029.85
ล้านบาท
↓ 48.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.78
%
D/E Ratio
1.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
57,946
↑ + 2.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
935
↓ -187.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,030
↓ -48.2%
YoY
D/E Ratio
1.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.61
ROE (%)
-6.31
ROA (%)
-1.71
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,925
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+486
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSRC
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,925.15
-74.39%
|
11,419.75
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
485.65
-125.64%
|
-1,893.83
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,968.09
-67.51%
|
-9,135.63
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-889.09
-327.80%
|
390.30
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
976.37
+66.60%
|
586.07
-26.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,190.79
+21.96%
|
976.37
+66.60%
|