บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
3.08
+0.12 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13065 out_tok=3193 at=2026-07-25T10:57:55 -->
# BSRC พลิกกำไร Q3/2566 รับค่าการกลั่นฟื้นตัว-สต็อกหนุน
## ค่าการกลั่นพุ่ง 26.4 ดอลลาร์/บาร์เรล หนุนผลงานพลิกบวก ขณะที่ปริมาณกลั่นลดลงจากการปิดซ่อมบำรุง
บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน) หรือ BSRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4,600 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 3,127 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของค่าการกลั่นและผลบวกจากมูลค่าสินค้าคงเหลือ แม้ปริมาณการกลั่นจะลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงตามแผน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ BSRC พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของค่าการกลั่น (Gross Refining Margin) ที่เพิ่มขึ้นถึง 26.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ติดลบ 7.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล** ประกอบกับ **ผลกระทบเชิงบวกจากมูลค่าสินค้าคงเหลือ (Inventory Impact)** ที่ช่วยหนุนกำไรขั้นต้นให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากขาดทุน 2,638 ล้านบาทในปีก่อน เป็นกำไร 7,084 ล้านบาทในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของค่าการกลั่นมาจากหลายปัจจัยประการแรก **ค่าการกลั่นอุตสาหกรรมที่สูงขึ้น** ประกอบกับ **ค่าพรีเมียมน้ำมันดิบที่ลดลง** ทำให้ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปกับน้ำมันดิบดีขึ้น แม้ว่าโดยรวมแล้วราคาอ้างอิงน้ำมันดิบดูไบจะลดลงจาก 96.68 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีก่อน มาอยู่ที่ 86.63 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาสนี้ ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าการกลั่นที่สูงขึ้น ได้แก่ **ผลกระทบเชิงบวกจากสินค้าคงเหลือ** ซึ่งอาจหมายถึงการที่บริษัทสามารถขายผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ในต้นทุนที่ต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบัน หรือการตีมูลค่าสินค้าคงเหลือ ณ สิ้นงวดที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ส่วนต่างของผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปชนิดเบาและน้ำมันดิบยังปรับตัวสูงขึ้นจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในแถบอเมริกาและเอเชีย ซึ่งช่วยชดเชยส่วนต่างผลิตภัณฑ์ชนิดกึ่งหนักที่ลดลงได้บางส่วน
อย่างไรก็ตาม ปริมาณน้ำมันดิบที่นำเข้ากลั่นลดลง 27.1% มาอยู่ที่ 107.0 พันบาร์เรลต่อวัน เนื่องจาก **การหยุดดำเนินการผลิตในเดือนกันยายนเพื่อการซ่อมบำรุงตามแผนและการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่สำหรับโครงการปรับปรุงน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5** ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงโดยรวมลดลง 199 ล้านลิตร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าค่าการกลั่นจะฟื้นตัวอย่างโดดเด่นในไตรมาสนี้ แต่ฝ่ายจัดการระบุว่าผลกระทบเชิงบวกจากสินค้าคงเหลือเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งลักษณะนี้อาจเป็น **ลักษณะครั้งคราว** มากกว่าที่จะต่อเนื่องในระยะยาว แนวโน้มอุตสาหกรรมในไตรมาส 4 ปี 2566 คาดว่าราคาน้ำมันดิบจะยังคงผันผวนและมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นจากอุปทานโลกที่ตึงตัว แต่ก็มีความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปกับน้ำมันดิบ คาดว่าน้ำมันอากาศยานและน้ำมันก๊าดมีแนวโน้มฟื้นตัว แต่ส่วนต่างน้ำมันเบนซินมีความเสี่ยงที่จะอ่อนตัวลง การกลับมาดำเนินการของโรงกลั่นหลายแห่งอาจเพิ่มอุปทานน้ำมันเบนซิน การปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นในไตรมาส 3 เป็นปัจจัยชั่วคราวที่ส่งผลดีต่อค่าการกลั่นในงวดนั้น แต่การดำเนินงานปกติในไตรมาสถัดไปอาจเผชิญกับสภาวะตลาดที่แตกต่างออกไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ 4,600 ล้านบาท** ใน Q3/2566 จากขาดทุน 3,127 ล้านบาทใน Q3/2565
* **ค่าการกลั่นพุ่ง 26.4 ดอลลาร์/บาร์เรล** เป็น 19.0 ดอลลาร์/บาร์เรล เทียบกับ -7.4 ดอลลาร์/บาร์เรลในปีก่อน
* **ปริมาณน้ำมันดิบที่นำเข้ากลั่นลดลง 27.1%** เหลือ 107.0 พันบาร์เรลต่อวัน จากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น
* **รายได้รวมลดลง 10.5%** เหลือ 58,680 ล้านบาท จากราคาขายและปริมาณยอดขายที่ลดลง
* **การโอนหุ้นสามัญ 65.99% ให้บางจากฯ เสร็จสิ้น** และการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์โดยบางจากฯ เสร็จสิ้นในเดือน ต.ค. 2566
* **ปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น 40 วัน** เพื่อติดตั้งอุปกรณ์ใหม่สำหรับโครงการยูโร 5
## ภาพรวมผลประกอบการ
BSRC รายงานรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 58,680 ล้านบาท ลดลง 6,911 ล้านบาท หรือ 10.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายและปริมาณยอดขายผลิตภัณฑ์ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรจากการขาย 5,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,720 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากค่าการกลั่นที่ฟื้นตัวและผลกระทบเชิงบวกจากสินค้าคงเหลือ ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 4,600 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 3,127 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 170,080 ล้านบาท ลดลง 29,283 ล้านบาท หรือ 14.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาขายและปริมาณยอดขายที่ลดลง ขณะที่กำไรจากการขายอยู่ที่ 5,037 ล้านบาท ลดลง 8,715 ล้านบาท เป็นผลมาจากค่าการกลั่นที่ปรับตัวลดลงและผลกระทบเชิงบวกจากสินค้าคงคลังที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนอยู่ที่ 4,131 ล้านบาท ลดลง 6,941 ล้านบาท จาก 11,072 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การปรับปรุงน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5:** โครงการนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถผลิตน้ำมันที่มีคุณภาพสูงขึ้น รองรับความต้องการของตลาดในอนาคต
* **การร่วมมือกับบางจากฯ:** การโอนหุ้นและการทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์เสร็จสิ้น ทำให้ BSRC เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบางจากฯ ซึ่งอาจนำมาซึ่งโอกาสในการผนึกกำลังทางธุรกิจ การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการเข้าถึงทรัพยากรที่หลากหลาย
* **การจัดตั้งบริษัท ROSE:** การร่วมกับบางจากฯ จัดตั้งบริษัทใหม่เพื่อบริหารธุรกิจโรงกลั่นร่วมกัน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนการกลั่น การจัดหาวัตถุดิบ การบริหารความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน และสร้างผลกำไรสูงสุด
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์:** อุตสาหกรรมโรงกลั่นมีความอ่อนไหวสูงต่อความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ และอุปทาน-อุปสงค์
* **การปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น:** การหยุดดำเนินการผลิตเพื่อซ่อมบำรุงตามแผนส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณการผลิตและยอดขาย
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทย:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยอาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูป
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** การปรับปรุงคุณภาพน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5 แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการปรับตัวตามกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งอาจมีต้นทุนเพิ่มเติม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าการกลั่นในไตรมาส 4/2566:** จะยังคงอยู่ในระดับสูง หรือปรับตัวลดลงตามสภาวะตลาด
* **ผลกระทบจากการรวมกลุ่มกับบางจากฯ:** การผนึกกำลังและการบริหารจัดการร่วมกันจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างไร
* **ความคืบหน้าของโครงการปรับปรุงน้ำมันยูโร 5:** การติดตั้งและเชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่จะส่งผลต่อการผลิตในอนาคตอย่างไร
* **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** ผลกระทบเชิงบวกจากสินค้าคงเหลือในไตรมาสนี้เป็นปัจจัยชั่วคราวหรือไม่ และจะบริหารจัดการสต็อกอย่างไรในสภาวะตลาดที่ผันผวน
* **แนวโน้มปริมาณการขายผลิตภัณฑ์:** การฟื้นตัวของปริมาณการขายหลังจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity:** ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยใน Q3/2566 อยู่ที่ 86.63 ดอลลาร์/บาร์เรล ลดลง 10.05 ดอลลาร์/บาร์เรล YoY โดยได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนที่เบาบางลง ความไม่แน่นอนเศรษฐกิจโลก และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน แม้จะมีมาตรการลดกำลังการผลิตของ OPEC+ และซาอุดีอาระเบีย
* **ส่วนต่าง Refining Margin:** ค่าการกลั่นโดยรวมอยู่ที่ 19.0 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก -7.4 ดอลลาร์/บาร์เรลในปีก่อน โดยค่าการกลั่นพื้นฐานเพิ่มขึ้น 6.8 ดอลลาร์/บาร์เรล เป็น 11.3 ดอลลาร์/บาร์เรล จากค่าการกลั่นอุตสาหกรรมที่สูงขึ้นและค่าพรีเมียมน้ำมันดิบที่ลดลง
* **ปริมาณการผลิตและขาย:** ปริมาณน้ำมันดิบที่นำเข้ากลั่นลดลง 27.1% YoY เหลือ 107.0 พันบาร์เรลต่อวัน เนื่องจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่น ส่งผลให้ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงรวมลดลง 199 ล้านลิตร YoY
* **โครงการลงทุน:** มีการติดตั้งและเชื่อมต่ออุปกรณ์ใหม่สำหรับโครงการปรับปรุงน้ำมันตามมาตรฐานยูโร 5 และการปรับปรุงหน่วย CCR และ APS-1 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปิดซ่อมบำรุง
* **กฎระเบียบ:** การลงทุนในโครงการยูโร 5 สะท้อนถึงการปรับตัวตามมาตรฐานคุณภาพน้ำมันที่เข้มงวดขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 12,542 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินชดเชยขอคืนจากรัฐบาล หนี้สินรวมลดลง 14,612 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการชำระคืนเงินกู้ยืมสุทธิและลูกหนี้การค้าน้ำมันดิบที่ลดลง ยอดเงินกู้ยืมรวมลดลง 12,731 ล้านบาท เหลือ 23,204 ล้านบาท ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 2,886 ล้านบาท เป็นผลมาจากกำไรสำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทมีกระแสเงินสดจากกิจกรรมการดำเนินงาน 15,626 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก -6,304 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงผลกำไรจากการดำเนินงานและผลกระทบเชิงบวกจากเงินทุนหมุนเวียน กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,321 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกและโรงกลั่น รวมถึงโครงการยูโร 5 กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 14,146 ล้านบาท เป็นผลจากการชำระคืนเงินกู้ยืมเป็นหลัก
## สรุปท้าย
BSRC พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4,600 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566 โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของค่าการกลั่นและการได้รับผลบวกจากมูลค่าสินค้าคงเหลือ แม้ปริมาณการกลั่นจะลดลงจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นเพื่อรองรับมาตรฐานยูโร 5 การโอนหุ้นให้บางจากฯ เสร็จสมบูรณ์และการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ROSE ถือเป็นโอกาสสำคัญในการผนึกกำลังและเพิ่มประสิทธิภาพในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ รวมถึงความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSRC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
57,945.97
ล้านบาท
↑ 2.6% YoY
กำไรขั้นต้น
935.13
ล้านบาท
↓ 187.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1.61
%
กำไรสุทธิ
-1,029.85
ล้านบาท
↓ 48.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.78
%
D/E Ratio
1.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
57,946
↑ + 2.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
935
↓ -187.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,030
↓ -48.2%
YoY
D/E Ratio
1.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.61
ROE (%)
-6.31
ROA (%)
-1.71
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,925
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+486
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSRC
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,925.15
-74.39%
|
11,419.75
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
485.65
-125.64%
|
-1,893.83
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,968.09
-67.51%
|
-9,135.63
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-889.09
-327.80%
|
390.30
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
976.37
+66.60%
|
586.07
-26.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,190.79
+21.96%
|
976.37
+66.60%
|