บริษัท บางจาก ศรีราชา จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
3.08
+0.12 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9616 out_tok=3007 at=2026-07-25T12:33:49 -->
# BSRC Q3/2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 3,127 ล้านบาท รับผลกระทบสต็อกน้ำมัน-ค่าการกลั่น
## ขาดทุนสุทธิ Q3/2565 พลิกจากกำไรปีก่อน เหตุผลหลักจากผลกระทบสต็อกน้ำมันและค่าการกลั่นที่ติดลบ
บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ BSRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 3,127 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 46 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบเชิงลบของสินค้าคงคลังและค่าการกลั่นที่ติดลบ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้มีความท้าทาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BSRC ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนสุทธิ 3,127 ล้านบาท มาจาก **ผลกระทบเชิงลบของสินค้าคงคลัง (Inventory Impact)** และ **ค่าการกลั่นที่ติดลบ (-7.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล)** ซึ่งต่างจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ค่าการกลั่นเป็นบวก 4.0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ว่ารายได้รวมจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 65,591 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25,352 ล้านบาท หรือ 63% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 อันเป็นผลจากราคาขายและปริมาณยอดขายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ผลกระทบเชิงลบของสินค้าคงคลัง:** ในช่วงไตรมาส 3 ปี 2565 ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปมีการปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า (Q2/2565) ทำให้มูลค่าสินค้าคงคลังที่บันทึกตามต้นทุนเดิมมีมูลค่าสูงกว่าราคาตลาด ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากการตีมูลค่าสินค้าคงคลัง
* **ค่าการกลั่นติดลบ:** ค่าการกลั่นโดยรวมในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ -7.4 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับ 4.0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในไตรมาส 3 ปี 2564 สาเหตุหลักมาจากผลกระทบเชิงลบของสินค้าคงคลังดังกล่าว แม้ว่าค่าการกลั่นพื้นฐาน (Refining Margin) ซึ่งสะท้อนส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับต้นทุนน้ำมันดิบจะยังคงปรับตัวดีขึ้นเป็น 4.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จาก 2.0 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีก่อนก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร การที่ค่าการกลั่นติดลบและผลกระทบจากสินค้าคงคลังเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดผลขาดทุนในไตรมาสนี้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเป็นปัจจัยที่ผันผวนตามสภาวะตลาดน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป การปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันดิบดูไบจาก 108.1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลใน Q2/2565 มาอยู่ที่ 96.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลใน Q3/2565 ประกอบกับความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจโลก อาจส่งผลให้ค่าการกลั่นมีความผันผวน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ระบุว่าปริมาณการผลิตน้ำมันสำเร็จรูปมีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับโอกาสในการทำกำไรและอุปสงค์ที่ฟื้นตัว ซึ่งบ่งชี้ถึงความพยายามในการบริหารจัดการเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของตลาด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 3,127 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 46 ล้านบาทใน Q3/2564 โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบเชิงลบของสินค้าคงคลังและค่าการกลั่นที่ติดลบ
* **รายได้รวม 65,591 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 63% YoY จาก 40,239 ล้านบาท ใน Q3/2564 จากราคาขายและปริมาณยอดขายผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น
* **ค่าการกลั่นติดลบ -7.4 ดอลลาร์/บาร์เรล:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 4.0 ดอลลาร์/บาร์เรล ใน Q3/2564 เนื่องจากผลกระทบเชิงลบของสินค้าคงคลัง
* **ค่าการกลั่นพื้นฐานเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 4.5 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้นจาก 2.0 ดอลลาร์/บาร์เรล ใน Q3/2564 สะท้อนอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่งขึ้น
* **ปริมาณการกลั่นเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 134 พันบาร์เรลต่อวัน เพิ่มขึ้น 21 พันบาร์เรลต่อวัน YoY เพื่อตอบสนองอุปสงค์ที่ฟื้นตัว
* **ปริมาณขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 18%:** จาก 10,938 พันบาร์เรล เป็น 12,884 พันบาร์เรล YoY จากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ BSRC มีรายได้รวม 65,591 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายและปริมาณยอดขายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 3,127 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 46 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบเชิงลบของสินค้าคงคลังและค่าการกลั่นที่ติดลบ ส่งผลให้อัตราส่วนกำไรขั้นต้นติดลบที่ -4.0% และอัตราส่วนกำไรสุทธิที่ -4.8%
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 199,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 120,567 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 11,072 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 3,694 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีอัตราส่วนกำไรขั้นต้น 8.8% และอัตราส่วนกำไรสุทธิ 5.6%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการกลับสู่ภาวะปกติของภาคขนส่งและการผลิตไฟฟ้า ส่งผลให้อุปสงค์ผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล
* **การขยายเครือข่ายสถานีบริการ:** บริษัทฯ ยังคงขยายสถานีบริการน้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 มีสถานีบริการทั้งหมด 780 แห่ง เพิ่มขึ้น 49 แห่งจากสิ้นปี 2564 ซึ่งช่วยเพิ่มช่องทางการขายและเข้าถึงลูกค้า
* **การปรับเปลี่ยนสัดส่วนการผลิต:** โรงกลั่นมีการปรับสัดส่วนการผลิตให้สอดคล้องกับโอกาสในการทำกำไรและอุปสงค์ที่ฟื้นตัว โดยเฉพาะการเพิ่มการผลิตน้ำมันสำเร็จรูปชนิดเบาและชนิดกึ่งหนัก เช่น น้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ราคาน้ำมันดิบยังคงผันผวนจากความกังวลเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนของอุปสงค์และอุปทาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อค่าการกลั่นและมูลค่าสินค้าคงคลัง
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าน้ำมันดิบและต้นทุนทางการเงิน
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** ธุรกิจค้าปลีกยังคงมีการแข่งขันสูง บริษัทฯ ต้องใช้ความพยายามในการส่งเสริมการตลาดเพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าการกลั่น:** ติดตามทิศทางค่าการกลั่นในไตรมาสถัดไป ว่าจะสามารถฟื้นตัวจากระดับติดลบได้หรือไม่ และปัจจัยใดเป็นแรงขับเคลื่อน
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** สังเกตการณ์กลยุทธ์การบริหารจัดการสินค้าคงคลังของบริษัทฯ เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา
* **การขยายสถานีบริการ:** ความคืบหน้าในการขยายสถานีบริการน้ำมัน และผลตอบรับจากกิจกรรมส่งเสริมการตลาด
* **การปรับปรุงมาตรฐานการผลิต:** การลงทุนเพื่อรองรับการผลิตตามมาตรฐานยูโร 5 ซึ่งอาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ปริมาณการกลั่นและการผลิต:** โรงกลั่นมีกำลังการกลั่น 174 พันบาร์เรลต่อวัน โดยในไตรมาส 3 ปี 2565 มีปริมาณน้ำมันดิบที่นำเข้ากลั่น 134 พันบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 77% ของกำลังการผลิต เพิ่มขึ้นจาก 113 พันบาร์เรลต่อวันในปีก่อนหน้า เพื่อตอบสนองอุปสงค์ที่ฟื้นตัว การผลิตพาราไซลีนหยุดชั่วคราวตั้งแต่เดือนเมษายน 2564
* **ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์:** ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงรวมเพิ่มขึ้น 18% YoY โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการกลับสู่ภาวะปกติของภาคขนส่ง
* **ราคา Commodity:** ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยใน Q3/2565 อยู่ที่ 96.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ สะท้อนความผันผวนจากปัจจัยเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์ ราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นตามน้ำมันดิบ
* **กฎระเบียบ:** มีการลงทุนเพื่อรองรับการผลิตตามมาตรฐานยูโร 5 ซึ่งเป็นไปตามทิศทางกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 95,817 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 84% เป็น 62,064 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากมูลค่าสินค้าคงคลังที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันและเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 67,036 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้ทางการค้าที่เพิ่มขึ้นตามราคาและปริมาณการซื้อน้ำมันดิบ รวมถึงค่าเงินบาทที่อ่อนตัวลง ยอดเงินกู้ยืมรวมเพิ่มขึ้นเป็น 36,437 ล้านบาท ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 50% เป็น 28,781 ล้านบาท จากผลกำไรสะสมของงวด 9 เดือนแรกปี 2565
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 6,304 ล้านบาท จากผลกระทบเชิงลบของเงินทุนหมุนเวียนและการจ่ายภาษี กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 745 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกและโรงกลั่น และมีกระแสเงินสดรับจากกิจกรรมจัดหำเงิน 7,091 ล้านบาท จากการกู้ยืม
## สรุปท้าย
BSRC ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากการพลิกขาดทุนสุทธิ 3,127 ล้านบาท โดยมีหัวใจหลักมาจากผลกระทบเชิงลบของสินค้าคงคลังและค่าการกลั่นที่ติดลบ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการฟื้นตัวของอุปสงค์และราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับเพิ่มขึ้นของค่าการกลั่นพื้นฐานและการเพิ่มปริมาณการกลั่นและการขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการดำเนินงานเมื่อสภาวะตลาดเอื้ออำนวย การขยายสถานีบริการน้ำมันยังคงเป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตในระยะยาว แต่ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSRC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
57,945.97
ล้านบาท
↑ 2.6% YoY
กำไรขั้นต้น
935.13
ล้านบาท
↓ 187.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
1.61
%
กำไรสุทธิ
-1,029.85
ล้านบาท
↓ 48.2% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-1.78
%
D/E Ratio
1.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
57,946
↑ + 2.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
935
↓ -187.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-1,030
↓ -48.2%
YoY
D/E Ratio
1.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.61
ROE (%)
-6.31
ROA (%)
-1.71
Book Value/หุ้น
0.00
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+2,925
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+486
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSRC
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 |
|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
2,925.15
-74.39%
|
11,419.75
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
485.65
-125.64%
|
-1,893.83
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-2,968.09
-67.51%
|
-9,135.63
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-889.09
-327.80%
|
390.30
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
976.37
+66.60%
|
586.07
-26.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,190.79
+21.96%
|
976.37
+66.60%
|