AH
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
AH
บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
15.20
+0.10 (+0.66%)

สรุปสั้น

ในไตรมาสที่ 4 ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมีจํานวน 30.99 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 126.15 ล้านบาท ในส่วนของภาพรวมทั้งปี กำไรเพิ่มขึ้นจากรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.30 โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ ร้อยละ 23.80 และธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์ ที่ร้อยละ 1.71 โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมมาจากฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะในสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย สําหรับธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์และ ศูนย์บริการมีการเติบโตที่ลดลงโดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยประเทศมาเลเซียมีการล็อกดาวน์อย่าง เต็มกําลังในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2564 และในประเทศไทยมีการล็อกดาวน์บางส่วนในเดือนกรกฎาคมถึง สิงหาคม 2564 โดยรวมแล้วการเพิ่มขึ้นของรายได้ยังคงสอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรม ในแง่ของปริมาณการผลิต

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10239 out_tok=2875 at=2026-07-25T03:24:53 --> AH กำไรสุทธิ Q4/2565 พุ่ง 219.7% รับแรงหนุนธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ฝ่ายจัดการ AH ชี้รายได้และกำไรเติบโตโดดเด่นในไตรมาส 4/2565 จากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และการฟื้นตัวของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AH ในไตรมาส 4/2565 คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 35.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นพุ่งสูงถึง 410.7 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 219.7% YoY โดยหากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรสุทธิหลักเติบโตถึง 306.2% YoY มาอยู่ที่ 647.7 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตนี้มาจากสองส่วนธุรกิจสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มียอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศ รวมถึงการเติบโตที่โดดเด่นในประเทศไทย (53.5%) และโปรตุเกส (6.6%) ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมโดยรวม นอกจากนี้ ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ยังมียอดขายที่สูงขึ้นทั้งในประเทศไทยและมาเลเซีย จากการเปิดโชว์รูมใหม่และการตอบรับที่ดีต่อรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงมาตรการยกเว้นภาษีในมาเลเซีย อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 10.0% ใน Q4/2564 เป็น 13.0% ใน Q4/2565 เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของกำไร โดยมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณคำสั่งซื้อในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนฯ การปรับราคาขายในโปรตุเกส และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงการเพิ่มแบรนด์ใหม่ในธุรกิจตัวแทนจำหน่าย สำหรับแนวโน้มความต่อเนื่อง ปัจจัยบวกเหล่านี้มีโอกาสที่จะส่งผลดีต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการระบุว่าผลการดำเนินงานสำหรับปี 2566 คาดว่าจะดีกว่าปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดของกลุ่ม AH โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อ การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และการเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q4/2565 เติบโต 219.7% YoY** แตะ 410.7 ล้านบาท จาก 128.5 ล้านบาทในปีก่อน * **กำไรสุทธิหลัก (ไม่รวม FX) พุ่ง 306.2% YoY** สู่ระดับ 647.7 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง * **รายได้รวม Q4/2565 เพิ่มขึ้น 34.7% YoY** เป็น 7,878.0 ล้านบาท จาก 5,848.9 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวโดดเด่น** จาก 10.0% ใน Q4/2564 เป็น 13.0% ใน Q4/2565 * **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก** * **คาดการณ์ปี 2566 จะดีกว่าปี 2565** ซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดของกลุ่ม AH ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 4 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 7,878.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 39.3% และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ 26.1% แม้ว่าอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์โดยรวมจะเติบโตเพียง 9.7% ก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับยอดขาย ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 74.7% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 10.0% เป็น 13.0% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 7.4% เนื่องจากมีการรับชำระคืนค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากรวมรายการนี้เข้าไปด้วย ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น 5.6% แต่เมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น 34.7% สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้กลับลดลงจาก 7.5% เป็น 5.9% กำไรจากการดำเนินงานหลัก (EBITDA) เพิ่มขึ้น 161.3% เป็น 784.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 237.0 ล้านบาท จาก 31.0 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท โดยส่วนใหญ่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 219.7% เป็น 410.7 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.2% จาก 2.2% ในปีก่อน สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 28,348.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.2% โดยธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เติบโต 33.7% และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เติบโต 45.9% กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 44.5% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.4% จาก 10.8% ในปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 78.1% เป็น 1,823.6 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 6.4% จาก 4.9% ในปีก่อน ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์:** คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศ รวมถึงการกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มที่หลากหลายมากขึ้น * **การฟื้นตัวและขยายตัวของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์:** การเปิดโชว์รูมใหม่ในประเทศไทย (Mazda, MG, Mitsubishi, Ford) และการตอบรับที่ดีจากตลาดมาเลเซีย * **การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การผลิตรถยนต์ในประเทศไทยคาดว่าจะเติบโต 3.7% ในปี 2566 โดยเฉพาะการผลิตเพื่อการส่งออก * **ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า (EV):** การเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ EV เป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต * **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** กิจกรรม Kaizen เพื่อลดต้นทุนคงที่ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงโควิด ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด * **สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศจีน:** การแพร่ระบาดและการผ่อนคลายมาตรการส่งผลกระทบต่อยอดการผลิตยานยนต์ในจีน แม้ว่า AH จะได้รับผลกระทบน้อยกว่าอุตสาหกรรมโดยรวม * **การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนยานยนต์:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม * **การแข่งขันในธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์:** ตลาดมีการแข่งขันสูง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มคำสั่งซื้อในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์:** โดยเฉพาะจากลูกค้าต่างประเทศและผลิตภัณฑ์ใหม่ * **ผลการดำเนินงานของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์:** การเติบโตของยอดขายและส่วนแบ่งการตลาด * **การบริหารจัดการต้นทุน:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง * **ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** โดยเฉพาะการแข็งค่าของเงินบาท * **การขยายตัวของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า (EV):** โอกาสในการเติบโตในระยะยาว * **สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค:** ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายรถยนต์ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณคำสั่งซื้อในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** มีการกล่าวถึงปริมาณคำสั่งซื้อที่มากขึ้นจากลูกค้ารายหลัก การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และคำสั่งซื้อใหม่จากลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อ Order Book * **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบของราคาวัตถุดิบต่อต้นทุนขายและบริการโดยตรง แต่การที่ GPM เพิ่มขึ้น แสดงว่าการปรับราคาขายสามารถชดเชยต้นทุนที่อาจสูงขึ้นได้ * **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 10.0% เป็น 13.0% ใน Q4/2565 และ 11.4% ในปี 2565 จาก 10.8% ในปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับราคาขายและการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิต * **ส่งออก:** ยอดส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น 4.3% ใน Q4/2565 และทั้งปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ * **ค่าเงิน:** การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 237.0 ล้านบาทใน Q4/2565 ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด * **สินค้าคงคลัง:** มีการกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 25,469.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ และเงินลงทุนในบริษัทร่วม หนี้สินรวมอยู่ที่ 15,539.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% จากปีก่อน โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 12.6% เป็น 9,929.5 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรระหว่างงวด อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/Equity) อยู่ที่ 0.8 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 0.9 เท่าในปีก่อน อัตราส่วนผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 20.1% และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ 7.7% ซึ่งสูงกว่าในไตรมาส 4/2564 ## สรุปท้าย AH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 219.7% YoY เป็น 410.7 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้ GPM ขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการดำเนินงานในปี 2566 ที่คาดว่าจะดีกว่าปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดของกลุ่ม AH ประกอบกับโอกาสจากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และผลิตภัณฑ์ EV ทำให้ AH ยังคงเป็นหุ้นที่น่าจับตาในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,484.96 ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
482.35 ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.44 %
กำไรสุทธิ
105.56 ล้านบาท
↓ 12% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.63 %
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,485
↑ + 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
482
↑ + 1.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
106
↓ -12% YoY
D/E Ratio
1.03

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
6,484.96
+2.72%
6,312.98
-10.41%
7,046.17
-7.74%
7,637.49
+31.28%
5,817.89
+4.76%
5,553.60
+1.64%
กำไรขั้นต้น —
482.35
+1.82%
473.74
-42.14%
818.73
-18.91%
1,009.71
+74.72%
577.90
+20.09%
481.23
-15.78%
ค่าใช้จ่ายรวม —
416.25
+1.23%
411.18
-6.11%
437.97
+7.88%
405.98
-9.57%
448.93
+13.06%
397.07
+17.82%
กำไรสุทธิ —
105.56
-11.96%
119.90
-12.91%
137.67
-66.48%
410.71
+219.67%
128.48
-17.96%
156.61
+121.11%
กำไรต่อหุ้น —
0.31
-12.04%
0.36
-12.93%
0.41
-66.45%
1.22
+219.90%
0.38
-18.03%
0.47
+121.11%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
7.44
-0.80%
7.50
-35.46%
11.62
-12.10%
13.22
+33.13%
9.93
+14.53%
8.67
-17.11%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
6.42
-1.38%
6.51
+4.66%
6.22
+16.92%
5.32
-31.09%
7.72
+7.97%
7.15
+15.88%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
1.63
-14.21%
1.90
-2.56%
1.95
-63.75%
5.38
+143.44%
2.21
-21.63%
2.82
+120.77%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
1.71
+107.76%
-22.05
-102.24%
985.78
+248.78%
-662.57
-55.05%
-427.34
-12.67%
-379.29
-2,526.66%
ROE(%) —
6.83
-2.43%
7.00
-55.58%
15.76
-21.67%
20.12
+57.06%
12.81
+537.31%
2.01
-72.20%
ROA(%) —
5.08
-5.22%
5.36
-36.04%
8.38
-14.66%
9.82
+47.89%
6.64
+164.54%
2.51
-45.32%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.03
-6.36%
1.10
-11.29%
1.24
-20.51%
1.56
-1.27%
1.58
-16.40%
1.89
+76.64%
P/E —
5.68
-20.67%
7.16
+35.61%
5.28
-22.92%
6.85
-25.46%
9.19
0.00
-100.00%
P/BV —
0.39
-25.00%
0.52
-44.09%
0.93
-16.22%
1.11
-0.89%
1.12
+43.59%
0.78
+32.20%
BV —
32.47
+4.04%
31.21
+3.83%
30.06
+11.96%
26.85
+11.83%
24.01
+5.03%
22.86
-9.50%
YIELD(%) —
6.27
-41.35%
10.69
+94.36%
5.50
+74.05%
3.16
+519.61%
0.51
-74.24%
1.98
-77.03%
ราคาหุ้น —
12.60
-22.70%
16.30
-41.79%
28.00
-5.88%
29.75
+10.19%
27.00
+51.69%
17.80
+20.27%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
6.83
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
34.32

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
9,308.91
+0.91%
9,225.33
-17.43%
11,173.04
+21.66%
9,184.11
+46.09%
6,286.48
-4.26%
6,565.95
+12.13%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
13,931.59
+0.58%
13,850.66
-1.91%
14,120.25
-13.29%
16,284.92
-0.92%
16,436.01
+4.16%
15,780.10
+2.22%
รวมสินทรัพย์ —
23,240.50
+0.71%
23,075.98
-8.77%
25,293.30
-0.69%
25,469.03
+12.09%
22,722.49
+1.68%
22,346.05
+4.95%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
7,926.82
-6.95%
8,518.71
-26.77%
11,632.94
+3.52%
11,237.44
+22.70%
9,158.11
+8.43%
8,446.28
+0.63%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
3,892.18
+9.20%
3,564.24
+52.07%
2,343.80
-45.52%
4,302.10
-9.42%
4,749.59
-22.88%
6,158.49
+13.66%
รวมหนี้สิน —
11,819.00
-2.18%
12,082.95
-13.55%
13,976.74
-10.06%
15,539.54
+11.73%
13,907.70
-4.77%
14,604.77
+5.74%
รวมส่วนของเจ้าของ —
11,421.50
+3.90%
10,993.04
-2.86%
11,316.56
+13.97%
9,929.49
+12.65%
8,814.80
+13.87%
7,741.29
+3.48%
D/E —
1.03
1.10
1.24
1.56
1.58
1.89
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
6.83
7.00
15.76
20.12
12.81
2.01
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
5.08
5.36
8.38
9.82
6.64
2.51
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.17
1.08
0.96
0.82
0.69
0.78
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.73
0.64
0.63
0.45
0.33
0.41
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
48.23
50.38
0.00
0.00
45.40
51.16
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
49.98
52.54
0.00
0.00
56.34
62.57
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
80.55
92.79
0.00
0.00
90.15
96.81
วงจรเงินสด —
17.65
10.13
0.00
0.00
11.59
16.93
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-808
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,580
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-807.97
-44.31%
-1,450.87
-54.15%
-3,164.24
+151.82%
-1,256.55
+34.66%
-933.12
-236.32%
684.53
+655.47%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
1,579.82
-355.42%
-618.52
-119.44%
3,181.12
+5,125.23%
60.88
-48.77%
118.84
-83.33%
712.69
-413.66%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
419.20
-86.79%
3,172.28
+237.67%
939.47
+40.46%
668.85
+105.28%
325.83
-111.27%
-2,890.22
+3,770.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1,320.67
+23.78%
1,066.99
-3.38%
1,104.36
-798.34%
-158.14
+12.82%
-140.17
-86.96%
-1,075.10
+810.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
792.69
-61.65%
2,067.17
+169.42%
767.26
+11.13%
690.39
+5.92%
651.78
+21.19%
537.81
+0.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
2,296.02
+189.65%
792.69
-61.65%
2,067.17
+169.42%
767.26
+11.13%
690.39
+5.92%
651.78
+21.19%