AH
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
AH
บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
15.70
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

ในไตรมาสที่ 4 ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมีจํานวน 30.99 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 126.15 ล้านบาท ในส่วนของภาพรวมทั้งปี กำไรเพิ่มขึ้นจากรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.30 โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ ร้อยละ 23.80 และธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์ ที่ร้อยละ 1.71 โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมมาจากฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะในสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย สําหรับธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์และ ศูนย์บริการมีการเติบโตที่ลดลงโดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยประเทศมาเลเซียมีการล็อกดาวน์อย่าง เต็มกําลังในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2564 และในประเทศไทยมีการล็อกดาวน์บางส่วนในเดือนกรกฎาคมถึง สิงหาคม 2564 โดยรวมแล้วการเพิ่มขึ้นของรายได้ยังคงสอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรม ในแง่ของปริมาณการผลิต

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10239 out_tok=2875 at=2026-07-25T03:24:53 --> AH กำไรสุทธิ Q4/2565 พุ่ง 219.7% รับแรงหนุนธุรกิจผลิตชิ้นส่วนและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ฝ่ายจัดการ AH ชี้รายได้และกำไรเติบโตโดดเด่นในไตรมาส 4/2565 จากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และการฟื้นตัวของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AH ในไตรมาส 4/2565 คือการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 35.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นพุ่งสูงถึง 410.7 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 219.7% YoY โดยหากไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน กำไรสุทธิหลักเติบโตถึง 306.2% YoY มาอยู่ที่ 647.7 ล้านบาท ปัจจัยหลักที่ผลักดันการเติบโตนี้มาจากสองส่วนธุรกิจสำคัญ ได้แก่ ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มียอดคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศ รวมถึงการเติบโตที่โดดเด่นในประเทศไทย (53.5%) และโปรตุเกส (6.6%) ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของอุตสาหกรรมโดยรวม นอกจากนี้ ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ยังมียอดขายที่สูงขึ้นทั้งในประเทศไทยและมาเลเซีย จากการเปิดโชว์รูมใหม่และการตอบรับที่ดีต่อรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงมาตรการยกเว้นภาษีในมาเลเซีย อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 10.0% ใน Q4/2564 เป็น 13.0% ใน Q4/2565 เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตของกำไร โดยมีสาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณคำสั่งซื้อในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนฯ การปรับราคาขายในโปรตุเกส และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงการเพิ่มแบรนด์ใหม่ในธุรกิจตัวแทนจำหน่าย สำหรับแนวโน้มความต่อเนื่อง ปัจจัยบวกเหล่านี้มีโอกาสที่จะส่งผลดีต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการระบุว่าผลการดำเนินงานสำหรับปี 2566 คาดว่าจะดีกว่าปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดของกลุ่ม AH โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อ การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และการเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q4/2565 เติบโต 219.7% YoY** แตะ 410.7 ล้านบาท จาก 128.5 ล้านบาทในปีก่อน * **กำไรสุทธิหลัก (ไม่รวม FX) พุ่ง 306.2% YoY** สู่ระดับ 647.7 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง * **รายได้รวม Q4/2565 เพิ่มขึ้น 34.7% YoY** เป็น 7,878.0 ล้านบาท จาก 5,848.9 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวโดดเด่น** จาก 10.0% ใน Q4/2564 เป็น 13.0% ใน Q4/2565 * **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เป็นแรงขับเคลื่อนหลัก** * **คาดการณ์ปี 2566 จะดีกว่าปี 2565** ซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดของกลุ่ม AH ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 4 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 7,878.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 39.3% และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ 26.1% แม้ว่าอุตสาหกรรมการผลิตยานยนต์โดยรวมจะเติบโตเพียง 9.7% ก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับยอดขาย ขณะที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 74.7% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 10.0% เป็น 13.0% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 7.4% เนื่องจากมีการรับชำระคืนค่าธรรมเนียมทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม หากรวมรายการนี้เข้าไปด้วย ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มขึ้น 5.6% แต่เมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น 34.7% สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้กลับลดลงจาก 7.5% เป็น 5.9% กำไรจากการดำเนินงานหลัก (EBITDA) เพิ่มขึ้น 161.3% เป็น 784.7 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 237.0 ล้านบาท จาก 31.0 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท โดยส่วนใหญ่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 219.7% เป็น 410.7 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 5.2% จาก 2.2% ในปีก่อน สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 28,348.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.2% โดยธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เติบโต 33.7% และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เติบโต 45.9% กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 44.5% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.4% จาก 10.8% ในปีก่อน กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 78.1% เป็น 1,823.6 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 6.4% จาก 4.9% ในปีก่อน ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์:** คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศ รวมถึงการกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มที่หลากหลายมากขึ้น * **การฟื้นตัวและขยายตัวของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์:** การเปิดโชว์รูมใหม่ในประเทศไทย (Mazda, MG, Mitsubishi, Ford) และการตอบรับที่ดีจากตลาดมาเลเซีย * **การเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์:** การผลิตรถยนต์ในประเทศไทยคาดว่าจะเติบโต 3.7% ในปี 2566 โดยเฉพาะการผลิตเพื่อการส่งออก * **ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า (EV):** การเพิ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ EV เป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต * **การบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง:** กิจกรรม Kaizen เพื่อลดต้นทุนคงที่ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ช่วงโควิด ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด * **สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศจีน:** การแพร่ระบาดและการผ่อนคลายมาตรการส่งผลกระทบต่อยอดการผลิตยานยนต์ในจีน แม้ว่า AH จะได้รับผลกระทบน้อยกว่าอุตสาหกรรมโดยรวม * **การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และชิ้นส่วนยานยนต์:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม * **การแข่งขันในธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์:** ตลาดมีการแข่งขันสูง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มคำสั่งซื้อในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์:** โดยเฉพาะจากลูกค้าต่างประเทศและผลิตภัณฑ์ใหม่ * **ผลการดำเนินงานของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์:** การเติบโตของยอดขายและส่วนแบ่งการตลาด * **การบริหารจัดการต้นทุน:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง * **ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** โดยเฉพาะการแข็งค่าของเงินบาท * **การขยายตัวของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า (EV):** โอกาสในการเติบโตในระยะยาว * **สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค:** ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายรถยนต์ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของปริมาณคำสั่งซื้อในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** มีการกล่าวถึงปริมาณคำสั่งซื้อที่มากขึ้นจากลูกค้ารายหลัก การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ และคำสั่งซื้อใหม่จากลูกค้าต่างประเทศ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อ Order Book * **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบของราคาวัตถุดิบต่อต้นทุนขายและบริการโดยตรง แต่การที่ GPM เพิ่มขึ้น แสดงว่าการปรับราคาขายสามารถชดเชยต้นทุนที่อาจสูงขึ้นได้ * **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 10.0% เป็น 13.0% ใน Q4/2565 และ 11.4% ในปี 2565 จาก 10.8% ในปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับราคาขายและการเพิ่มขึ้นของปริมาณการผลิต * **ส่งออก:** ยอดส่งออกรถยนต์เพิ่มขึ้น 4.3% ใน Q4/2565 และทั้งปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ * **ค่าเงิน:** การแข็งค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 237.0 ล้านบาทใน Q4/2565 ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด * **สินค้าคงคลัง:** มีการกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 25,469.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ และเงินลงทุนในบริษัทร่วม หนี้สินรวมอยู่ที่ 15,539.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.7% จากปีก่อน โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 12.6% เป็น 9,929.5 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรระหว่างงวด อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/Equity) อยู่ที่ 0.8 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 0.9 เท่าในปีก่อน อัตราส่วนผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 20.1% และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ 7.7% ซึ่งสูงกว่าในไตรมาส 4/2564 ## สรุปท้าย AH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 219.7% YoY เป็น 410.7 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ทำให้ GPM ขยายตัวได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการดำเนินงานในปี 2566 ที่คาดว่าจะดีกว่าปี 2565 ซึ่งเป็นปีที่ดีที่สุดของกลุ่ม AH ประกอบกับโอกาสจากการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และผลิตภัณฑ์ EV ทำให้ AH ยังคงเป็นหุ้นที่น่าจับตาในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,484.96 ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
482.35 ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.44 %
กำไรสุทธิ
105.56 ล้านบาท
↓ 12% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.63 %
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,485
↑ + 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
482
↑ + 1.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
106
↓ -12% YoY
D/E Ratio
1.03

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
6,484.96
+2.72%
6,312.98
-10.41%
7,046.17
-7.74%
7,637.49
+31.28%
5,817.89
+4.76%
5,553.60
+1.64%
กำไรขั้นต้น
482.35
+1.82%
473.74
-42.14%
818.73
-18.91%
1,009.71
+74.72%
577.90
+20.09%
481.23
-15.78%
ค่าใช้จ่ายรวม
416.25
+1.23%
411.18
-6.11%
437.97
+7.88%
405.98
-9.57%
448.93
+13.06%
397.07
+17.82%
กำไรสุทธิ
105.56
-11.96%
119.90
-12.91%
137.67
-66.48%
410.71
+219.67%
128.48
-17.96%
156.61
+121.11%
กำไรต่อหุ้น
0.31
-12.04%
0.36
-12.93%
0.41
-66.45%
1.22
+219.90%
0.38
-18.03%
0.47
+121.11%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
7.44
-0.80%
7.50
-35.46%
11.62
-12.10%
13.22
+33.13%
9.93
+14.53%
8.67
-17.11%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.42
-1.38%
6.51
+4.66%
6.22
+16.92%
5.32
-31.09%
7.72
+7.97%
7.15
+15.88%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
1.63
-14.21%
1.90
-2.56%
1.95
-63.75%
5.38
+143.44%
2.21
-21.63%
2.82
+120.77%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
1.71
+107.76%
-22.05
-102.24%
985.78
+248.78%
-662.57
-55.05%
-427.34
-12.67%
-379.29
-2,526.66%
ROE(%)
6.83
-2.43%
7.00
-55.58%
15.76
-21.67%
20.12
+57.06%
12.81
+537.31%
2.01
-72.20%
ROA(%)
5.08
-5.22%
5.36
-36.04%
8.38
-14.66%
9.82
+47.89%
6.64
+164.54%
2.51
-45.32%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.03
-6.36%
1.10
-11.29%
1.24
-20.51%
1.56
-1.27%
1.58
-16.40%
1.89
+76.64%
P/E
5.68
-20.67%
7.16
+35.61%
5.28
-22.92%
6.85
-25.46%
9.19
0.00
-100.00%
P/BV
0.39
-25.00%
0.52
-44.09%
0.93
-16.22%
1.11
-0.89%
1.12
+43.59%
0.78
+32.20%
BV
32.47
+4.04%
31.21
+3.83%
30.06
+11.96%
26.85
+11.83%
24.01
+5.03%
22.86
-9.50%
YIELD(%)
6.27
-41.35%
10.69
+94.36%
5.50
+74.05%
3.16
+519.61%
0.51
-74.24%
1.98
-77.03%
ราคาหุ้น
12.60
-22.70%
16.30
-41.79%
28.00
-5.88%
29.75
+10.19%
27.00
+51.69%
17.80
+20.27%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
6.83
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
33.94

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
9,308.91
+0.91%
9,225.33
-17.43%
11,173.04
+21.66%
9,184.11
+46.09%
6,286.48
-4.26%
6,565.95
+12.13%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
13,931.59
+0.58%
13,850.66
-1.91%
14,120.25
-13.29%
16,284.92
-0.92%
16,436.01
+4.16%
15,780.10
+2.22%
รวมสินทรัพย์
23,240.50
+0.71%
23,075.98
-8.77%
25,293.30
-0.69%
25,469.03
+12.09%
22,722.49
+1.68%
22,346.05
+4.95%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
7,926.82
-6.95%
8,518.71
-26.77%
11,632.94
+3.52%
11,237.44
+22.70%
9,158.11
+8.43%
8,446.28
+0.63%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
3,892.18
+9.20%
3,564.24
+52.07%
2,343.80
-45.52%
4,302.10
-9.42%
4,749.59
-22.88%
6,158.49
+13.66%
รวมหนี้สิน
11,819.00
-2.18%
12,082.95
-13.55%
13,976.74
-10.06%
15,539.54
+11.73%
13,907.70
-4.77%
14,604.77
+5.74%
รวมส่วนของเจ้าของ
11,421.50
+3.90%
10,993.04
-2.86%
11,316.56
+13.97%
9,929.49
+12.65%
8,814.80
+13.87%
7,741.29
+3.48%
D/E
1.03
1.10
1.24
1.56
1.58
1.89
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
6.83
7.00
15.76
20.12
12.81
2.01
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
5.08
5.36
8.38
9.82
6.64
2.51
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.17
1.08
0.96
0.82
0.69
0.78
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.73
0.64
0.63
0.45
0.33
0.41
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
48.23
50.38
0.00
0.00
45.40
51.16
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
49.98
52.54
0.00
0.00
56.34
62.57
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
80.55
92.79
0.00
0.00
90.15
96.81
วงจรเงินสด
17.65
10.13
0.00
0.00
11.59
16.93
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-808
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,580
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-807.97
-44.31%
-1,450.87
-54.15%
-3,164.24
+151.82%
-1,256.55
+34.66%
-933.12
-236.32%
684.53
+655.47%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
1,579.82
-355.42%
-618.52
-119.44%
3,181.12
+5,125.23%
60.88
-48.77%
118.84
-83.33%
712.69
-413.66%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
419.20
-86.79%
3,172.28
+237.67%
939.47
+40.46%
668.85
+105.28%
325.83
-111.27%
-2,890.22
+3,770.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
1,320.67
+23.78%
1,066.99
-3.38%
1,104.36
-798.34%
-158.14
+12.82%
-140.17
-86.96%
-1,075.10
+810.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
792.69
-61.65%
2,067.17
+169.42%
767.26
+11.13%
690.39
+5.92%
651.78
+21.19%
537.81
+0.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
2,296.02
+189.65%
792.69
-61.65%
2,067.17
+169.42%
767.26
+11.13%
690.39
+5.92%
651.78
+21.19%