บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
15.70
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ในไตรมาสที่ 4 ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมีจํานวน 30.99 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 126.15 ล้านบาท
ในส่วนของภาพรวมทั้งปี กำไรเพิ่มขึ้นจากรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.30 โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ ร้อยละ 23.80 และธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์ ที่ร้อยละ 1.71 โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมมาจากฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
โดยเฉพาะในสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย
สําหรับธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์และ ศูนย์บริการมีการเติบโตที่ลดลงโดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยประเทศมาเลเซียมีการล็อกดาวน์อย่าง เต็มกําลังในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2564 และในประเทศไทยมีการล็อกดาวน์บางส่วนในเดือนกรกฎาคมถึง สิงหาคม 2564 โดยรวมแล้วการเพิ่มขึ้นของรายได้ยังคงสอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรม ในแง่ของปริมาณการผลิต
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7831 out_tok=2682 at=2026-07-25T09:11:27 -->
# AH กำไรสุทธิ Q3/2564 ลดลง 22.27% รับผลกระทบขาดแคลนชิป-ล็อกดาวน์
## รายได้หด 9.32% กดดัน GPM วูบ แต่ธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์จีน-กำไร FX หนุน
บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 234.56 ล้านบาท ลดลง 22.27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้รวมที่ลดลง 9.32% และอัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัว ขณะที่ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในจีนและกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยพยุงผลประกอบการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ AH ในไตรมาส 3/2564 ปรับตัวลดลง 22.27% มาอยู่ที่ 234.56 ล้านบาท (YoY) มาจาก **การลดลงของรายได้จากการขายและบริการ 10.60%** ประกอบกับ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่หดตัวลงจาก 11.24% เป็น 9.34%** ซึ่งเป็นผลกระทบจากการดำเนินงานที่ได้รับแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายและบริการลดลง:** สาเหตุหลักมาจากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่ยอดขายลดลงถึง 46.72% เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศไทยและมาเลเซียที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ปัญหาการขาดแคลนไมโครชิปทั่วโลกยังส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตรถยนต์ในโปรตุเกสและยอดคำสั่งซื้อในประเทศไทยที่ต่ำกว่าประมาณการเล็กน้อย
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว:** การลดลงของ GPM เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ การลดลงของยอดขายโดยรวม, การปรับราคาวัตถุดิบที่ล่าช้าตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้นในโปรตุเกส และผลกระทบจากการล็อกดาวน์เต็มกำลังในมาเลเซียเป็นระยะเวลานาน
อย่างไรก็ตาม มีปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยบางส่วน ได้แก่:
* **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในจีนยังคงแข็งแกร่ง:** มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 52.11 ล้านบาท เป็น 107.86 ล้านบาท เนื่องจากเงินบาทอ่อนค่า แม้จะเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม/กิจการร่วมค้า:** เพิ่มขึ้นจาก 49.07 ล้านบาท เป็น 64.17 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม** ปัญหาการขาดแคลนไมโครชิปและการล็อกดาวน์เป็นปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบเป็นครั้งคราว ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าปัญหาการขาดแคลนไมโครชิปจะค่อยๆ คลี่คลายลง และคาดว่าผลการดำเนินงานเต็มปี 2564 จะดีกว่าปีที่ผ่านมาอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในบางประเทศอาจยังคงมีอยู่บ้างในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564:** 234.56 ล้านบาท ลดลง 22.27% YoY
* **รายได้รวม Q3/2564:** 4,432 ล้านบาท ลดลง 9.32% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/2564:** 9.34% ลดลงจาก 11.24% ใน Q3/2563
* **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์:** ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในจีน
* **ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์:** ยอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากมาตรการล็อกดาวน์
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เพิ่มขึ้นเป็น 107.86 ล้านบาท จากการอ่อนค่าของเงินบาท
* **9 เดือนแรกปี 2564:** กำไรสุทธิ 895.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับ 1.27 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 4,432 ล้านบาท ลดลง 9.32% YoY โดยรายได้จากการขายและบริการลดลง 10.60% แม้ว่าธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จะเติบโต 5.93% แต่ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์กลับลดลงถึง 46.72% อันเป็นผลมาจากมาตรการล็อกดาวน์ในประเทศไทยและมาเลเซีย รวมถึงปัญหาขาดแคลนไมโครชิปที่กระทบต่อการผลิตในโปรตุเกสและยอดคำสั่งซื้อในไทย
ต้นทุนขายและบริการลดลงตามยอดขาย แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 11.24% เป็น 9.34% เนื่องจากยอดขายที่ลดลง การปรับราคาวัตถุดิบที่ล่าช้า และผลกระทบจากการล็อกดาวน์ในมาเลเซีย ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และโชว์รูมใหม่ในมาเลเซีย
กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นเป็น 107.86 ล้านบาท จากการอ่อนค่าของเงินบาท ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 64.17 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 234.56 ล้านบาท ลดลง 22.27% YoY
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 15,149 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.45% YoY และมีกำไรสุทธิ 895.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 1.27 ล้านบาทในปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ในช่วงครึ่งปีแรก แต่ได้รับผลกระทบจากปัญหาขาดแคลนไมโครชิปและการล็อกดาวน์ในช่วงไตรมาส 3
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยมีแนวโน้มฟื้นตัว โดยยอดผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น 3.11% ใน Q3/2564 และคาดการณ์ปี 2564 จะผลิตได้มากกว่า 1.60 ล้านคัน
* **การเติบโตในตลาดจีน:** ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในสาธารณรัฐประชาชนจีนยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
* **การคลี่คลายของปัญหาขาดแคลนชิป:** คาดว่าปัญหาการขาดแคลนไมโครชิปจะค่อยๆ คลี่คลายลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อการผลิตและการส่งออก
* **การกลับมาของอุปสงค์:** ความต้องการรถยนต์ยังคงแข็งแกร่งในหลายประเทศ
## ความเสี่ยง
* **การขาดแคลนไมโครชิป:** ยังคงเป็นปัจจัยกดดันการผลิตและการส่งมอบรถยนต์ทั่วโลก
* **การระบาดของโควิด-19 และมาตรการล็อกดาวน์:** ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการ โดยเฉพาะในมาเลเซียและไทย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะเป็นบวก แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถปรับราคาขายได้ทันท่วงที
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สถานการณ์การขาดแคลนไมโครชิป:** แนวโน้มการคลี่คลายและผลกระทบต่อการผลิต
* **มาตรการควบคุมโควิด-19 และการผ่อนคลายล็อกดาวน์:** ผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์ในไทยและมาเลเซีย
* **ปริมาณคำสั่งซื้อจากลูกค้า:** โดยเฉพาะในประเทศไทยและโปรตุเกส
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุน
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในจีน:** การเติบโตต่อเนื่องหรือไม่
* **แนวโน้มกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** จากความผันผวนของค่าเงินบาท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์:** มีสัดส่วนรายได้ 81.22% ในไตรมาส 3/2564 โดยยังคงแข็งแกร่งและเติบโตสอดคล้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเฉพาะในประเทศจีนที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญปัญหาขาดแคลนไมโครชิปและโควิด-19
* **ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์และศูนย์บริการ:** ได้รับผลกระทบหนักจากการล็อกดาวน์ในไทยและมาเลเซีย ทำให้ยอดขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **การผลิตในโปรตุเกส:** ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนไมโครชิป ทำให้ปริมาณการผลิตลดลง
* **วัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบในโปรตุเกส ซึ่งส่งผลกระทบต่อ GPM
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 3.83% มาอยู่ที่ 23,201 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงสินทรัพย์สิทธิการใช้ หนี้สินรวมลดลง 1.47% มาอยู่ที่ 14,390 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 13.82% มาอยู่ที่ 8,811 ล้านบาท จากกำไรสะสมในช่วง 9 เดือนแรก
อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/Equity) ปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจาก 1.28 เท่า ใน Q3/2563 ลงมาอยู่ที่ 0.98 เท่า ใน Q3/2564 แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
AH ในไตรมาส 3/2564 เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกอย่างการขาดแคลนไมโครชิปและมาตรการล็อกดาวน์ ส่งผลให้รายได้และอัตรากำไรขั้นต้นลดลง โดยเฉพาะในธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในจีนยังคงเป็นจุดแข็งที่ช่วยพยุงผลประกอบการ ประกอบกับกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น แม้ผลกำไรสุทธิจะลดลง YoY แต่ภาพรวม 9 เดือนแรกยังคงเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ และฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าผลประกอบการทั้งปีจะดีกว่าปีก่อน โดยต้องจับตาการคลี่คลายของปัญหาชิปและการฟื้นตัวของยอดขายในตลาดที่ได้รับผลกระทบจากล็อกดาวน์.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,484.96
ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
482.35
ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.44
%
กำไรสุทธิ
105.56
ล้านบาท
↓ 12% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.63
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,485
↑ + 2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
482
↑ + 1.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
106
↓ -12%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
6.83
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
33.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-808
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,580
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-807.97
-44.31%
|
-1,450.87
-54.15%
|
-3,164.24
+151.82%
|
-1,256.55
+34.66%
|
-933.12
-236.32%
|
684.53
+655.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,579.82
-355.42%
|
-618.52
-119.44%
|
3,181.12
+5,125.23%
|
60.88
-48.77%
|
118.84
-83.33%
|
712.69
-413.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
419.20
-86.79%
|
3,172.28
+237.67%
|
939.47
+40.46%
|
668.85
+105.28%
|
325.83
-111.27%
|
-2,890.22
+3,770.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,320.67
+23.78%
|
1,066.99
-3.38%
|
1,104.36
-798.34%
|
-158.14
+12.82%
|
-140.17
-86.96%
|
-1,075.10
+810.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
792.69
-61.65%
|
2,067.17
+169.42%
|
767.26
+11.13%
|
690.39
+5.92%
|
651.78
+21.19%
|
537.81
+0.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,296.02
+189.65%
|
792.69
-61.65%
|
2,067.17
+169.42%
|
767.26
+11.13%
|
690.39
+5.92%
|
651.78
+21.19%
|