บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
15.70
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ในไตรมาสที่ 4 ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมีจํานวน 30.99 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 126.15 ล้านบาท
ในส่วนของภาพรวมทั้งปี กำไรเพิ่มขึ้นจากรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.30 โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ ร้อยละ 23.80 และธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์ ที่ร้อยละ 1.71 โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมมาจากฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
โดยเฉพาะในสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย
สําหรับธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์และ ศูนย์บริการมีการเติบโตที่ลดลงโดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยประเทศมาเลเซียมีการล็อกดาวน์อย่าง เต็มกําลังในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2564 และในประเทศไทยมีการล็อกดาวน์บางส่วนในเดือนกรกฎาคมถึง สิงหาคม 2564 โดยรวมแล้วการเพิ่มขึ้นของรายได้ยังคงสอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรม ในแง่ของปริมาณการผลิต
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7082 out_tok=2395 at=2026-07-27T07:54:39 -->
# AH พลิกกำไร Q2/64 ทะยาน 250 ลบ. รับอานิสงส์อุตสาหกรรมยานยนต์ฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตแรง YoY จากฐานต่ำปีก่อน ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักคือการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และการควบคุมต้นทุน
บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 250.20 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 631.26 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมเติบโต 134.91% การฟื้นตัวนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากการกลับมาของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อาปิโก ไฮเทค (AH) พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 250.20 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564 มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตถึง 134.91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากติดลบ 11.75% ใน Q2/63 มาเป็น 11.58% ใน Q2/64
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์เกิดจากหลายปัจจัยสนับสนุน โดยเฉพาะการที่ฐานการผลิตหลักของบริษัทฯ ในประเทศไทยได้รับคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องจากลูกค้าเดิม ประกอบกับการที่ปริมาณการส่งออกแข็งแกร่ง และธุรกิจใหม่ที่ได้ประโยชน์จากคู่แข่งที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จนต้องปิดตัวลง นอกจากนี้ ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ทั้งในไทยและมาเลเซียก็มียอดขายเติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับฐานที่ต่ำในปีก่อน ซึ่งสอดคล้องกับอุปสงค์ของรถยนต์ที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ปลายไตรมาส 3 ปี 2563 และต่อเนื่องมาในไตรมาส 2 ปี 2564
ในส่วนของการปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นนั้น มาจากการลดต้นทุนภายใน การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และผลประกอบการที่ดีขึ้นของกลุ่มธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสต่อเนื่อง โดยฝ่ายจัดการระบุว่าความต้องการชิ้นส่วนยานยนต์ได้กลับมาฟื้นตัวทั้งในประเทศและต่างประเทศตั้งแต่สิ้นไตรมาส 3 ปี 2563 และยังคงดำเนินมาอย่างต่อเนื่องในปี 2564 ซึ่งสะท้อนจากผลประกอบการครึ่งปีแรกที่มีกำไรสุทธิ 660.93 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าผลประกอบการปี 2564 จะดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปี 2563
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพลิกบวก:** AH รายงานกำไรสุทธิ 250.20 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2564 เทียบกับขาดทุน 631.26 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโตโดดเด่น:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 134.91% YoY เป็น 5,950.59 ล้านบาท จากฐานที่ต่ำในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัว:** อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ปรับเพิ่มขึ้นจากติดลบ 11.75% ใน Q2/63 เป็น 11.58% ใน Q2/64
* **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์แข็งแกร่ง:** ได้รับคำสั่งซื้อต่อเนื่อง ปริมาณส่งออกแข็งแกร่ง และได้ประโยชน์จากคู่แข่งที่ลดลง
* **ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ฟื้นตัว:** ยอดขายเติบโตทั้งในไทยและมาเลเซีย
* **กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน:** รับรู้กำไร 42.38 ล้านบาท เทียบกับขาดทุน 137.93 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 5,950.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 139.46% มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 183.16% และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ 63.45% อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้เพิ่มขึ้นจากติดลบ 11.75% ใน Q2/63 เป็น 11.58% ใน Q2/64 การเพิ่มขึ้นนี้มาจาก การลดต้นทุนภายใน การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และผลประกอบการที่ดีขึ้นของกลุ่มธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการเติบโตของรายได้ กำไรจากการดำเนินงานหลัก (EBIT) อยู่ที่ 328.62 ล้านบาท ซึ่งยังคงแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 42.38 ล้านบาท และกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า 57.45 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 250.20 ล้านบาท
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 49.08% เป็น 11,534.60 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 660.93 ล้านบาท เทียบกับผลขาดทุน 300.50 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** อุปสงค์รถยนต์ที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ เป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อปริมาณการผลิตและการส่งออกชิ้นส่วนยานยนต์
* **การเติบโตของธุรกิจใหม่:** การได้ประโยชน์จากคู่แข่งที่ลดลงในอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
* **การขยายตัวของตลาดส่งออก:** ปริมาณการส่งออกรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก
* **การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต:** การมุ่งมั่นปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** แม้จะมีการฟื้นตัว แต่การระบาดระลอกใหม่และมาตรการล็อกดาวน์ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน โดยเฉพาะธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะรับรู้กำไร แต่การอ่อนค่าของเงินบาทก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุถึงผลกระทบโดยตรง แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวนอาจส่งผลต่ออัตรากำไรในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อในอนาคต:** การรักษาโมเมนตัมของคำสั่งซื้อจากลูกค้าเดิมและธุรกิจใหม่
* **ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19:** การติดตามสถานการณ์และมาตรการของภาครัฐต่อการดำเนินงาน
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **การฟื้นตัวของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์:** การปรับตัวรับมือกับความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป
* **แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน:** การติดตามผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนของบริษัทฯ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 183.16% บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **Order Book:** ได้รับคำสั่งซื้ออย่างต่อเนื่องจากลูกค้าเดิม และมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจใหม่
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **GPM:** ปรับปรุงดีขึ้นอย่างชัดเจน จากติดลบในปีก่อนมาเป็นบวกในปัจจุบัน
* **การส่งออก:** ปริมาณการส่งออกแข็งแกร่ง เป็นปัจจัยหนุนรายได้หลัก
* **ค่าเงิน:** รับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 42.38 ล้านบาท
* **สินค้าคงคลัง:** มีการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 805.18 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เงินลงทุนในกองทุน และสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 20.78 ล้านบาท ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 784.41 ล้านบาท มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรในช่วงครึ่งแรกของปี อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Interest-Bearing Debt to Equity Ratio) ปรับตัวดีขึ้นจาก 1.60 เท่า ใน Q2/63 มาอยู่ที่ 1.05 เท่า ใน Q2/64
## สรุปท้าย
AH กลับมาทำกำไรได้อย่างโดดเด่นในไตรมาส 2 ปี 2564 ด้วยแรงหนุนหลักจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก และการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังมีความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์และการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทฯ มีโอกาสที่จะรักษาผลประกอบการที่ดีต่อไปได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,484.96
ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
482.35
ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.44
%
กำไรสุทธิ
105.56
ล้านบาท
↓ 12% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.63
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,485
↑ + 2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
482
↑ + 1.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
106
↓ -12%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
6.83
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
33.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-808
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,580
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-807.97
-44.31%
|
-1,450.87
-54.15%
|
-3,164.24
+151.82%
|
-1,256.55
+34.66%
|
-933.12
-236.32%
|
684.53
+655.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,579.82
-355.42%
|
-618.52
-119.44%
|
3,181.12
+5,125.23%
|
60.88
-48.77%
|
118.84
-83.33%
|
712.69
-413.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
419.20
-86.79%
|
3,172.28
+237.67%
|
939.47
+40.46%
|
668.85
+105.28%
|
325.83
-111.27%
|
-2,890.22
+3,770.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,320.67
+23.78%
|
1,066.99
-3.38%
|
1,104.36
-798.34%
|
-158.14
+12.82%
|
-140.17
-86.96%
|
-1,075.10
+810.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
792.69
-61.65%
|
2,067.17
+169.42%
|
767.26
+11.13%
|
690.39
+5.92%
|
651.78
+21.19%
|
537.81
+0.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,296.02
+189.65%
|
792.69
-61.65%
|
2,067.17
+169.42%
|
767.26
+11.13%
|
690.39
+5.92%
|
651.78
+21.19%
|