AH
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
AH
บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
15.70
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

ในไตรมาสที่ 4 ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมีจํานวน 30.99 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 126.15 ล้านบาท ในส่วนของภาพรวมทั้งปี กำไรเพิ่มขึ้นจากรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.30 โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ ร้อยละ 23.80 และธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์ ที่ร้อยละ 1.71 โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมมาจากฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะในสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย สําหรับธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์และ ศูนย์บริการมีการเติบโตที่ลดลงโดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยประเทศมาเลเซียมีการล็อกดาวน์อย่าง เต็มกําลังในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2564 และในประเทศไทยมีการล็อกดาวน์บางส่วนในเดือนกรกฎาคมถึง สิงหาคม 2564 โดยรวมแล้วการเพิ่มขึ้นของรายได้ยังคงสอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรม ในแง่ของปริมาณการผลิต

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11286 out_tok=3319 at=2026-07-25T04:29:17 --> AH กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง YoY แต่กำไรหลักยังแข็งแกร่ง จากการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโต AH Q3/2566: กำไรสุทธิหดตัว YoY แต่กำไรจากการดำเนินงานหลักยังเติบโตได้ดี จากการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ขยายตัว ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 501.0 ล้านบาท ลดลง 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 3.2% เป็น 7,792 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่กดดันกำไรสุทธิมาจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณากำไรสุทธิที่ไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม พบว่ากำไรจากการดำเนินงานหลักยังคงแข็งแกร่งและเติบโตได้ดี ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิของ AH ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม/ร่วมค้า** ซึ่งหดตัวลงถึง 46.9% หรือ 71.5 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลง 16.6% แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโต 4.4% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมมีสาเหตุหลัก 2 ประการ คือ 1. **การหยุดรับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัท ฮุนไดมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด:** เนื่องจากกลุ่มฮุนไดมอเตอร์เข้ามาทำธุรกิจเองภายใต้ชื่อบริษัท ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) โดย AH ถือหุ้นในฮุนไดมอเตอร์ฯ สัดส่วน 20% ทำให้ไม่สามารถรับรู้ส่วนแบ่งกำไรได้ตั้งแต่เดือนเมษายน 2566 เป็นต้นไป 2. **การรับรู้ค่าใช้จ่ายในช่วงเริ่มต้นโครงการของ Purem AAPICO:** บริษัทมีการลงทุนใน JV company ชื่อ Purem AAPICO ในประเทศไทยและมาเลเซีย โดยโรงงานในมาเลเซียเริ่มผลิตปลายเดือนกันยายน ขณะที่โรงงานในไทยจะเริ่มผลิตเดือนธันวาคม ทำให้ Purem AAPICO มีการรับรู้ค่าใช้จ่ายในการเริ่มโปรเจกต์ก่อนเริ่มการผลิตจริง อย่างไรก็ตาม **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ** โดยมีรายได้เติบโต 6.7% จากคำสั่งซื้อที่มากขึ้น ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เริ่มผลิตในไตรมาส 3/2565 และมีการส่งออกไปยังอาร์เจนตินาและแอฟริกาใต้ รวมถึงคำสั่งซื้อต่อเนื่องจากลูกค้าต่างประเทศ และการกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มที่มีมูลค่าสูงขึ้น ทำให้รายได้ในส่วนนี้เติบโตได้ดีกว่าภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ผลิตในประเทศลดลง 6.0% ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในแง่ของผลกระทบจากส่วนแบ่งกำไรที่ลดลง** เนื่องจากสาเหตุหลักคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจของกลุ่มฮุนไดมอเตอร์ ซึ่งเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นแล้วและส่งผลต่อเนื่องไป ส่วนการรับรู้ค่าใช้จ่ายของ Purem AAPICO คาดว่าจะลดลงเมื่อโรงงานเริ่มดำเนินการผลิตเต็มที่ อย่างไรก็ตาม **การเติบโตของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์มีแนวโน้มต่อเนื่อง** จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่กำลังจะออกสู่ตลาด ซึ่งจะช่วยชดเชยผลกระทบจากส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงได้ในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2566 อยู่ที่ 501.0 ล้านบาท ลดลง 16.6% YoY** จากผลกระทบส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ลดลง * **รายได้รวม Q3/2566 เติบโต 3.2% YoY แตะ 7,792 ล้านบาท** โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ * **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/2566 ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 11.7%** จาก 11.1% ในปีก่อน จากคำสั่งซื้อที่มากขึ้นและ Product Mix ที่ดีขึ้น * **กำไรจากการดำเนินงานหลัก (ไม่รวมรายการพิเศษ) เติบโต 5.6%** สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ * **สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 4.2% เป็น 1,473 ล้านบาท** โดยกำไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษเติบโต 19.3% * **หนี้สินรวมลดลง 3.1%** ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 12.7% จากกำไรสะสม ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 7,792 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 4.4% เป็น 7,624 ล้านบาท การเติบโตนี้มาจากธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เพิ่มขึ้น 6.7% ซึ่งได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อที่มากขึ้น ผลิตภัณฑ์ใหม่ และการส่งออกไปยังอาร์เจนตินาและแอฟริกาใต้ อย่างไรก็ตาม รายได้จากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ลดลง 1.1% เนื่องจากความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ในประเทศไทย ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับยอดขาย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 10.1% เป็น 895 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 11.1% เป็น 11.7% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียง 0.2% อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงานก่อนส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม/ร่วมค้า ลดลงเล็กน้อย 0.2% เป็น 607 ล้านบาท เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลงถึง 46.9% เป็น 81 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานรวมลดลง 9.6% เป็น 688 ล้านบาท เมื่อรวมผลกระทบจากค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีที่สูงขึ้น ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่ผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ อยู่ที่ 501 ล้านบาท ลดลง 16.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 23,308 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 13.5% กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 23.5% และอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.8% กำไรจากการดำเนินงานหลักเพิ่มขึ้น 20.9% แม้ว่าส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะลดลง 34.0% แต่กำไรสุทธิรวมสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 1,473 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์:** ได้รับคำสั่งซื้อที่มากขึ้น ผลิตภัณฑ์ใหม่ และการขยายตลาดไปยังประเทศใหม่ๆ เช่น อาร์เจนตินาและแอฟริกาใต้ * **การขยายสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงและหลากหลาย:** ความพยายามของผู้บริหารในการกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มที่มีมูลค่าสูงขึ้น จะช่วยเพิ่มรายได้และอัตรากำไรในระยะยาว * **การเปิดโชว์รูมรถยนต์ใหม่:** การเปิดโชว์รูม Proton ในมาเลเซีย และ Ford ในไทย ช่วยหนุนยอดขายในธุรกิจตัวแทนจำหน่าย * **การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV):** แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนใน MD&A แต่การที่ AH มีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมยานยนต์ ย่อมมีโอกาสในการปรับตัวเข้าสู่การผลิตชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ EV ในอนาคต * **การดำเนินงานที่เหนือกว่าอุตสาหกรรม:** รายได้ของ AH เติบโตได้ดีกว่าการเติบโตของปริมาณการผลิตรถยนต์ในประเทศที่ลดลง ## ความเสี่ยง * **ความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์:** ส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์ในประเทศ โดยเฉพาะรถกระบะ * **การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ และอาจส่งผลต่อเนื่อง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ก็มีความเสี่ยงหากเงินบาทแข็งค่าขึ้น * **การแข่งขันในอุตสาหกรรมยานยนต์:** การแข่งขันที่สูงอาจส่งผลต่อราคาขายและอัตรากำไร * **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** จะฟื้นตัวได้หรือไม่ หรือจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ * **การรับรู้รายได้และต้นทุนของ Purem AAPICO:** เมื่อโรงงานเริ่มดำเนินการผลิตเต็มที่ จะส่งผลต่อผลประกอบการอย่างไร * **คำสั่งซื้อใหม่และผลิตภัณฑ์ใหม่:** โดยเฉพาะในตลาดส่งออกใหม่ๆ เช่น อาร์เจนตินาและแอฟริกาใต้ * **การปรับตัวต่อเทรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV):** บริษัทมีแผนหรือการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตชิ้นส่วน EV หรือไม่ * **สถานการณ์สินเชื่อรถยนต์ในประเทศ:** ความเข้มงวดจะยังคงอยู่หรือผ่อนคลายลง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์:** เป็นธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของ AH ในไตรมาสนี้ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 6.7% จากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อ ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เริ่มผลิตตั้งแต่ Q3/2565 และมีการส่งออกไปยังอาร์เจนตินาและแอฟริกาใต้ รวมถึงคำสั่งซื้อต่อเนื่องจากลูกค้าต่างประเทศ การที่ AH สามารถกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มที่มีมูลค่าสูงขึ้นและหลากหลายยิ่งขึ้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปรับตัวและสร้างการเติบโตในระยะยาว อัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้นในส่วนนี้ สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการผลิตและการบริหารต้นทุน **ตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์:** ธุรกิจนี้เผชิญความท้าทายจากการชะลอตัวของยอดขายในประเทศไทย เนื่องจากความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์ อย่างไรก็ตาม การเปิดโชว์รูม Proton ในมาเลเซีย และการออกโมเดลใหม่ของ Proton ในปี 2566 ช่วยหนุนยอดขายในมาเลเซียได้ดี การเติบโตของรายได้ในส่วนนี้สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 ที่ 17.4% แสดงให้เห็นถึงศักยภาพเมื่อมีปัจจัยสนับสนุน **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น อาจบ่งชี้ว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดี หรือมีการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขายได้ **อัตราแลกเปลี่ยน:** ในไตรมาส 3/2566 มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 69.3 ล้านบาท ลดลง 60.3% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดจากการกู้ยืมในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐสำหรับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ SGAH **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 26,242.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ หนี้สินรวมลดลง 3.1% เป็น 15,050.7 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ ส่งผลให้ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 12.7% เป็น 11,191.7 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/Equity) ปรับตัวดีขึ้นจาก 0.8 เท่าในไตรมาส 3/2565 มาอยู่ที่ 0.6 เท่าในไตรมาส 3/2566 แสดงถึงการลดลงของภาระหนี้สิน อัตราส่วนผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 18.7% และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ 7.3% ซึ่งสูงกว่าในไตรมาส 3/2565 เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดโดยตรง ## สรุปท้าย AH ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัว YoY อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญที่ยังคงแข็งแกร่งคือธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโตได้ดีกว่าอุตสาหกรรม จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งสะท้อนผ่านอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น และกำไรจากการดำเนินงานหลักที่เติบโตได้ แม้ความเสี่ยงจากความเข้มงวดสินเชื่อรถยนต์ในประเทศจะยังคงอยู่ แต่การขยายตลาดส่งออกและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดี จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการของ AH ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,484.96 ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
482.35 ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.44 %
กำไรสุทธิ
105.56 ล้านบาท
↓ 12% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.63 %
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,485
↑ + 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
482
↑ + 1.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
106
↓ -12% YoY
D/E Ratio
1.03

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
6,484.96
+2.72%
6,312.98
-10.41%
7,046.17
-7.74%
7,637.49
+31.28%
5,817.89
+4.76%
5,553.60
+1.64%
กำไรขั้นต้น
482.35
+1.82%
473.74
-42.14%
818.73
-18.91%
1,009.71
+74.72%
577.90
+20.09%
481.23
-15.78%
ค่าใช้จ่ายรวม
416.25
+1.23%
411.18
-6.11%
437.97
+7.88%
405.98
-9.57%
448.93
+13.06%
397.07
+17.82%
กำไรสุทธิ
105.56
-11.96%
119.90
-12.91%
137.67
-66.48%
410.71
+219.67%
128.48
-17.96%
156.61
+121.11%
กำไรต่อหุ้น
0.31
-12.04%
0.36
-12.93%
0.41
-66.45%
1.22
+219.90%
0.38
-18.03%
0.47
+121.11%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
7.44
-0.80%
7.50
-35.46%
11.62
-12.10%
13.22
+33.13%
9.93
+14.53%
8.67
-17.11%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
6.42
-1.38%
6.51
+4.66%
6.22
+16.92%
5.32
-31.09%
7.72
+7.97%
7.15
+15.88%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
1.63
-14.21%
1.90
-2.56%
1.95
-63.75%
5.38
+143.44%
2.21
-21.63%
2.82
+120.77%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
1.71
+107.76%
-22.05
-102.24%
985.78
+248.78%
-662.57
-55.05%
-427.34
-12.67%
-379.29
-2,526.66%
ROE(%)
6.83
-2.43%
7.00
-55.58%
15.76
-21.67%
20.12
+57.06%
12.81
+537.31%
2.01
-72.20%
ROA(%)
5.08
-5.22%
5.36
-36.04%
8.38
-14.66%
9.82
+47.89%
6.64
+164.54%
2.51
-45.32%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.03
-6.36%
1.10
-11.29%
1.24
-20.51%
1.56
-1.27%
1.58
-16.40%
1.89
+76.64%
P/E
5.68
-20.67%
7.16
+35.61%
5.28
-22.92%
6.85
-25.46%
9.19
0.00
-100.00%
P/BV
0.39
-25.00%
0.52
-44.09%
0.93
-16.22%
1.11
-0.89%
1.12
+43.59%
0.78
+32.20%
BV
32.47
+4.04%
31.21
+3.83%
30.06
+11.96%
26.85
+11.83%
24.01
+5.03%
22.86
-9.50%
YIELD(%)
6.27
-41.35%
10.69
+94.36%
5.50
+74.05%
3.16
+519.61%
0.51
-74.24%
1.98
-77.03%
ราคาหุ้น
12.60
-22.70%
16.30
-41.79%
28.00
-5.88%
29.75
+10.19%
27.00
+51.69%
17.80
+20.27%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
6.83
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
33.94

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
9,308.91
+0.91%
9,225.33
-17.43%
11,173.04
+21.66%
9,184.11
+46.09%
6,286.48
-4.26%
6,565.95
+12.13%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
13,931.59
+0.58%
13,850.66
-1.91%
14,120.25
-13.29%
16,284.92
-0.92%
16,436.01
+4.16%
15,780.10
+2.22%
รวมสินทรัพย์
23,240.50
+0.71%
23,075.98
-8.77%
25,293.30
-0.69%
25,469.03
+12.09%
22,722.49
+1.68%
22,346.05
+4.95%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
7,926.82
-6.95%
8,518.71
-26.77%
11,632.94
+3.52%
11,237.44
+22.70%
9,158.11
+8.43%
8,446.28
+0.63%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
3,892.18
+9.20%
3,564.24
+52.07%
2,343.80
-45.52%
4,302.10
-9.42%
4,749.59
-22.88%
6,158.49
+13.66%
รวมหนี้สิน
11,819.00
-2.18%
12,082.95
-13.55%
13,976.74
-10.06%
15,539.54
+11.73%
13,907.70
-4.77%
14,604.77
+5.74%
รวมส่วนของเจ้าของ
11,421.50
+3.90%
10,993.04
-2.86%
11,316.56
+13.97%
9,929.49
+12.65%
8,814.80
+13.87%
7,741.29
+3.48%
D/E
1.03
1.10
1.24
1.56
1.58
1.89
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
6.83
7.00
15.76
20.12
12.81
2.01
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
5.08
5.36
8.38
9.82
6.64
2.51
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.17
1.08
0.96
0.82
0.69
0.78
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.73
0.64
0.63
0.45
0.33
0.41
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
48.23
50.38
0.00
0.00
45.40
51.16
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
49.98
52.54
0.00
0.00
56.34
62.57
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
80.55
92.79
0.00
0.00
90.15
96.81
วงจรเงินสด
17.65
10.13
0.00
0.00
11.59
16.93
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-808
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,580
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-807.97
-44.31%
-1,450.87
-54.15%
-3,164.24
+151.82%
-1,256.55
+34.66%
-933.12
-236.32%
684.53
+655.47%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
1,579.82
-355.42%
-618.52
-119.44%
3,181.12
+5,125.23%
60.88
-48.77%
118.84
-83.33%
712.69
-413.66%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
419.20
-86.79%
3,172.28
+237.67%
939.47
+40.46%
668.85
+105.28%
325.83
-111.27%
-2,890.22
+3,770.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
1,320.67
+23.78%
1,066.99
-3.38%
1,104.36
-798.34%
-158.14
+12.82%
-140.17
-86.96%
-1,075.10
+810.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
792.69
-61.65%
2,067.17
+169.42%
767.26
+11.13%
690.39
+5.92%
651.78
+21.19%
537.81
+0.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
2,296.02
+189.65%
792.69
-61.65%
2,067.17
+169.42%
767.26
+11.13%
690.39
+5.92%
651.78
+21.19%