บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
15.70
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ในไตรมาสที่ 4 ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมีจํานวน 30.99 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 126.15 ล้านบาท
ในส่วนของภาพรวมทั้งปี กำไรเพิ่มขึ้นจากรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.30 โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ ร้อยละ 23.80 และธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์ ที่ร้อยละ 1.71 โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมมาจากฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
โดยเฉพาะในสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย
สําหรับธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์และ ศูนย์บริการมีการเติบโตที่ลดลงโดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยประเทศมาเลเซียมีการล็อกดาวน์อย่าง เต็มกําลังในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2564 และในประเทศไทยมีการล็อกดาวน์บางส่วนในเดือนกรกฎาคมถึง สิงหาคม 2564 โดยรวมแล้วการเพิ่มขึ้นของรายได้ยังคงสอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรม ในแง่ของปริมาณการผลิต
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8563 out_tok=2993 at=2026-07-25T06:27:36 -->
# AH กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 35.2% รับแรงหนุนผลิตชิ้นส่วนยานยนต์-ดีลเลอร์รถยนต์
## รายได้รวมโต 27.5% จากคำสั่งซื้อเพิ่ม-มาตรการรัฐหนุนดีลเลอร์รถยนต์ ขณะที่ GPM ลดลงเล็กน้อย
บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 280.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมเติบโต 27.5% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ซึ่งได้รับปัจจัยสนับสนุนจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและมาตรการกระตุ้นตลาดรถยนต์ของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบราคาวัตถุดิบและการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AH ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 27.5%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 35.2% โดยมีปัจจัยหลักมาจาก **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์** และ **ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์** ที่ทำผลงานได้ดีกว่าคาดการณ์
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์:** ได้รับแรงหนุนจากปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้ารายหลัก โดยเฉพาะในประเทศไทยและโปรตุเกสที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แม้จะได้รับผลกระทบจากการปิดเมืองในจีนบ้าง แต่ภาพรวมยังคงเติบโตได้ดีกว่าอุตสาหกรรมโดยรวมที่เติบโตเพียง 3.0%
* **ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์:** มียอดขายสูงขึ้นทั้งในประเทศไทยและมาเลเซีย จากการเปิดโชว์รูมใหม่และการตอบรับที่ดีจากมาตรการยกเว้นภาษีสรรพสามิต (SST) ของรัฐบาลมาเลเซีย ซึ่งกระตุ้นความต้องการรถยนต์ในช่วงก่อนสิ้นสุดมาตรการ
แม้ว่ารายได้จะเติบโต แต่ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 11.6% ใน Q2/64 เป็น 10.1% ใน Q2/65** สาเหตุหลักมาจาก:
1. **การส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะสามารถส่งผ่านราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นไปยังลูกค้าได้เกือบทั้งหมดในไทย แต่ราคาขายที่สูงขึ้นทำให้ตัวหารเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
2. **สัดส่วนรายได้:** สัดส่วนรายได้จากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ซึ่งมี GPM ต่ำกว่าธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เพิ่มสูงขึ้น
3. **การปรับราคาขายในโปรตุเกส:** ใช้เวลาในการตกลงราคากับลูกค้า ทำให้รับรู้กำไรล่าช้ากว่าต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง
อย่างไรก็ตาม **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อรายได้ปรับตัวดีขึ้น** จาก 7.9% ใน Q2/64 เป็น 6.5% ใน Q2/65 ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อกำไร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดว่าปี 2565 จะเป็นปีที่ดี โดยเห็นได้จากกำไรหลักของบริษัทฯ ในงวด 6 เดือนแรกปี 2565 เติบโต 22.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน และคาดว่าผลการดำเนินงานทั้งปีจะดีขึ้นกว่าปี 2564 ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ ปัญหาการขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ที่คลี่คลายขึ้น คำสั่งซื้อจากลูกค้าหลักที่เพิ่มขึ้น และการเริ่มผลิตชิ้นส่วนใหม่ รวมถึงการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยที่คาดว่าจะผลิตได้ 1.8 ล้านคันในปี 2565
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 อยู่ที่ 280.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.2% YoY**
* **รายได้รวม Q2/65 อยู่ที่ 6,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.5% YoY**
* **กำไรจากการดำเนินงานหลัก (Core Profit) Q2/65 อยู่ที่ 402.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.5% YoY**
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q2/65 อยู่ที่ 10.1% ลดลงจาก 11.6% ใน Q2/64**
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม/กิจการร่วมค้า เพิ่มขึ้นจาก 57.5 ล้านบาท เป็น 121.9 ล้านบาท**
* **คาดการณ์ปี 2565 จะเป็นปีที่ดี โดยผลประกอบการจะดีขึ้นกว่าปี 2564**
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2 ปี 2565:**
* รายได้รวม: 6,144 ล้านบาท (+27.5% YoY)
* ต้นทุนขายและบริการ: 5,522.4 ล้านบาท (+30.7% YoY)
* กำไรขั้นต้น: 621.6 ล้านบาท (+11.1% YoY)
* อัตรากำไรขั้นต้น: 10.1% (ลดลงจาก 11.6% YoY)
* ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร: 412.4 ล้านบาท (+5.4% YoY)
* กำไรจากการดำเนินงานหลัก: 402.5 ล้านบาท (+22.5% YoY)
* กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน: 128.9 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นจาก 42.4 ล้านบาท YoY)
* กำไรสุทธิ: 280.9 ล้านบาท (+35.2% YoY)
* อัตรากำไรสุทธิ: 4.5% (เพิ่มขึ้นจาก 4.2% YoY)
**งวด 6 เดือน ปี 2565:**
* รายได้รวม: 12,044 ล้านบาท (+23.6% YoY)
* กำไรขั้นต้น: 1,367.4 ล้านบาท (+10.8% YoY)
* อัตรากำไรขั้นต้น: 10.6% (ลดลงจาก 11.8% YoY)
* ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร: 804.7 ล้านบาท (+3.0% YoY)
* กำไรจากการดำเนินงานหลัก: 923.4 ล้านบาท (+23.0% YoY)
* กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน: 125.4 ล้านบาท (ลดลงจาก 144.7 ล้านบาท YoY)
* กำไรสุทธิ: 686.9 ล้านบาท (+33.3% YoY)
* อัตรากำไรสุทธิ: 5.3% (เพิ่มขึ้นจาก 4.9% YoY)
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์:** ได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้ารายหลัก โดยเฉพาะในประเทศไทยและโปรตุเกส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์:** จากการเปิดโชว์รูมใหม่และการตอบรับที่ดีจากมาตรการกระตุ้นตลาดรถยนต์
* **การคลี่คลายปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์:** จะช่วยสนับสนุนการผลิตและการส่งออกรถยนต์
* **การเริ่มผลิตชิ้นส่วนใหม่:** จะเป็นปัจจัยหนุนรายได้และกำไรในอนาคต
* **การคาดการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2565:** คาดว่าจะผลิตรถยนต์ได้ 1.8 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 6.8% YoY
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้จะสามารถส่งผ่านต้นทุนได้ แต่ก็ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้:** การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนรายได้จากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่มี GPM ต่ำกว่า อาจกดดันอัตรากำไรโดยรวม
* **ผลกระทบจากการปิดเมืองในจีน:** แม้จะฟื้นตัวแล้ว แต่ยังคงมีความเสี่ยงหากมีการระบาดซ้ำ
* **ความล่าช้าในการปรับราคาขายในโปรตุเกส:** อาจส่งผลต่อการรับรู้กำไร
* **การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และปัญหาห่วงโซ่อุปทาน:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา แม้จะคลี่คลายลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายหลัก:** โดยเฉพาะในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** และความสามารถในการส่งผ่านราคาไปยังลูกค้า
* **ผลกระทบจากมาตรการ SST ในมาเลเซีย:** หลังสิ้นสุดมาตรการในเดือนมิถุนายน 2565
* **การฟื้นตัวของธุรกิจในประเทศจีน:** และผลกระทบหากมีการปิดเมืองอีกครั้ง
* **ความคืบหน้าในการผลิตชิ้นส่วนใหม่:** และผลต่อรายได้ในอนาคต
* **สถานการณ์การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์:** และผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** ไม่ได้ระบุตัวเลขโดยตรง แต่ระบุว่าปริมาณคำสั่งซื้อที่มากขึ้นจากลูกค้ารายหลักส่งผลให้รายได้สูงขึ้น และการดำเนินงานในประเทศไทยและโปรตุเกสเติบโตอย่างแข็งแกร่ง แสดงถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่ระบุว่ามีปริมาณคำสั่งซื้อที่มากขึ้นจากลูกค้ารายหลัก และคาดว่าปี 2565 จะเป็นปีที่ดี
* **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบหลัก และบริษัทฯ สามารถส่งผ่านต้นทุนได้เกือบทั้งหมดในไทย แต่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
* **GPM:** ลดลงจาก 11.6% ใน Q2/64 เป็น 10.1% ใน Q2/65 เนื่องจากปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบและสัดส่วนรายได้
* **การส่งออก:** ยอดส่งออกรถยนต์ในประเทศไทยลดลง 4.1% ใน Q2/65 เนื่องจากปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์และผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
* **ค่าเงิน:** กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนมีจำนวน 128.9 ล้านบาทใน Q2/65 เพิ่มขึ้นจาก 42.4 ล้านบาทใน Q2/64 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นธุรกรรมที่มิใช่เงินสดจากการอ่อนค่าของเงินบาท
* **สินค้าคงคลัง:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 1,586.0 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 930.8 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 655.2 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรในช่วงครึ่งแรกของปี
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (DER):** ปรับตัวดีขึ้นจาก 1.0 เท่าใน Q2/64 มาอยู่ที่ 0.8 เท่าใน Q2/65
## สรุปท้าย
AH โชว์ผลประกอบการ Q2/65 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิพุ่ง 35.2% รับแรงหนุนจากธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่เติบโตโดดเด่น แม้ GPM จะลดลงเล็กน้อยจากแรงกดดันต้นทุนวัตถุดิบและสัดส่วนรายได้ที่เปลี่ยนไป แต่การบริหารค่าใช้จ่ายที่รัดกุมและส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นช่วยหนุนกำไรสุทธิให้เติบโตได้ดี ฝ่ายจัดการคาดว่าปี 2565 จะเป็นปีที่ดีต่อเนื่อง โดยได้รับปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์และคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบและการขาดแคลนชิ้นส่วนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,484.96
ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
482.35
ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.44
%
กำไรสุทธิ
105.56
ล้านบาท
↓ 12% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.63
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,485
↑ + 2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
482
↑ + 1.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
106
↓ -12%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
6.83
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
33.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-808
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,580
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-807.97
-44.31%
|
-1,450.87
-54.15%
|
-3,164.24
+151.82%
|
-1,256.55
+34.66%
|
-933.12
-236.32%
|
684.53
+655.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,579.82
-355.42%
|
-618.52
-119.44%
|
3,181.12
+5,125.23%
|
60.88
-48.77%
|
118.84
-83.33%
|
712.69
-413.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
419.20
-86.79%
|
3,172.28
+237.67%
|
939.47
+40.46%
|
668.85
+105.28%
|
325.83
-111.27%
|
-2,890.22
+3,770.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,320.67
+23.78%
|
1,066.99
-3.38%
|
1,104.36
-798.34%
|
-158.14
+12.82%
|
-140.17
-86.96%
|
-1,075.10
+810.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
792.69
-61.65%
|
2,067.17
+169.42%
|
767.26
+11.13%
|
690.39
+5.92%
|
651.78
+21.19%
|
537.81
+0.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,296.02
+189.65%
|
792.69
-61.65%
|
2,067.17
+169.42%
|
767.26
+11.13%
|
690.39
+5.92%
|
651.78
+21.19%
|