บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
15.70
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ในไตรมาสที่ 4 ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมีจํานวน 30.99 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 126.15 ล้านบาท
ในส่วนของภาพรวมทั้งปี กำไรเพิ่มขึ้นจากรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.30 โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ ร้อยละ 23.80 และธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์ ที่ร้อยละ 1.71 โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมมาจากฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
โดยเฉพาะในสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย
สําหรับธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์และ ศูนย์บริการมีการเติบโตที่ลดลงโดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยประเทศมาเลเซียมีการล็อกดาวน์อย่าง เต็มกําลังในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2564 และในประเทศไทยมีการล็อกดาวน์บางส่วนในเดือนกรกฎาคมถึง สิงหาคม 2564 โดยรวมแล้วการเพิ่มขึ้นของรายได้ยังคงสอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรม ในแง่ของปริมาณการผลิต
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10442 out_tok=2625 at=2026-07-25T05:59:00 -->
AH กำไร Q3/2565 พุ่ง 156% รับอานิสงส์ผลิตชิ้นส่วน-ตัวแทนจำหน่ายโต
รายได้รวมโต 70.3% จากปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิพุ่ง 156.1% สู่ระดับ 601 ล้านบาท จากการเติบโตของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่แข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AH ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นถึง 72.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นถึง 156.1% มาอยู่ที่ 601 ล้านบาท
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ AH เติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาส 3/2565 คือการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ในสองกลุ่มธุรกิจหลัก ได้แก่ ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโต 51.1% และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่เติบโตถึง 162.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2564 ซึ่งเป็นฐานที่ค่อนข้างต่ำจากผลกระทบของโควิด-19 และการขาดแคลนชิปในปีที่แล้ว
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์:** ได้รับแรงหนุนจากปริมาณคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้ารายหลัก การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เติบโตถึง 68.3% รวมถึงการฟื้นตัวของตลาดในจีนและโปรตุเกสที่เติบโต 27.5% และ 12.7% ตามลำดับ ปัจจัยเหล่านี้ช่วยชดเชยผลกระทบจากการขาดแคลนไมโครชิปและการระบาดของโควิด-19 ในช่วงไตรมาส 3/2564
* **ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์:** ยอดขายที่สูงขึ้นทั้งในประเทศไทยและมาเลเซียเป็นผลมาจากการเปิดโชว์รูมใหม่หลายแห่ง เช่น Mazda, MG, Mitsubishi และ Ford รวมถึงการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ของ Ford ที่ช่วยกระตุ้นยอดขาย นอกจากนี้ มาตรการยกเว้นภาษีการขายและบริการ (SST) ในมาเลเซียที่กำลังจะสิ้นสุดลง ก็เป็นอีกปัจจัยที่เร่งให้เกิดการตัดสินใจซื้อ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ได้รับอานิสงส์จากการที่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยยอดผลิตในประเทศเพิ่มขึ้น 34.5% และยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 25.9% ในไตรมาส 3/2565 ประกอบกับความพยายามในการกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มที่หลากหลายมากขึ้น ส่วนธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ แม้ว่ามาตรการ SST ในมาเลเซียจะสิ้นสุดลง แต่การเปิดโชว์รูมใหม่และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 156.1% YoY** แตะ 601 ล้านบาท จาก 235 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/2565 โต 70.3% YoY** สู่ระดับ 7,550 ล้านบาท
* **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เติบโต 51.1%** จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่
* **ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์โต 162.8%** จากการเปิดโชว์รูมใหม่และการกระตุ้นยอดขายในมาเลเซีย
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น** จาก 9.3% เป็น 11.1% จากปริมาณคำสั่งซื้อที่มากขึ้นและการปรับราคาขายในโปรตุเกส
* **กำไรจากการดำเนินงานหลัก (ไม่รวม FX) โต 236.2% YoY** สู่ระดับ 426 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH มีรายได้รวม 7,550 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 7,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 72.0% เป็นผลมาจากการเติบโตของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 105.3% เป็น 813 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 9.3% เป็น 11.1% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 46.9% แต่เมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดลงจาก 7.0% เป็น 6.0% ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 156.1% เป็น 601 ล้านบาท
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 20,707 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.7% และมีกำไรสุทธิ 1,413 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ยอดผลิต ยอดจำหน่าย และยอดส่งออกรถยนต์ในประเทศไทยปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการฟื้นตัวของอุตสาหกรรม
* **การขยายธุรกิจตัวแทนจำหน่าย:** การเปิดโชว์รูมใหม่และการเพิ่มแบรนด์รถยนต์เข้ามาในพอร์ตโฟลิโอ ช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และส่วนแบ่งการตลาด
* **การกระจายผลิตภัณฑ์:** ความพยายามในการกระจายผลิตภัณฑ์ไปยังกลุ่มที่หลากหลายมากขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงผลิตภัณฑ์ใดผลิตภัณฑ์หนึ่ง
* **การปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงาน:** การทำกิจกรรม Kaizen เพื่อลดต้นทุนคงที่ตั้งแต่ช่วงโควิด-19 ยังคงส่งผลดีต่อการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ราคาวัตถุดิบจะเริ่มทรงตัวในไตรมาส 3 แต่ยังคงมีความเสี่ยงจากการปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบในอนาคต
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** มาตรการยกเว้นภาษีการขายและบริการ (SST) ในมาเลเซียที่สิ้นสุดลง อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายในระยะต่อไป
* **ความล่าช้าในการปรับราคาขาย:** การปรับราคาขายอาจมีความล่าช้าเมื่อเทียบกับการปรับขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายหลักในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
* ผลกระทบจากการสิ้นสุดมาตรการ SST ในมาเลเซียต่อยอดขายรถยนต์
* ความสามารถในการปรับราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน
* การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายตลาดในธุรกิจตัวแทนจำหน่าย
* สถานการณ์การขาดแคลนชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในอุตสาหกรรมยานยนต์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization และ Order Book:** ปริมาณคำสั่งซื้อที่มากขึ้นในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์บ่งชี้ถึง Utilization ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ในส่วนนี้สะท้อนถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
**ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงความล่าช้าในการปรับราคาขายจากการปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบสำหรับบริษัทย่อยในโปรตุเกสในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 แต่ราคาวัตถุดิบเริ่มทรงตัวในไตรมาสที่ 3 ปี 2565 และผลของการปรับราคาได้สะท้อนเข้ามาในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งช่วยให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 9.3% ใน Q3/2564 เป็น 11.1% ใน Q3/2565 ซึ่งเป็นผลจากปริมาณคำสั่งซื้อที่มากขึ้น การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ และการปรับราคาขายในโปรตุเกส
**การส่งออก:** ยอดส่งออกรถยนต์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้น 25.9% ใน Q3/2565 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออุตสาหกรรมโดยรวม และส่งผลดีต่อธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ของ AH
**ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 175 ล้านบาทใน Q3/2565 เพิ่มขึ้น 62.0% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเงินกู้สกุล USD สำหรับธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ SGAH และเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด
**สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย ซึ่งเป็นเรื่องปกติในการดำเนินธุรกิจ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 25,485 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% จากสิ้นปี 2564 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ รวมถึงเงินลงทุนในบริษัทร่วม หนี้สินรวมอยู่ที่ 15,631 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.4% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 11.8% เป็น 9,855 ล้านบาท จากกำไรสะสมในช่วง 9 เดือนแรกของปี อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/Equity) ปรับตัวดีขึ้นจาก 1.0 เท่า มาอยู่ที่ 0.8 เท่า
## สรุปท้าย
AH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 156.1% จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและมาตรการกระตุ้นยอดขายในต่างประเทศ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ แต่แนวโน้มการเติบโตของอุตสาหกรรมและกลยุทธ์การขยายธุรกิจของบริษัทฯ ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนที่น่าจับตาสำหรับผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,484.96
ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
482.35
ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.44
%
กำไรสุทธิ
105.56
ล้านบาท
↓ 12% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.63
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,485
↑ + 2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
482
↑ + 1.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
106
↓ -12%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
6.83
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
33.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-808
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,580
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-807.97
-44.31%
|
-1,450.87
-54.15%
|
-3,164.24
+151.82%
|
-1,256.55
+34.66%
|
-933.12
-236.32%
|
684.53
+655.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,579.82
-355.42%
|
-618.52
-119.44%
|
3,181.12
+5,125.23%
|
60.88
-48.77%
|
118.84
-83.33%
|
712.69
-413.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
419.20
-86.79%
|
3,172.28
+237.67%
|
939.47
+40.46%
|
668.85
+105.28%
|
325.83
-111.27%
|
-2,890.22
+3,770.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,320.67
+23.78%
|
1,066.99
-3.38%
|
1,104.36
-798.34%
|
-158.14
+12.82%
|
-140.17
-86.96%
|
-1,075.10
+810.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
792.69
-61.65%
|
2,067.17
+169.42%
|
767.26
+11.13%
|
690.39
+5.92%
|
651.78
+21.19%
|
537.81
+0.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,296.02
+189.65%
|
792.69
-61.65%
|
2,067.17
+169.42%
|
767.26
+11.13%
|
690.39
+5.92%
|
651.78
+21.19%
|