บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
15.70
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
ในไตรมาสที่ 4 ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมีจํานวน 30.99 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 126.15 ล้านบาท
ในส่วนของภาพรวมทั้งปี กำไรเพิ่มขึ้นจากรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.30 โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ ร้อยละ 23.80 และธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์ ที่ร้อยละ 1.71 โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมมาจากฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
โดยเฉพาะในสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย
สําหรับธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์และ ศูนย์บริการมีการเติบโตที่ลดลงโดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยประเทศมาเลเซียมีการล็อกดาวน์อย่าง เต็มกําลังในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2564 และในประเทศไทยมีการล็อกดาวน์บางส่วนในเดือนกรกฎาคมถึง สิงหาคม 2564 โดยรวมแล้วการเพิ่มขึ้นของรายได้ยังคงสอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรม ในแง่ของปริมาณการผลิต
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16556 out_tok=3453 at=2026-08-11T21:15:27 -->
# AH กำไร Q2/2569 พุ่ง 80.8% รับแรงหนุนธุรกิจตัวแทนจำหน่าย-ส่วนแบ่ง บจก.ร่วม
## รายได้รวมโต 1.7% กำไรสุทธิพุ่งแรง 80.8% จากการดำเนินงานที่ดีขึ้นและส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้น
บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 195.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 80.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตเพียง 1.7% โดยปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่เติบโตโดดเด่น และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ AH ในไตรมาส 2/2569 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 80.8% (YoY) มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม/ร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรสุทธิ (ไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน) เพิ่มขึ้นถึง 78.0% จาก 113.3 ล้านบาท เป็น 201.7 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์:** รายได้ในส่วนนี้เติบโตถึง 16.8% โดยมีแรงหนุนหลักจากการดำเนินงานในประเทศมาเลเซียที่ยอดขายรถยนต์ Proton เติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความสำเร็จของรถยนต์ไฟฟ้า Proton e.MAS และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ขณะที่ในประเทศไทย ยอดขายรถยนต์ MG ก็เติบโตได้ดีจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮบริด (HEV) ที่สูงขึ้น
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม/ร่วมค้า:** ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นถึง 57.6% จาก 64.6 ล้านบาท เป็น 101.8 ล้านบาท ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่ามาจากการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่สูงขึ้นจากบริษัทร่วมค้า
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนอื่นๆ ที่ช่วยเสริมผลประกอบการ ได้แก่:
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีขึ้น:** GPM ปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 7.4% เป็น 8.5% โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับตัวดีขึ้นของ GPM จากการดำเนินงานในประเทศโปรตุเกส ซึ่งกลับมาดำเนินการผลิตได้เต็มที่หลังเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง:** ต้นทุนทางการเงินสุทธิลดลง 16.8% จาก 81.9 ล้านบาท เป็น 68.1 ล้านบาท เนื่องจากรายได้ทางการเงินส่วนใหญ่มาจากดอกเบี้ยรับจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน Sakthi Auto Component Limited (SACL) ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง:** ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลงถึง 38.0% ซึ่งส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิ
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์มีรายได้ลดลง 4.7% โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายที่ลดลงในประเทศไทยและจีน จากราคาวัตถุดิบเหล็กที่ลดลงทำให้ราคาขายเฉลี่ยลดลง และปริมาณการผลิตที่ลดลงตามยอดผลิตรถยนต์ในไทยที่ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ เนื่องจากตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในมาเลเซียยังคงขยายตัวอย่างรวดเร็ว และ Proton เป็นผู้นำในตลาดนี้ รวมถึงการเติบโตของยอดขาย MG ในไทยที่ได้รับแรงหนุนจากความต้องการรถยนต์ EV/HEV ที่สูงขึ้น
ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม/ร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นนั้น หากบริษัทร่วมค้ายังคงมีผลประกอบการที่ดี ก็มีโอกาสที่จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในระดับสูงต่อไปได้
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการคาดว่าสภาวะตลาดโดยรวมยังคงมีความท้าทาย โดยเฉพาะอุปสงค์ในตลาดส่งออกที่อ่อนตัว แรงกดดันต่อยอดขายรถกระบะ และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่ง AH จะยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/2569 พุ่ง 80.8% YoY** แตะ 195.4 ล้านบาท จาก 108.1 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/2569 เติบโต 1.7% YoY** อยู่ที่ 6,744.7 ล้านบาท
* **ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เติบโตโดดเด่น 16.8% YoY** โดยเฉพาะในมาเลเซีย (Proton) และไทย (MG)
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม/ร่วมค้าเพิ่มขึ้น 57.6% YoY** เป็น 101.8 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้น** จาก 7.4% เป็น 8.5%
* **ต้นทุนทางการเงินสุทธิลดลง 16.8% YoY**
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2569 เพิ่มขึ้น 23.0% YoY** อยู่ที่ 509.7 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 2/2569:** บริษัทฯ มีรายได้รวม 6,744.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 1.7% ขณะที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 0.5% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 17.4% เป็น 564.9 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 7.4% เป็น 8.5% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 10.3% กำไรจากการดำเนินงานก่อนส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม/ร่วมค้า เพิ่มขึ้น 25.9% เป็น 197.4 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม/ร่วมค้า เพิ่มขึ้น 57.6% เป็น 101.8 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 35.1% เป็น 299.2 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินลดลง 16.8% และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 38.0% ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 80.8% เป็น 195.4 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 2.9%)
**6 เดือนแรกปี 2569:** บริษัทฯ มีรายได้รวม 13,158.2 ล้านบาท ลดลง 2.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายและบริการลดลง 2.3% ต้นทุนขายและบริการลดลง 3.1% ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 6.8% เป็น 1,224.3 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 8.6% เป็น 9.4% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 8.4% กำไรจากการดำเนินงานก่อนส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม/ร่วมค้า เพิ่มขึ้น 2.1% เป็น 518.3 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม/ร่วมค้า เพิ่มขึ้น 45.2% เป็น 182.2 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น 10.6% เป็น 700.5 ล้านบาท ต้นทุนทางการเงินลดลง 11.4% และค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 37.1% ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 23.0% เป็น 509.7 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 3.9%)
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และไฮบริด (HEV):** ความต้องการรถยนต์กลุ่มนี้ที่สูงขึ้นในมาเลเซียและไทย เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจตัวแทนจำหน่าย โดยเฉพาะแบรนด์ MG และ Proton
* **การขยายตัวของธุรกิจในโปรตุเกสและมาเลเซีย:** การเติบโตที่แข็งแกร่งในสองประเทศนี้ ช่วยชดเชยผลกระทบจากตลาดอื่น และสะท้อนถึงประโยชน์ของการกระจายฐานการดำเนินงาน
* **การแสวงหาโอกาสในธุรกิจชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า:** บริษัทฯ มีแผนที่จะแสวงหาโอกาสทางธุรกิจในกลุ่มชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งเป็นตลาดที่มีแนวโน้มเติบโตสูง
* **การติดตั้ง Solar Rooftop:** การขยายการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาจะช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานและสนับสนุนเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของตลาดส่งออก:** อุปสงค์ในตลาดส่งออกที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะผลกระทบจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางต่อเส้นทางการขนส่ง และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน
* **แรงกดดันต่อยอดขายรถกระบะ:** ตลาดรถกระบะยังคงเผชิญแรงกดดันจากระดับหนี้ครัวเรือนที่สูงและความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ
* **การแข่งขันที่รุนแรงในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า:** การแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า อาจส่งผลต่อราคาขายและอัตรากำไร
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ในไตรมาสนี้ราคาเหล็กที่ลดลงส่งผลต่อราคาขายเฉลี่ย แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ความเสี่ยงเฉพาะประเทศ:** แม้การกระจายการดำเนินงานจะช่วยลดผลกระทบ แต่ความเสี่ยงทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือกฎระเบียบในแต่ละประเทศยังคงมีอยู่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายรถยนต์ Proton ในมาเลเซีย:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของแบรนด์นี้จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อธุรกิจตัวแทนจำหน่าย
* **การเติบโตของยอดขายรถยนต์ MG ในไทย:** การตอบรับของตลาดต่อรถยนต์ EV และ HEV ของ MG จะส่งผลต่อรายได้ในประเทศ
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม/ร่วมค้า:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของบริษัทเหล่านี้
* **ทิศทางอุปสงค์ในตลาดส่งออก:** การฟื้นตัวหรือชะลอตัวของตลาดส่งออกจะมีผลต่อธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์
* **ความคืบหน้าในการแสวงหาโอกาสธุรกิจชิ้นส่วน EV:** กลยุทธ์และการลงทุนในกลุ่มนี้จะกำหนดทิศทางการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงาน:** ท่ามกลางสภาวะตลาดที่ท้าทาย การควบคุมต้นทุนจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์:** รายได้ลดลง 4.7% YoY โดยได้รับผลกระทบจากยอดขายที่ลดลงในไทยและจีน สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบเหล็กที่ลดลงทำให้ราคาขายเฉลี่ยลดลง และปริมาณการผลิตที่ลดลงตามยอดผลิตรถยนต์ในไทยที่ลดลง รวมถึงการสิ้นสุดคำสั่งผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของ VinFast อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานในโปรตุเกสและมาเลเซียมีการเติบโตที่ดี ช่วยชดเชยผลกระทบได้บางส่วน
* **ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์:** รายได้เติบโต 16.8% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากมาเลเซีย (Proton) ที่ยอดขายเติบโตแข็งแกร่งจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่และ EV ในขณะที่ไทย ยอดขาย MG เติบโตได้ดีจากความต้องการ EV/HEV ที่สูงขึ้น
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารระบุว่าราคาวัตถุดิบเหล็กที่ปรับตัวลดลงส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รายได้ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ลดลง
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 6.3 ล้านบาทในไตรมาสนี้ เทียบกับ 5.2 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเกิดจากรายการทางการค้าที่เป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ
* **การกระจายตัวของธุรกิจ:** การมีฐานการดำเนินงานที่กระจายตัวในหลายประเทศ เช่น โปรตุเกส มาเลเซีย จีน และไทย ช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยงเฉพาะประเทศ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น Q2/2569 อยู่ที่ 24,465.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.3% จากสิ้นปี 2568 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 12,357.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.6% จากสิ้นปี 2568 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 12,107.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.0% จากสิ้นปี 2568 ส่วนใหญ่มาจากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นระหว่างงวด
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/Equity):** อยู่ในระดับต่ำที่ 0.5 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและมีสภาพคล่องเพียงพอ
## สรุปท้าย
AH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 80.8% จากการขับเคลื่อนของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในมาเลเซียและไทย รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น แม้ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จะเผชิญแรงกดดันจากยอดขายที่ลดลงในบางประเทศ แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ลดลงได้ช่วยหนุนผลกำไรโดยรวม แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์จะยังคงเผชิญความท้าทายจากตลาดส่งออกและการแข่งขันที่รุนแรง แต่ AH ยังคงมีโอกาสจากการเติบโตของรถยนต์ EV และแผนการขยายธุรกิจในกลุ่มชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,484.96
ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
482.35
ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.44
%
กำไรสุทธิ
105.56
ล้านบาท
↓ 12% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.63
%
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,485
↑ + 2.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
482
↑ + 1.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
106
↓ -12%
YoY
D/E Ratio
1.03
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
6.83
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
33.94
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-808
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,580
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-807.97
-44.31%
|
-1,450.87
-54.15%
|
-3,164.24
+151.82%
|
-1,256.55
+34.66%
|
-933.12
-236.32%
|
684.53
+655.47%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1,579.82
-355.42%
|
-618.52
-119.44%
|
3,181.12
+5,125.23%
|
60.88
-48.77%
|
118.84
-83.33%
|
712.69
-413.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
419.20
-86.79%
|
3,172.28
+237.67%
|
939.47
+40.46%
|
668.85
+105.28%
|
325.83
-111.27%
|
-2,890.22
+3,770.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,320.67
+23.78%
|
1,066.99
-3.38%
|
1,104.36
-798.34%
|
-158.14
+12.82%
|
-140.17
-86.96%
|
-1,075.10
+810.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
792.69
-61.65%
|
2,067.17
+169.42%
|
767.26
+11.13%
|
690.39
+5.92%
|
651.78
+21.19%
|
537.81
+0.07%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,296.02
+189.65%
|
792.69
-61.65%
|
2,067.17
+169.42%
|
767.26
+11.13%
|
690.39
+5.92%
|
651.78
+21.19%
|