AH
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
AH
บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
15.20
+0.10 (+0.66%)

สรุปสั้น

ในไตรมาสที่ 4 ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมีจํานวน 30.99 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนที่ 126.15 ล้านบาท ในส่วนของภาพรวมทั้งปี กำไรเพิ่มขึ้นจากรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นร้อยละ 17.30 โดยมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ส่วนธุรกิจการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ ร้อยละ 23.80 และธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์ ที่ร้อยละ 1.71 โดยการเพิ่มขึ้นของรายได้รวมมาจากฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งใน ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ โดยเฉพาะในสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย สําหรับธุรกิจตัวแทนจําหน่ายรถยนต์และ ศูนย์บริการมีการเติบโตที่ลดลงโดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยประเทศมาเลเซียมีการล็อกดาวน์อย่าง เต็มกําลังในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกลางเดือนสิงหาคม 2564 และในประเทศไทยมีการล็อกดาวน์บางส่วนในเดือนกรกฎาคมถึง สิงหาคม 2564 โดยรวมแล้วการเพิ่มขึ้นของรายได้ยังคงสอดคล้องกับการเติบโตของอุตสาหกรรม ในแง่ของปริมาณการผลิต

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11553 out_tok=3062 at=2026-07-25T00:48:52 --> AH กำไรสุทธิ Q2/2566 ทรงตัว แต่กำไรหลักโตเด่น รับอานิสงส์ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ฝ่ายจัดการ AH ชี้รายได้รวม Q2/2566 เติบโต 15.9% หนุนโดยธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ขณะที่กำไรขั้นต้นขยายตัวได้ดีจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและการปรับราคาขาย ด้านกำไรสุทธิทรงตัวเนื่องจากผลกระทบจากส่วนแบ่งกำไรเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน **หัวใจกำไรของ AH ในไตรมาส 2/2566 อยู่ที่การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งเป็นผลมาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ และการขยายสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงขึ้น รวมถึงธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่เติบโตจากการเปิดโชว์รูมใหม่ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่ทรงตัวเกิดจากปัจจัยลบจากส่วนแบ่งกำไรเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** **1) หัวใจคืออะไร** หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AH ในไตรมาส 2/2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 16.4%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะใน **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่เติบโต 13.8%** และ **ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ที่เติบโต 23.6%** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 24.2% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิที่ทรงตัวอยู่ที่ 410.0 ล้านบาท (เพิ่มขึ้นเพียง 0.0%) เมื่อเทียบกับ 409.8 ล้านบาทในปีก่อน เป็นผลมาจาก **การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม/ร่วมค้าถึง 74.0%** **2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น** การเติบโตของรายได้ใน **ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์** มาจากหลายปัจจัย ได้แก่ คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ตั้งแต่ไตรมาส 3/2565 คำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นสำหรับการส่งออกไปยังต่างประเทศ และความพยายามในการกระจายผลิตภัณฑ์ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นและหลากหลายยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในประเทศไทยที่เติบโต 18.4% และจีนที่เติบโต 63.9% (แม้ฐานปีก่อนจะต่ำจากการล็อกดาวน์) ส่วน **ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์** เติบโตจากการเปิดโชว์รูม Ford ในไทยตั้งแต่ ส.ค. 2565 และ Proton ในมาเลเซียตั้งแต่ ต.ค. 2565 รวมถึงการออกโมเดลใหม่ของ Proton ในปี 2566 อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นจาก 10.1% เป็น 10.8% มาจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อรถยนต์รุ่นใหม่ ผลิตภัณฑ์ใหม่ การปรับราคาขายในโปรตุเกส และการเพิ่มแบรนด์ใหม่ในธุรกิจตัวแทนจำหน่าย ในทางกลับกัน **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม/ร่วมค้าที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** เกิดจาก 3 สาเหตุหลัก คือ 1) ไม่ได้รับส่วนแบ่งกำไรจาก Hyundai Motor (Thailand) เนื่องจากกลุ่ม Hyundai เข้ามาทำธุรกิจเองตั้งแต่ 1 เม.ย. 2566 2) ส่วนแบ่งกำไรจาก SACL (อินเดีย) ลดลง และ 3) บริษัทร่วม Purem AAPICO ในไทยและมาเลเซียยังไม่เริ่มการผลิต ทำให้รับรู้ค่าใช้จ่ายในการเริ่มโปรเจกต์ก่อน **3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่** **มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของรายได้และกำไรจากการดำเนินงานหลัก แต่ต้องจับตาผลกระทบจากส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม** การเติบโตของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คาดว่าจะต่อเนื่องจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและการขยายผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ส่วนธุรกิจตัวแทนจำหน่ายก็จะได้ประโยชน์จากการเปิดโชว์รูมใหม่และโมเดลรถยนต์ที่หลากหลาย อย่างไรก็ตาม การที่ Hyundai Motor (Thailand) หยุดดำเนินกิจการและเปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งกำไรอย่างชัดเจน ซึ่งต้องติดตามว่าจะมีผลกระทบต่อเนื่องในระยะยาวหรือไม่ ส่วน JV company Purem AAPICO คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในเดือน ก.ย. และ ธ.ค. 2566 ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q2/2566 เติบโต 15.9% YoY** แตะ 7,354 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 16.4% * **กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 24.2% YoY** เป็น 772.3 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นขยับขึ้นจาก 10.1% เป็น 10.8% * **กำไรสุทธิ Q2/2566 ทรงตัว 0.0% YoY** อยู่ที่ 410.0 ล้านบาท * **กำไรสุทธิ (ไม่รวม FX) เพิ่มขึ้น 6.5% YoY** เป็น 299.1 ล้านบาท สะท้อนการดำเนินงานหลักที่แข็งแกร่ง * **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม/ร่วมค้าลดลง 74.0% YoY** เหลือ 31.7 ล้านบาท เป็นปัจจัยกดดันกำไรสุทธิ * **ยอดผลิตรถยนต์ในประเทศ Q2/2566 เพิ่มขึ้น 6.1% YoY** และยอดส่งออกเพิ่มขึ้น 23.5% ขณะที่ยอดขายในประเทศลดลง 3.6% ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 7,354 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 7,153 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.4% จากการเติบโตของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์และธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 24.2% เป็น 772.3 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจาก 10.1% เป็น 10.8% ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 3.9% แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลงจาก 6.5% เป็น 5.8% กำไรจากการดำเนินงานหลักเพิ่มขึ้น 15.8% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิอยู่ที่ 410.0 ล้านบาท ทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม/ร่วมค้าลดลง 74.0% รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีที่สูงขึ้น สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 15,516 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.9% และกำไรสุทธิ 971.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรสุทธิไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 30.5% เป็น 896.3 ล้านบาท ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์:** ได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ และการขยายสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูงขึ้น รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้า * **การขยายธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์:** การเปิดโชว์รูมใหม่และการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มยอดขายและรายได้ * **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** ยอดผลิตและการส่งออกรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมอุตสาหกรรม * **การลงทุนใน JV Company:** โรงงาน Purem AAPICO ในไทยและมาเลเซียที่คาดว่าจะเริ่มผลิตในครึ่งหลังปี 2566 จะสร้างรายได้และกำไรในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ส่วนใหญ่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสด และความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้ * **การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจของลูกค้า:** การที่ Hyundai Motor (Thailand) เปลี่ยนรูปแบบการทำธุรกิจ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อส่วนแบ่งกำไรของ AH * **ความเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อรถยนต์:** เป็นปัจจัยกดดันยอดขายรถยนต์ในประเทศ โดยเฉพาะรถกระบะและรถบรรทุก * **การขาดแคลนชิ้นส่วนบางอย่าง:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตของผู้ผลิตรถยนต์ในบางประเทศ เช่น โปรตุเกส ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มคำสั่งซื้อจากลูกค้าต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ * **ผลประกอบการของ JV Company Purem AAPICO:** เมื่อเริ่มการผลิตในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2566 * **การเปลี่ยนแปลงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม/ร่วมค้า:** โดยเฉพาะผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจของลูกค้า * **สถานการณ์การปล่อยสินเชื่อรถยนต์:** และผลกระทบต่อยอดขายในประเทศ * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **Utilization และ Order Book:** เอกสารระบุถึง "คำสั่งซื้อที่มากขึ้น" และ "คำสั่งซื้อที่ต่อเนื่องจากลูกค้าต่างประเทศ" ในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ซึ่งบ่งชี้ถึงระดับ utilization ที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ระบุตัวเลข utilization หรือ order book โดยตรง แต่การเติบโตของรายได้ 13.8% ในธุรกิจนี้สะท้อนถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของยอดขาย และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น อาจบ่งชี้ว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดี หรือมีการปรับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 10.1% ใน Q2/2565 เป็น 10.8% ใน Q2/2566 ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยที่กล่าวไปข้างต้น **การส่งออก:** มีการกล่าวถึงคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นสำหรับการส่งออกไปยังต่างประเทศในธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และยอดส่งออกรถยนต์ในประเทศที่เพิ่มขึ้น 23.5% ใน Q2/2566 **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 110.9 ล้านบาทใน Q2/2566 เทียบกับ 128.9 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเกิดจากการอ่อนค่าของเงินบาท แต่ส่วนใหญ่เป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดจากการกู้ยืมในสกุล USD **สินค้าคงคลัง:** สินทรัพย์รวมลดลง 1.8% โดยส่วนใหญ่เป็นการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 25,010.0 ล้านบาท ลดลง 1.8% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมลดลง 8.0% เป็น 14,303.4 ล้านบาท จากการลดลงของเจ้าหนี้การค้าและเงินกู้ยืมธนาคาร ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 7.8% เป็น 10,706.6 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น อัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/Equity) ปรับตัวดีขึ้นจาก 0.8 เท่าใน Q2/2565 มาอยู่ที่ 0.6 เท่าใน Q2/2566 อัตราส่วนทางการเงินอื่นๆ เช่น ROE อยู่ที่ 20.3% และ ROA อยู่ที่ 8.1% ซึ่งสูงกว่าใน Q2/2565 เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง ## สรุปท้าย AH ในไตรมาส 2/2566 แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งในการดำเนินงานหลัก โดยเฉพาะธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่ได้รับอานิสงส์จากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่งผลให้รายได้และกำไรขั้นต้นเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิถูกกดดันจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด แม้จะมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องจากธุรกิจหลักและการลงทุนใหม่ แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างธุรกิจของลูกค้า ยังคงเป็นประเด็นที่นักลงทุนควรพิจารณาควบคู่ไปกับแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เริ่มฟื้นตัว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AH ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
6,484.96 ล้านบาท
↑ 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น
482.35 ล้านบาท
↑ 1.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.44 %
กำไรสุทธิ
105.56 ล้านบาท
↓ 12% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.63 %
D/E Ratio
1.03
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
6,485
↑ + 2.7% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
482
↑ + 1.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
106
↓ -12% YoY
D/E Ratio
1.03

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
6,484.96
+2.72%
6,312.98
-10.41%
7,046.17
-7.74%
7,637.49
+31.28%
5,817.89
+4.76%
5,553.60
+1.64%
กำไรขั้นต้น —
482.35
+1.82%
473.74
-42.14%
818.73
-18.91%
1,009.71
+74.72%
577.90
+20.09%
481.23
-15.78%
ค่าใช้จ่ายรวม —
416.25
+1.23%
411.18
-6.11%
437.97
+7.88%
405.98
-9.57%
448.93
+13.06%
397.07
+17.82%
กำไรสุทธิ —
105.56
-11.96%
119.90
-12.91%
137.67
-66.48%
410.71
+219.67%
128.48
-17.96%
156.61
+121.11%
กำไรต่อหุ้น —
0.31
-12.04%
0.36
-12.93%
0.41
-66.45%
1.22
+219.90%
0.38
-18.03%
0.47
+121.11%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
7.44
-0.80%
7.50
-35.46%
11.62
-12.10%
13.22
+33.13%
9.93
+14.53%
8.67
-17.11%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
6.42
-1.38%
6.51
+4.66%
6.22
+16.92%
5.32
-31.09%
7.72
+7.97%
7.15
+15.88%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
1.63
-14.21%
1.90
-2.56%
1.95
-63.75%
5.38
+143.44%
2.21
-21.63%
2.82
+120.77%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
1.71
+107.76%
-22.05
-102.24%
985.78
+248.78%
-662.57
-55.05%
-427.34
-12.67%
-379.29
-2,526.66%
ROE(%) —
6.83
-2.43%
7.00
-55.58%
15.76
-21.67%
20.12
+57.06%
12.81
+537.31%
2.01
-72.20%
ROA(%) —
5.08
-5.22%
5.36
-36.04%
8.38
-14.66%
9.82
+47.89%
6.64
+164.54%
2.51
-45.32%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.03
-6.36%
1.10
-11.29%
1.24
-20.51%
1.56
-1.27%
1.58
-16.40%
1.89
+76.64%
P/E —
5.68
-20.67%
7.16
+35.61%
5.28
-22.92%
6.85
-25.46%
9.19
0.00
-100.00%
P/BV —
0.39
-25.00%
0.52
-44.09%
0.93
-16.22%
1.11
-0.89%
1.12
+43.59%
0.78
+32.20%
BV —
32.47
+4.04%
31.21
+3.83%
30.06
+11.96%
26.85
+11.83%
24.01
+5.03%
22.86
-9.50%
YIELD(%) —
6.27
-41.35%
10.69
+94.36%
5.50
+74.05%
3.16
+519.61%
0.51
-74.24%
1.98
-77.03%
ราคาหุ้น —
12.60
-22.70%
16.30
-41.79%
28.00
-5.88%
29.75
+10.19%
27.00
+51.69%
17.80
+20.27%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.03
ROE (%)
6.83
ROA (%)
5.08
Book Value/หุ้น
34.32

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
9,308.91
+0.91%
9,225.33
-17.43%
11,173.04
+21.66%
9,184.11
+46.09%
6,286.48
-4.26%
6,565.95
+12.13%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
13,931.59
+0.58%
13,850.66
-1.91%
14,120.25
-13.29%
16,284.92
-0.92%
16,436.01
+4.16%
15,780.10
+2.22%
รวมสินทรัพย์ —
23,240.50
+0.71%
23,075.98
-8.77%
25,293.30
-0.69%
25,469.03
+12.09%
22,722.49
+1.68%
22,346.05
+4.95%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
7,926.82
-6.95%
8,518.71
-26.77%
11,632.94
+3.52%
11,237.44
+22.70%
9,158.11
+8.43%
8,446.28
+0.63%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
3,892.18
+9.20%
3,564.24
+52.07%
2,343.80
-45.52%
4,302.10
-9.42%
4,749.59
-22.88%
6,158.49
+13.66%
รวมหนี้สิน —
11,819.00
-2.18%
12,082.95
-13.55%
13,976.74
-10.06%
15,539.54
+11.73%
13,907.70
-4.77%
14,604.77
+5.74%
รวมส่วนของเจ้าของ —
11,421.50
+3.90%
10,993.04
-2.86%
11,316.56
+13.97%
9,929.49
+12.65%
8,814.80
+13.87%
7,741.29
+3.48%
D/E —
1.03
1.10
1.24
1.56
1.58
1.89
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
6.83
7.00
15.76
20.12
12.81
2.01
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
5.08
5.36
8.38
9.82
6.64
2.51
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.17
1.08
0.96
0.82
0.69
0.78
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.73
0.64
0.63
0.45
0.33
0.41
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
48.23
50.38
0.00
0.00
45.40
51.16
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
49.98
52.54
0.00
0.00
56.34
62.57
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
80.55
92.79
0.00
0.00
90.15
96.81
วงจรเงินสด —
17.65
10.13
0.00
0.00
11.59
16.93
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-808
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,580
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AH

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-807.97
-44.31%
-1,450.87
-54.15%
-3,164.24
+151.82%
-1,256.55
+34.66%
-933.12
-236.32%
684.53
+655.47%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
1,579.82
-355.42%
-618.52
-119.44%
3,181.12
+5,125.23%
60.88
-48.77%
118.84
-83.33%
712.69
-413.66%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
419.20
-86.79%
3,172.28
+237.67%
939.47
+40.46%
668.85
+105.28%
325.83
-111.27%
-2,890.22
+3,770.66%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1,320.67
+23.78%
1,066.99
-3.38%
1,104.36
-798.34%
-158.14
+12.82%
-140.17
-86.96%
-1,075.10
+810.10%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
792.69
-61.65%
2,067.17
+169.42%
767.26
+11.13%
690.39
+5.92%
651.78
+21.19%
537.81
+0.07%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
2,296.02
+189.65%
792.69
-61.65%
2,067.17
+169.42%
767.26
+11.13%
690.39
+5.92%
651.78
+21.19%