บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
4.84
0.04 (0.82%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16112 out_tok=3688 at=2026-07-26T12:27:13 -->
# WHA กำไรสุทธิ Q3/64 ลดลง 62.6% YoY เหตุขาดรายได้ค่าผ่านทางพิเศษ
## รายได้รวมหด 10.3% YoY แต่รายได้จากการดำเนินงานปกติทรงตัว ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากรายการพิเศษปีที่แล้ว
บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 1,445.9 ล้านบาท ลดลง 10.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 160.3 ล้านบาท ลดลงถึง 62.6% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการบันทึกรายได้ค่าผ่านทาง (right of ways) จำนวน 307.9 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2563 ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ไม่มีในงวดปัจจุบัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ WHA ในไตรมาส 3 ปี 2564 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน คือ **การหายไปของรายได้ค่าผ่านทาง (right of ways) จำนวน 307.9 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่บันทึกได้ในไตรมาส 3 ปี 2563 ทำให้กำไรสุทธิลดลงถึง 62.6% YoY จาก 428.6 ล้านบาท เหลือ 160.3 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณา **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Net Profit)** พบว่าอยู่ที่ 228.5 ล้านบาท ลดลง 47.7% YoY ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบจากการดำเนินงานที่แท้จริง โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานปกติที่ลดลง 6.0% YoY เป็น 1,512.4 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของกำไรสุทธิโดยรวมเกิดจากการที่ **ไม่มีการบันทึกรายได้ค่าผ่านทาง (right of ways) ในไตรมาส 3 ปี 2564** ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปีที่แล้ว ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิในงวดปัจจุบันดูหดตัวลงอย่างมากเมื่อเทียบกับฐานที่สูงของปีก่อน
สำหรับผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติที่ลดลงนั้น มีปัจจัยมาจากหลายส่วน:
* **รายได้จากธุรกิจที่ดินและการขายอสังหาริมทรัพย์** ลดลง 67.8% YoY เป็น 135.0 ล้านบาท หากไม่รวมรายได้ค่าผ่านทางดังกล่าว รายได้จากการขายที่ดินเพิ่มขึ้น 20.6% ตามการเพิ่มขึ้นของยอดโอนที่ดิน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมในธุรกิจไฟฟ้า** ลดลง 87.2% YoY เป็น 19.4 ล้านบาท หากพิจารณาจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Share of Profit) พบว่าเพิ่มขึ้น 4.1% YoY เป็น 252.3 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของโรงไฟฟ้า SPPs แต่ส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงเมื่อรวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและรายการพิเศษ เกิดจากการปิดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า Gheco-One เป็นจำนวน 37 วันในไตรมาส 1 และ 48 วันในไตรมาส 2 และ 3
* **ต้นทุนทางการเงิน** เพิ่มขึ้น 10.1% YoY เป็น 289.2 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
ในทางกลับกัน มีปัจจัยหนุนบางส่วนที่ช่วยชดเชยผลกระทบดังกล่าว เช่น:
* **รายได้ค่าเช่าและค่าบริการ** เพิ่มขึ้น 4.9% YoY เป็น 301.5 ล้านบาท จากอัตราการเช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **รายได้จากการขายและให้บริการระบบสาธารณูปโภค** เพิ่มขึ้น 19.3% YoY เป็น 588.6 ล้านบาท จากความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นทั้งจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ รวมถึงการปรับขึ้นราคาค่าน้ำ
* **รายได้จากธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์** เพิ่มขึ้น 167.1% YoY เป็น 39.7 ล้านบาท จากการบันทึกรายได้จากการให้บริการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์ (EPC) และการเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิต (MW)
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับผลประกอบการสุทธิที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากปัจจัยหลักคือ **การหายไปของรายได้ค่าผ่านทาง (right of ways) ซึ่งเป็นรายการพิเศษ** ที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปี 2563
สำหรับผลประกอบการจากการดำเนินงานปกติที่ลดลงนั้น ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยมีปัจจัยที่อาจส่งผลต่อเนื่อง เช่น การลงทุนในโครงการใหม่ๆ และการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินที่อาจเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากธุรกิจสาธารณูปโภคและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการฟื้นตัวของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมจากการลงทุน FDI ที่มีแนวโน้มดีขึ้น อาจเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยสนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/64 อยู่ที่ 160.3 ล้านบาท ลดลง 62.6% YoY** โดยมีสาเหตุหลักจากการบันทึกรายได้ค่าผ่านทาง (right of ways) จำนวน 307.9 ล้านบาท ใน Q3/63 ซึ่งเป็นรายการพิเศษ
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Net Profit) อยู่ที่ 228.5 ล้านบาท ลดลง 47.7% YoY**
* **รายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร Q3/64 อยู่ที่ 1,445.9 ล้านบาท ลดลง 10.3% YoY**
* **รายได้ค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 4.9% YoY** เป็น 301.5 ล้านบาท จากอัตราการเช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้จากการขายและให้บริการระบบสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 19.3% YoY** เป็น 588.6 ล้านบาท จากความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้น
* **ยอดขายที่ดินใน 9 เดือนแรกปี 64 รวม 285 ไร่** (ไทย 248 ไร่/ เวียดนาม 37 ไร่) และยอดเซ็นต์ MOU รวม 85 ไร่ (เวียดนาม) ดีขึ้นจากปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 1,445.9 ล้านบาท ลดลง 10.3% YoY และลดลง 22.8% QoQ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 160.3 ล้านบาท ลดลง 62.6% YoY และลดลง 38.4% QoQ
หากพิจารณาผลประกอบการปกติ บริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานปกติ 1,512.4 ล้านบาท ลดลง 6.0% YoY และลดลง 20.1% QoQ ส่วนกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 228.5 ล้านบาท ลดลง 47.7% YoY และลดลง 19.1% QoQ
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไร 4,724.7 ล้านบาท ลดลง 2.7% YoY และมีกำไรสุทธิ 555.2 ล้านบาท ลดลง 48.1% YoY
## โอกาส
* **การลงทุน FDI ที่ดีขึ้น:** สถานการณ์การลงทุนและยอด FDI ของประเทศไทยที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงจำนวน Enquiry ของนักลงทุนต่างชาติที่มีมากกว่าปีที่แล้วทั้งปี เป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม
* **นโยบายเปิดประเทศและสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย:** มาตรการปลดล็อคการเดินทางและการเร่งกระจายวัคซีนของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคจะเป็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม
* **ปัญหาขาดแคลนพลังงานในจีน:** แนวโน้มต้นทุนพลังงานไฟฟ้าของจีนที่แพงขึ้น และนโยบายเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ผลักดันให้นักลงทุนจีนและประเทศอื่นๆ มีความต้องการย้ายฐานการผลิตตามยุทธศาสตร์ China Plus One และแสดงความสนใจลงทุนในไทยและเวียดนาม
* **การเติบโตของธุรกิจสาธารณูปโภค:** ความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นจากลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ รวมถึงการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์สำหรับ Gulf SRC เฟส 2 และการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม
* **การขยายธุรกิจไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์:** การเซ็นสัญญาโครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติม และการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) อย่างต่อเนื่อง
* **การลงทุนใน Startup และ Synergy:** การลงทุนในบริษัท Startup เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ และการสร้าง Business Model ที่แตกต่าง
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์โควิด-19 และ Supply Disruption:** การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและเกิด Supply disruption ในหลายห่วงโซ่การผลิต
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** จำนวนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
* **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโรงไฟฟ้า Gheco-One:** การปิดซ่อมบำรุงใหญ่ตามแผนและนอกแผนงานส่งผลกระทบต่อการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร
* **การชะลอตัวของยอดขายที่ดินในเวียดนาม:** การล็อกดาวน์ประเทศเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้การส่งมอบพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมล่าช้ากว่ากำหนด
* **อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจที่ดิน:** การรับรู้รายได้จากการโอนที่ดินในนิคมเวียดนามซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าประเทศไทย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม:** การบรรลุเป้าหมายยอดขายที่ดินในประเทศไทยที่ 750 ไร่ และการฟื้นตัวของยอดขายในเวียดนาม
* **การพัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมใหม่:** ความคืบหน้าในการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 3, WHA RY 36, WHA ESIE 4 และ WHA IER รวมถึงการพัฒนาโครงการในเวียดนาม
* **การเติบโตของธุรกิจสาธารณูปโภค:** ปริมาณการจำหน่ายน้ำและผลิตภัณฑ์น้ำมูลค่าเพิ่ม รวมถึงการเปิดดำเนินการโครงการโรงบำบัดน้ำแห่งใหม่
* **การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์:** การบรรลุเป้าหมาย 90 เมกะวัตต์ในปีนี้ และการพัฒนาโครงการใหม่ๆ
* **การลงทุนในธุรกิจดิจิทัลแพลตฟอร์ม:** การวางแผนติดตั้งเครือข่าย 5G และ FTTx ภายในนิคมอุตสาหกรรม
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** การควบคุมต้นทุนทางการเงินท่ามกลางหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม:** ยอดขายที่ดิน 9 เดือนแรกปี 64 รวม 285 ไร่ (ไทย 248 ไร่/ เวียดนาม 37 ไร่) ดีขึ้นจากปีก่อน สอดคล้องกับสถานการณ์การลงทุน FDI ที่ดีขึ้น มีนักลงทุนต่างชาติสนใจจำนวนมาก โดยเฉพาะจากจีนที่ต้องการย้ายฐานการผลิต (China Plus One) บริษัทฯ มั่นใจยอดขายที่ดินในไทยจะบรรลุเป้าหมาย 750 ไร่ มีนิคมฯ ใหม่ 3 แห่งอยู่ระหว่างพัฒนา คาดแล้วเสร็จปลายปี 64 และต้นปี 65 ส่วนเวียดนามมียอดขาย 37 ไร่ และ MOU 85 ไร่ ชะลอตัวเล็กน้อยจากโควิด-19 แต่มีศักยภาพสูง เร่งพัฒนาพื้นที่เพิ่ม
* **ธุรกิจให้เช่าอสังหาริมทรัพย์:** รายได้ค่าเช่าและค่าบริการ Q3/64 เพิ่มขึ้น 4.9% YoY เป็น 301.5 ล้านบาท จากอัตราการเช่าพื้นที่ที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 72.0%
* **ธุรกิจที่ดินและการขายอสังหาริมทรัพย์:** รายได้ Q3/64 อยู่ที่ 135.0 ล้านบาท ลดลง 67.8% YoY เนื่องจากไม่มีรายได้ค่าผ่านทางพิเศษเหมือนปีก่อน หากไม่รวมรายการนี้ รายได้เพิ่มขึ้น 20.6% ตามยอดโอนที่ดิน อัตรากำไรขั้นต้น Q3/64 อยู่ที่ 43.6% ลดลงจากปีก่อน หากไม่รวมรายการพิเศษ อัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 49.2% (เทียบกับ 49.2% ในปีก่อน) แต่หากไม่รวมรายได้ค่าผ่านทางพิเศษ อัตรากำไรขั้นต้นจะอยู่ที่ 40.5% (เทียบกับ 46.0% ในปีก่อน) เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากการโอนที่ดินในเวียดนามซึ่งมีอัตรากำไรต่ำกว่า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น Q3/64 อยู่ที่ 83,024.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 63 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินให้กู้ยืมแก่กิจการที่เกี่ยวข้องกัน และการจัดประเภทสินทรัพย์เพื่อขายให้กองทรัสต์ WHART
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้น Q3/64 อยู่ที่ 50,681.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 63 โดยหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น 684.4 ล้านบาท เป็น 41,938.1 ล้านบาท จากการขยายธุรกิจต่อเนื่อง แต่ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักลดลง
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้น Q3/64 อยู่ที่ 32,343.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 63 เล็กน้อย
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 1.6 เท่า คงที่จากปีก่อน
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 1.3 เท่า ลดลงจาก 1.4 เท่าในปีก่อน
* **กระแสเงินสด:** ใน 9 เดือนแรกปี 64 มีการใช้เงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวรวม 9,390.0 ล้านบาท และมีการคืนหนี้ระยะสั้นและยาวรวม 7,515.0 ล้านบาท หุ้นกู้สุทธิลดลง 1,170.0 ล้านบาท
## สรุปท้าย
WHA ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจาก **การหายไปของรายได้พิเศษจากค่าผ่านทาง** ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานปกติยังคงแสดงสัญญาณการเติบโตในบางธุรกิจ เช่น **รายได้ค่าเช่าและบริการ รวมถึงรายได้ระบบสาธารณูปโภค** ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมมีแนวโน้มที่ดีจากปัจจัยภายนอกที่เอื้ออำนวย แม้ต้นทุนทางการเงินจะปรับสูงขึ้น แต่บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการหนี้สินและกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ นักลงทุนควรจับตาการบรรลุเป้าหมายยอดขายที่ดิน การพัฒนาโครงการใหม่ๆ และการเติบโตของธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ WHA ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
4,066.52
ล้านบาท
↓ 48.4% YoY
กำไรขั้นต้น
2,089.86
ล้านบาท
↓ 42.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
51.39
%
กำไรสุทธิ
1,246.70
ล้านบาท
↓ 48.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
30.66
%
D/E Ratio
1.64
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,067
↓ -48.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
2,090
↓ -42.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,247
↓ -48.4%
YoY
D/E Ratio
1.64
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — WHA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.64
ROE (%)
12.76
ROA (%)
7.46
Book Value/หุ้น
2.50
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — WHA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+10,360
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1,677
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — WHA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — | — |
10,360.25
-2,231.08%
|
-486.15
-113.88%
|
3,503.19
+1,421.14%
|
230.30
-91.23%
|
2,625.96
+28.27%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — | — |
1,677.42
-370.53%
|
-620.04
-119.39%
|
3,197.51
-43.49%
|
5,658.47
-470.23%
|
-1,528.35
-65.28%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — | — |
-11,102.00
+1,033.89%
|
-979.11
-91.09%
|
-10,993.93
+155.60%
|
-4,301.26
-24,848.33%
|
17.38
-99.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — | — |
-779.76
-62.61%
|
-2,085.31
-51.43%
|
-4,293.21
-370.43%
|
1,587.53
+42.38%
|
1,114.99
-354.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — | — |
6,449.89
-9.77%
|
7,148.08
+100.07%
|
3,572.75
-5.84%
|
3,794.45
+41.54%
|
2,680.76
-15.49%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
3,794.45
+41.54%
|