บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.30
0.20 (1.74%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=23777 out_tok=2715 at=2026-07-26T08:22:02 -->
# TLI กำไรสุทธิปี 2565 โต 10.38% รับผลตอบแทนลงทุนหนุน แม้เบี้ยรับรวมลดลง
## รายได้รวมทรงตัวแต่กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น จากการบริหารพอร์ตลงทุนและสำรองประกันภัยที่ลดลง
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 9,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.38% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย 1.92% เป็น 107,153 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อการเติบโตของกำไรมาจากผลตอบแทนจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนแปลงในสำรองประกันภัยสำหรับสัญญาประกันภัยระยะยาวที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TLI ในปี 2565 ให้เติบโต 10.38% มาจาก **การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนจากการลงทุน** และ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในสำรองประกันภัยสำหรับสัญญาประกันภัยระยะยาว** ซึ่งหักลบล้างผลกระทบจากเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ลดลง และการเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ผลตอบแทนจากการลงทุน:** เพิ่มขึ้น 1.74% เป็น 19,025 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจาก **อัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ปรับสูงขึ้น** ส่งผลให้ดอกเบี้ยรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับการเติบโตของพอร์ตการลงทุนในตราสารหนี้ด้วยเงินที่ได้จากการระดมทุน IPO และการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต แม้จะถูกหักลบด้วยกำไรจากการขายเงินลงทุนที่ลดลง
* **การเปลี่ยนแปลงในสำรองประกันภัยสำหรับสัญญาประกันภัยระยะยาว:** ลดลงถึง 47.16% เป็น 14,913 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจาก **จำนวนกรมธรรม์ที่ครบกำหนดสัญญาในปี 2565 มีมากกว่าปีก่อน** ทำให้ภาระสำรองลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลตอบแทนจากการลงทุน:** มี **โอกาสต่อเนื่อง** จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ยังคงอยู่ในระดับสูง และการบริหารพอร์ตลงทุนที่เน้นตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนคงที่ รวมถึงการนำเงิน IPO มาต่อยอดการลงทุน อย่างไรก็ตาม กำไรจากการขายเงินลงทุนอาจมีความผันผวน
* **การเปลี่ยนแปลงในสำรองประกันภัย:** มี **ลักษณะครั้งคราว** เนื่องจากเป็นผลโดยตรงจากจำนวนกรมธรรม์ที่ครบกำหนดสัญญา ซึ่งเป็นไปตามรอบอายุของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่ขายไปในอดีต การลดลงในลักษณะนี้จึงไม่น่าจะเกิดขึ้นในระดับเดียวกันในปีถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 10.38%** แตะ 9,265 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 1.92%** อยู่ที่ 107,153 ล้านบาท โดยเบี้ยประกันภัยรับรวมลดลง 2.62% แต่เบี้ยประกันภัยรับจากกรมธรรม์ใหม่เพิ่มขึ้น 6.76%
* **ผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มขึ้น 1.74%** เป็น 19,025 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยตลาดที่สูงขึ้นและการเติบโตของพอร์ตลงทุน
* **การเปลี่ยนแปลงในสำรองประกันภัยระยะยาวลดลง 47.16%** เป็น 14,913 ล้านบาท เนื่องจากมีกรมธรรม์ครบกำหนดสัญญามากกว่าปีก่อน
* **ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น 21.58%** เป็น 64,992 ล้านบาท โดยหลักจากผลประโยชน์ตามกรมธรรม์ที่เพิ่มขึ้นและสินไหมค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้น
* **อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) สูงถึง 420.18%** สูงกว่าเกณฑ์ คปภ. อย่างมีนัยสำคัญ
* **มูลค่าพื้นฐานของกิจการ (EV) เพิ่มขึ้น 2.03%** เป็น 145,170 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 9,265 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.38% จากปีก่อน โดยมีรายได้รวม 107,153 ล้านบาท ลดลง 1.92% สาเหตุหลักมาจากการลดลงของเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้สุทธิ 2.74% ซึ่งเกิดจากกรมธรรม์สะสมทรัพย์บางส่วนครบกำหนดและกรมธรรม์ครบสัญญา อย่างไรก็ตาม เบี้ยประกันภัยรับจากกรมธรรม์ใหม่เพิ่มขึ้น 6.76%
ในด้านค่าใช้จ่าย การเปลี่ยนแปลงในสำรองประกันภัยสำหรับสัญญาประกันภัยระยะยาวลดลงถึง 47.16% เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไร ในขณะที่ผลประโยชน์จ่ายตามกรมธรรม์และค่าสินไหมทดแทนสุทธิเพิ่มขึ้น 21.58% โดยเฉพาะสินไหมค่ารักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และโรคอื่น ๆ ตามฤดูกาล
## โอกาส
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่:** การเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยรับปีแรก 13.25% และเบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียว 6.76% บ่งชี้ถึงความสามารถในการขยายฐานลูกค้าใหม่
* **การบริหารพอร์ตลงทุน:** การได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและการบริหารพอร์ตที่เน้นตราสารหนี้คุณภาพดี ช่วยสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ
* **การทำ Digital Transformation:** การพัฒนานวัตกรรมบริการ e-Services และ e-Payment ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ลูกค้า
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** การออกแพ็คเกจประกันสุขภาพ "ไทยประกันชีวิต เฮลท์ฟิต เบ๊าเบา" และการร่วมมือกับพันธมิตรพัฒนานวัตกรรมด้านการดูแลผู้ป่วยอัลไซเมอร์ เป็นการตอบสนองความต้องการของตลาดที่หลากหลาย
## ความเสี่ยง
* **การเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทน:** แม้สินไหมโควิด-19 จะลดลง แต่สินไหมค่ารักษาพยาบาลจากโรคอื่น ๆ ตามฤดูกาลที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **ความผันผวนของตลาดทุนและอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์และอัตราดอกเบี้ยอาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนจากการลงทุนและมูลค่าสินทรัพย์
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงจากทั้งบริษัทประกันด้วยกันเองและสถาบันการเงินอื่น ๆ อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งตลาดและอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อบังคับจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น คปภ. อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่ในไตรมาสถัดไป
* ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นต่อพอร์ตการลงทุนและต้นทุนทางการเงิน
* การบริหารจัดการค่าสินไหมทดแทน โดยเฉพาะสินไหมค่ารักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับโรคอื่น ๆ
* ความคืบหน้าในการนำมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 17 (TFRS 17) มาใช้
* ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจมหภาคทั้งในและต่างประเทศต่อกำลังซื้อและการลงทุนของลูกค้า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**เบี้ยประกันภัย:** แม้เบี้ยประกันภัยรับรวมจะลดลง 2.62% เนื่องจากกรมธรรม์สะสมทรัพย์บางส่วนครบกำหนด แต่เบี้ยประกันภัยรับจากกรมธรรม์ใหม่ (ปีแรกและจ่ายครั้งเดียว) กลับเติบโต 6.76% สะท้อนการขยายตัวของธุรกิจใหม่ โดยเบี้ยประกันภัยรับปีแรกเพิ่มขึ้นถึง 13.25%
**ผลตอบแทนจากการลงทุน:** เพิ่มขึ้น 1.74% เป็น 19,025 ล้านบาท จากอัตราดอกเบี้ยตลาดที่สูงขึ้นและการเติบโตของพอร์ตลงทุน โดยเฉพาะตราสารหนี้ อัตราผลตอบแทนจากเงินลงทุนเฉลี่ยอยู่ที่ 3.79% ใกล้เคียงปีก่อน
**ค่าใช้จ่าย:** การเปลี่ยนแปลงในสำรองประกันภัยระยะยาวลดลง 47.16% เป็นปัจจัยบวกสำคัญ ขณะที่ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มขึ้น 21.58% โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้นจากโควิด-19 และโรคตามฤดูกาล
**ธุรกิจใหม่ (New Business):** APE (เบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี) เติบโต 12.77% เป็น 12,819 ล้านบาท และ VONB (มูลค่ากำไรธุรกิจใหม่) เพิ่มขึ้น 31.17% เป็น 7,325 ล้านบาท พร้อมกับ VONB Margin ที่ปรับขึ้นสู่ 57.14% บ่งชี้ถึงการปรับกลยุทธ์ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ทำกำไรได้ดีขึ้น
**ฐานะการเงิน:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 4.19% เป็น 556,042 ล้านบาท โดยหลักจากเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 4.28% หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 2.39% เป็น 457,974 ล้านบาท โดยหลักจากสำรองประกันภัยระยะยาวที่เพิ่มขึ้น ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 13.46% เป็น 98,068 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน IPO
**อัตราส่วนเงินกองทุน:** CAR อยู่ที่ 420.18% สูงกว่าเกณฑ์ คปภ. (140%) อย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมของ TLI อยู่ที่ 556,042 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.19% จากปีก่อน โดยมีสินทรัพย์ลงทุนเป็นสัดส่วนหลัก 95.44% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนในตราสารหนี้ (81.77%) และมีคุณภาพเครดิตอยู่ในระดับ Investment Grade
หนี้สินรวมอยู่ที่ 457,974 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.39% โดยหนี้สินจากสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้น 3.14% จากการเติบโตของธุรกิจใหม่
ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 13.46% เป็น 98,068 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน IPO ทำให้ D/E Ratio ลดลงจาก 5.17x เป็น 4.67x
กระแสเงินสดหลักมาจากเบี้ยประกันภัยรับและผลตอบแทนจากการลงทุน บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 7,686 ล้านบาท และมีสภาพคล่องจากหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น เงินฝากและพันธบัตรรัฐบาลระยะสั้นมูลค่า 15,226.73 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TLI แสดงผลประกอบการปี 2565 ที่แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 10.38% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการบริหารพอร์ตลงทุนที่ได้รับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และการลดลงของภาระสำรองประกันภัยระยะยาว แม้เบี้ยรับรวมจะลดลง แต่การเติบโตของเบี้ยรับใหม่และ VONB บ่งชี้ถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้น ความผันผวนของตลาด และการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TLI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
-8,844.10
ล้านบาท
↓ 125.8% YoY
กำไรขั้นต้น
18,054.85
ล้านบาท
↓ 42.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-204.15
%
กำไรสุทธิ
2,522.94
ล้านบาท
↓ 23.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-28.53
%
D/E Ratio
3.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-8,844
↓ -125.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
18,055
↓ -42.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,523
↓ -23.1%
YoY
D/E Ratio
3.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TLI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.20
ROE (%)
8.90
ROA (%)
2.35
Book Value/หุ้น
12.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TLI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
649,567.77
+8.85%
|
601,145.56
+4.95%
|
572,793.08
+3.01%
|
556,041.81
+4.18%
|
533,706.29
+8.03%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
495,053.83
+5.01%
|
488,607.27
+4.36%
|
468,213.72
+2.24%
|
457,973.64
+2.39%
|
447,275.06
+7.45%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
154,513.94
+23.28%
|
112,538.29
+7.61%
|
104,579.36
+6.64%
|
98,068.18
+13.46%
|
86,431.24
+11.11%
|
| D/E | — |
3.20
|
4.34
|
4.48
|
4.67
|
5.17
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
8.90
|
10.76
|
9.58
|
10.04
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
2.35
|
2.48
|
2.13
|
2.10
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3,647
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+180
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TLI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
3,647.35
-44.77%
|
6,603.40
-408.47%
|
-2,140.71
-229.32%
|
1,655.41
-662.22%
|
-294.44
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
179.75
-19.49%
|
223.27
-2.96%
|
230.08
+144.48%
|
94.11
-115.20%
|
-618.99
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,725.02
-0.01%
|
5,725.42
+66.68%
|
3,434.93
+29.58%
|
2,650.78
-217.41%
|
-2,257.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
9,552.13
-23.90%
|
12,552.08
+723.47%
|
1,524.29
-65.36%
|
4,400.32
-238.76%
|
-3,171.23
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
10,917.26
+41.85%
|
7,696.19
+0.13%
|
7,685.90
+4.91%
|
7,326.48
-30.21%
|
10,497.72
+24.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7,867.23
-27.94%
|
10,917.25
+41.85%
|
7,696.19
+0.13%
|
7,685.90
+4.91%
|
7,326.48
-30.21%
|