บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.30
0.20 (1.74%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=45397 out_tok=2471 at=2026-07-26T08:36:42 -->
# TLI กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 6,414 ล้านบาท ลดลง 2.96% รับผลกระทบกำไรลงทุนผันผวน
## รายได้รวมหดตัวเล็กน้อย แต่กำไรประกันภัยเติบโตต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการเน้นกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์กำไรสูง
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI รายงานผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 มีกำไรสุทธิ 5,640 ล้านบาท ลดลง 2.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ากำไรจากการรับประกันภัยจะเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ถูกหักล้างด้วยกำไรจากการลงทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการระบุว่ากลยุทธ์การปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูงช่วยรักษาการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อกำไรสุทธิของ TLI ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 คือ **การลดลงของกำไรจากการลงทุน** ซึ่งหดตัวถึง 34.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมปรับตัวลดลง แม้ว่า **กำไรจากการรับประกันภัยจะเติบโตได้ดีถึง 18.96%** ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**กำไรจากการลงทุนที่ลดลง** มีสาเหตุหลักมาจาก **การลดความเสี่ยงในตราสารทุน** เนื่องจากความกังวลต่อภาวะตลาดหุ้นขาลงอันเป็นผลจากสถานการณ์สงครามในช่วงไตรมาส 1 ปี 2565 ทำให้บริษัทฯ มีกำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวนมากในปีก่อน เมื่อเทียบกับปีนี้ที่สภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวยเท่า ส่งผลให้กำไรส่วนนี้ลดลง นอกจากนี้ ยังมีผลขาดทุนที่ยังไม่รับรู้จากการปรับมูลค่าทางบัญชีของเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนของเงินลงทุนในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น
ในทางกลับกัน **กำไรจากการรับประกันภัยที่เติบโต** เป็นผลมาจาก **กลยุทธ์การขายผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรยั่งยืน** โดยบริษัทฯ ประสบความสำเร็จในการปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงและมีอัตรากำไรที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตประเภทสามัญแบบมีส่วนร่วมในเงินปันผลรูปแบบใหม่ (New Participating Product) และผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตควบการลงทุน (Investment-Linked Product)
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในส่วนของกำไรจากการรับประกันภัย** เนื่องจากฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นกลยุทธ์การปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูง ซึ่งเป็นแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถรักษาการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้ แม้เบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) จะลดลงก็ตาม
**ส่วนกำไรจากการลงทุนมีความไม่แน่นอนสูง** เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดทุนและนโยบายการลงทุนของบริษัทฯ ที่ต้องบริหารความเสี่ยง การที่บริษัทฯ ลดความเสี่ยงในตราสารทุนในปีที่ผ่านมาเพื่อหลีกเลี่ยงผลขาดทุน เป็นการตัดสินใจที่ส่งผลดีต่อฐานะการเงินในระยะยาว แต่ก็ส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้น การฟื้นตัวของกำไรส่วนนี้จึงขึ้นอยู่กับทิศทางตลาดและการตัดสินใจปรับพอร์ตการลงทุนของบริษัทฯ ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2566 อยู่ที่ 5,640 ล้านบาท ลดลง 2.96% YoY** โดยมีกำไรจากการรับประกันภัยเติบโต 18.96% แต่ถูกหักล้างด้วยกำไรจากการลงทุนที่ลดลง 34.66%
* **มูลค่าพื้นฐานของกิจการ (EV) เพิ่มขึ้น 5.39%** เป็น 152,990 ล้านบาท จากการเติบโตของมูลค่ากำไรธุรกิจใหม่ (VONB) และผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ
* **เบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) ลดลง 10.93%** แต่ **มูลค่ากำไรธุรกิจใหม่ (VONB) ลดลงเพียง 0.37%** แสดงถึงความสำเร็จในการปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์สู่ผลิตภัณฑ์กำไรสูง
* **อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) แข็งแกร่งที่ 398.20%** สูงกว่าเกณฑ์กฎหมายที่ 140% อย่างมีนัยสำคัญ
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 5.51%** ส่วนใหญ่มาจากการลงทุนด้านดิจิทัลและระบบ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 5,640 ล้านบาท ลดลง 2.96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรจากการลงทุนที่ลดลง 34.66% แม้ว่ากำไรจากการรับประกันภัยจะเติบโตได้ดีถึง 18.96% เบี้ยประกันภัยรับรวมลดลงเล็กน้อย 3.94% เนื่องจากเบี้ยประกันภัยรับปีต่อลดลง แต่บริษัทฯ ได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อทดแทนและเตรียมแคมเปญการตลาดเพิ่มเติมในช่วงครึ่งปีหลัง มูลค่าพื้นฐานของกิจการ (EV) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.39% เป็น 152,990 ล้านบาท จากมูลค่ากำไรธุรกิจใหม่ (VONB) และผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ
## โอกาส
* **การปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์สู่ผลิตภัณฑ์กำไรสูง:** ช่วยรักษาการเติบโตของ VONB แม้ APE จะลดลง และเพิ่มความมั่นคงของกำไรในระยะยาว
* **การลงทุนด้านดิจิทัล:** การพัฒนานวัตกรรม e-Services และการประยุกต์ใช้ RPA ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและสร้างความผูกพันกับลูกค้า
* **การขยายความคุ้มครองผลิตภัณฑ์:** การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาด เช่น การคุ้มครองโรคอัลไซเมอร์ และผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับแนวคิด ESG
* **การเป็นบริษัทจดทะเบียนในดัชนี SET50 และ ESG Emerging List:** ช่วยเพิ่มการรับรู้และความน่าเชื่อถือของบริษัทฯ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรจากการลงทุน และอาจต้องมีการปรับพอร์ตการลงทุนเพื่อบริหารความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจมหภาค:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและไทย รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมือง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต
* **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย:** ส่งผลต่อผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ และอาจกระทบต่อการกำหนดราคาผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตในระยะยาว
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาและผลิตภัณฑ์ที่รุนแรง อาจส่งผลต่อต้นทุนการขายและส่วนแบ่งการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางกำไรจากการลงทุน:** การบริหารพอร์ตการลงทุนของบริษัทฯ ในสภาวะตลาดที่มีความผันผวน
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับปีแรก (APE):** โดยเฉพาะการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และแคมเปญการตลาดในช่วงครึ่งปีหลัง
* **ผลกระทบจาก TFRS 17:** การนำมาตรฐานการบัญชีใหม่มาใช้ในปี 2568 ซึ่งอาจส่งผลต่อการรายงานผลประกอบการ
* **การดำเนินงานด้าน ESG:** การรักษามาตรฐานและพัฒนาการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **กำไรจากการรับประกันภัย:** เติบโต 18.96% เป็น 1,551 ล้านบาท สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์กำไรสูง
* **กำไรจากการลงทุน:** ลดลง 34.66% เป็น 4,089 ล้านบาท จากการลดความเสี่ยงในตราสารทุนและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **เบี้ยประกันภัยรับรวม:** ลดลง 3.94% เป็น 39,345 ล้านบาท โดยเบี้ยปีต่อลดลง แต่บริษัทฯ มีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อกระตุ้นยอดขาย
* **มูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB):** ลดลงเล็กน้อย 0.37% เป็น 3,289 ล้านบาท แต่ VONB Margin เพิ่มขึ้นเป็น 57.57% แสดงถึงการปรับปรุงคุณภาพของธุรกิจใหม่
* **มูลค่าพื้นฐานของกิจการ (EV):** เพิ่มขึ้น 5.39% เป็น 152,990 ล้านบาท จากกำไรธุรกิจใหม่และผลตอบแทนที่คาดว่าจะได้รับ
* **อัตราส่วนเงินกองทุน (CAR):** อยู่ที่ 398.20% ซึ่งแข็งแกร่งและสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 0.90% เป็น 561,073 ล้านบาท โดยสินทรัพย์ลงทุนเพิ่มขึ้น 1.44%
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 0.54% เป็น 460,467 ล้านบาท โดยหนี้สินจากสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.55%
* **ส่วนของเจ้าของ:** เพิ่มขึ้น 2.59% เป็น 100,606 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** อยู่ที่ 7,000 ล้านบาท เพียงพอต่อการดำเนินงานและภาระผูกพัน
## สรุปท้าย
TLI รายงานผลประกอบการครึ่งปีแรก 2566 ที่มีกำไรสุทธิลดลงเล็กน้อย 2.96% เป็น 5,640 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากกำไรจากการลงทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของธุรกิจประกันภัยจากการเติบโตของกำไรจากการรับประกันภัย และความสำเร็จในการปรับสัดส่วนผลิตภัณฑ์ไปยังผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูง ซึ่งช่วยรักษาการเติบโตของมูลค่าธุรกิจใหม่ (VONB) ได้ แม้เบี้ยรับปีแรก (APE) จะลดลง มูลค่าพื้นฐานของกิจการ (EV) ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง และฐานะการเงินยังคงแข็งแกร่ง การบริหารความเสี่ยงด้านตลาดและการลงทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไปในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TLI ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
-8,844.10
ล้านบาท
↓ 125.8% YoY
กำไรขั้นต้น
18,054.85
ล้านบาท
↓ 42.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-204.15
%
กำไรสุทธิ
2,522.94
ล้านบาท
↓ 23.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-28.53
%
D/E Ratio
3.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-8,844
↓ -125.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
18,055
↓ -42.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,523
↓ -23.1%
YoY
D/E Ratio
3.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TLI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.20
ROE (%)
8.90
ROA (%)
2.35
Book Value/หุ้น
12.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TLI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
649,567.77
+8.85%
|
601,145.56
+4.95%
|
572,793.08
+3.01%
|
556,041.81
+4.18%
|
533,706.29
+8.03%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
495,053.83
+5.01%
|
488,607.27
+4.36%
|
468,213.72
+2.24%
|
457,973.64
+2.39%
|
447,275.06
+7.45%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
154,513.94
+23.28%
|
112,538.29
+7.61%
|
104,579.36
+6.64%
|
98,068.18
+13.46%
|
86,431.24
+11.11%
|
| D/E | — |
3.20
|
4.34
|
4.48
|
4.67
|
5.17
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
8.90
|
10.76
|
9.58
|
10.04
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
2.35
|
2.48
|
2.13
|
2.10
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3,647
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+180
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TLI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
3,647.35
-44.77%
|
6,603.40
-408.47%
|
-2,140.71
-229.32%
|
1,655.41
-662.22%
|
-294.44
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
179.75
-19.49%
|
223.27
-2.96%
|
230.08
+144.48%
|
94.11
-115.20%
|
-618.99
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,725.02
-0.01%
|
5,725.42
+66.68%
|
3,434.93
+29.58%
|
2,650.78
-217.41%
|
-2,257.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
9,552.13
-23.90%
|
12,552.08
+723.47%
|
1,524.29
-65.36%
|
4,400.32
-238.76%
|
-3,171.23
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
10,917.26
+41.85%
|
7,696.19
+0.13%
|
7,685.90
+4.91%
|
7,326.48
-30.21%
|
10,497.72
+24.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7,867.23
-27.94%
|
10,917.25
+41.85%
|
7,696.19
+0.13%
|
7,685.90
+4.91%
|
7,326.48
-30.21%
|