บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.30
0.20 (1.74%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=22290 out_tok=3248 at=2026-07-26T09:06:20 -->
# TLI กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 65 โต 2.18% รับผลตอบแทนลงทุนหนุน
## รายได้ลงทุนและเบี้ยรับใหม่โตหนุนกำไร TLI ไตรมาส 3 ปี 65 แม้ค่าสินไหมฯ สูงขึ้น
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 8,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของผลตอบแทนจากการลงทุนและการเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยรับใหม่ แม้ว่าจะมีค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 และโรคอื่นๆ ที่สูงขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TLI ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2565 คือ **การเติบโตของผลตอบแทนจากการลงทุน** ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.76% หรือ 711 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลจากการเติบโตของพอร์ตการลงทุนหลังการระดมทุนผ่าน IPO และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินลงทุนในต่างประเทศ นอกจากนี้ **เบี้ยประกันภัยรับจากกรมธรรม์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น 31.59%** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้ แม้ว่าโดยปกติแล้วการเพิ่มขึ้นของเบี้ยรับใหม่จะส่งผลให้เกิดผลขาดทุนในปีแรกของกรมธรรม์ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ผลตอบแทนจากการลงทุน:** การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนจากการลงทุนมาจาก 2 ส่วนหลัก คือ
* **รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล:** เพิ่มขึ้น 935 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเติบโตของพอร์ตการลงทุนที่ได้รับเงินจากการระดมทุนขายหุ้น (IPO) และการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต
* **กำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เพิ่มขึ้น 379 ล้านบาท จากการลงทุนในต่างประเทศและเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง
อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกหักลบด้วยการลดลงของกำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวน 603 ล้านบาท
* **เบี้ยประกันภัยรับจากกรมธรรม์ใหม่:** การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะเบี้ยประกันภัยรับปีแรกที่เพิ่มขึ้น 26.62% และเบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียวที่เพิ่มขึ้น 38.65% เป็นสัญญาณที่ดีของการขยายฐานลูกค้า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของผลตอบแทนจากการลงทุน เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าพอร์ตการลงทุนมีการเติบโตจากเงินที่ได้มาจากการระดมทุนขายหุ้น (IPO) และเม็ดเงินที่ได้มาจากการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ยังคงอยู่ นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ลงทุนจากการระดมทุนและการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต แสดงให้เห็นถึงการขยายขนาดของพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเบี้ยรับใหม่นั้นต้องติดตามผลกระทบต่อกำไรในปีแรกของกรมธรรม์อย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 8,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.18% YoY**
* **เบี้ยประกันภัยรับรวม 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 2.23% YoY** โดยเบี้ยประกันภัยรับปีแรกโตโดดเด่น 24.83%
* **ผลตอบแทนจากการลงทุน 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 4.76% YoY** จาก 14,922 ล้านบาท เป็น 15,633 ล้านบาท
* **ค่าสินไหมทดแทน 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 18.51% YoY** เป็น 47,106 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการจ่ายสินไหมที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 และโรคอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น
* **บริษัทฯ ได้รับเงินจากการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 13,600 ล้านบาท** เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 ซึ่งส่งผลดีต่ออัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน
* **อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน ณ สิ้น ก.ย. 65 อยู่ที่ 358.50%** สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ คปภ. อย่างมีนัยสำคัญ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 TLI มีรายได้รวม 77,787 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้เบี้ยประกันภัยสุทธิ 61,762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.25% และผลตอบแทนจากการลงทุน 15,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.76% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 69,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.48% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 8,020 ล้านบาท ลดลง 2.18% (หมายเหตุ: ตัวเลขกำไรก่อนภาษีในเอกสารหน้า 2 คือ 6,973 ล้านบาท แต่ในหน้า 5 ระบุ 8,020 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นกำไรสุทธิ) และกำไรสุทธิอยู่ที่ 8,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในไตรมาส 3 ปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 24,851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.28% YoY โดยรายได้เบี้ยประกันภัยสุทธิเพิ่มขึ้น 4.20% เป็น 20,929 ล้านบาท และผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มขึ้น 2.94% เป็น 4,765 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 22,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.69% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 2,693 ล้านบาท ลดลง 3.41% และกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,208 ล้านบาท ลดลง 2.47%
## โอกาส
* **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่:** การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกและเบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียว บ่งชี้ถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าและรายได้ในอนาคต
* **การระดมทุนผ่าน IPO:** เงินที่ได้จากการระดมทุนจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน เพิ่มความเพียงพอของเงินกองทุน และสนับสนุนการเติบโตของพอร์ตการลงทุน
* **นวัตกรรมและดิจิทัล:** การพัฒนาแอปพลิเคชันไทยประกันชีวิต การเพิ่มช่องทางการชำระเงินออนไลน์ และการใช้ Virtual Influencer แสดงถึงความมุ่งมั่นในการปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัลและเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น
* **ผลิตภัณฑ์ใหม่:** การพัฒนาแพ็คเกจประกันสุขภาพ "ไทยประกันชีวิต เฮลท์ฟิต เบ้าเบา" เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในราคาที่เหมาะสม
* **การลงทุนในตราสารหนี้:** การเพิ่มขึ้นของการลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งเป็นการลงทุนด้วยเงินที่ได้จากการระดมทุนและจากการเติบโตของธุรกิจ จะช่วยหนุนผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้น:** การจ่ายสินไหมค่ารักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 และโรคอื่นๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย:** ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สิน รวมถึงผลตอบแทนจากการลงทุน
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์อาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนจากการลงทุน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประเภท Unit Linked
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อต้นทุนการขาย การเติบโตของฐานลูกค้า และส่วนแบ่งตลาด
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแลอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าสินไหมทดแทน:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 และโรคอื่นๆ รวมถึงอัตราส่วนการสูญเสีย (Loss Ratio)
* **ผลตอบแทนจากการลงทุน:** จับตาการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน รวมถึงผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน
* **การเติบโตของเบี้ยรับใหม่:** ประเมินผลกระทบของการเพิ่มขึ้นของเบี้ยรับใหม่ต่อกำไรในปีแรกของกรมธรรม์ และแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ติดตามค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าจ้างค่าบำเหน็จ และค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นๆ
* **การปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีใหม่ (IFRS 17):** ติดตามความคืบหน้าและผลกระทบของการนำมาตรฐานการบัญชีใหม่มาใช้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
* **เบี้ยประกันภัยรับ:** เบี้ยประกันภัยรับรวม 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 2.23% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากเบี้ยประกันภัยรับปีแรกที่เติบโต 24.83% และเบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียวที่เติบโต 43.62% ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจใหม่
* **ผลตอบแทนจากการลงทุน:** เพิ่มขึ้น 4.76% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลจากการเติบโตของพอร์ตการลงทุนหลัง IPO และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม กำไรจากการขายเงินลงทุนลดลง
* **ค่าใช้จ่าย:**
* **การเปลี่ยนแปลงในสำรองประกันภัย:** ลดลง 35.72% YoY เนื่องจากมีกรมธรรม์ครบกำหนดสัญญามากกว่าปีก่อน
* **ผลประโยชน์จ่ายตามกรมธรรม์และค่าสินไหมทดแทน:** เพิ่มขึ้น 18.51% YoY จากการจ่ายเงินครบกำหนดกรมธรรม์ และสินไหมค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากโรคโควิด-19 และโรคอื่นๆ
* **ค่าจ้างค่าบำเหน็จและค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่น:** เพิ่มขึ้น 4.97% YoY เพื่อสนับสนุนการขายผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูง
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 8.63% YoY จากค่าใช้จ่ายในการโฆษณาเพื่อส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ใหม่และภาพลักษณ์องค์กร
* **ฐานะการเงิน:** ณ สิ้น ก.ย. 65 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 547,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.08% จากสิ้นปี 64 โดยมีสินทรัพย์ลงทุน 528,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.08% หนี้สินรวมอยู่ที่ 459,382 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.71% โดยหนี้สินจากสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้น 1.89% ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 74.54% เป็น 87,681 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 547,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.08% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์ลงทุน 528,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.08% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในตราสารหนี้ (83.26% ของพอร์ตสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด) และเงินฝากประจำ การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ลงทุนมาจากเงินที่ได้จากการระดมทุนผ่าน IPO และการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต
หนี้สินรวมอยู่ที่ 459,382 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.71% โดยหนี้สินจากสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้น 1.89% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของสำรองประกันภัยสำหรับสัญญาประกันภัยระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 74.54% เป็น 87,681 ล้านบาท จากการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 13,600 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น และอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนสูงขึ้นอย่างมาก
กระแสเงินสดหลักของบริษัทฯ มาจากเบี้ยประกันภัยรับ เงินรับจากการลงทุนในหลักทรัพย์ และดอกเบี้ยรับจากการลงทุนในตราสารหนี้ บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 5,660 ล้านบาท และมีสภาพคล่องจากหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น เงินฝากและพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะสั้น มูลค่า 12,202 ล้านบาท
## สรุปท้าย
TLI โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 2.18% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการบริหารจัดการพอร์ตลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีขึ้น และการขยายตัวของเบี้ยประกันภัยรับใหม่ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้นจากการระบาดของโรคต่างๆ การระดมทุนผ่าน IPO ได้เสริมความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นโอกาสในการต่อยอดการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและตลาดทุน รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรง ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TLI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
-8,844.10
ล้านบาท
↓ 125.8% YoY
กำไรขั้นต้น
18,054.85
ล้านบาท
↓ 42.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-204.15
%
กำไรสุทธิ
2,522.94
ล้านบาท
↓ 23.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-28.53
%
D/E Ratio
3.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-8,844
↓ -125.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
18,055
↓ -42.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,523
↓ -23.1%
YoY
D/E Ratio
3.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TLI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.20
ROE (%)
8.90
ROA (%)
2.35
Book Value/หุ้น
12.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TLI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
649,567.77
+8.85%
|
601,145.56
+4.95%
|
572,793.08
+3.01%
|
556,041.81
+4.18%
|
533,706.29
+8.03%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
495,053.83
+5.01%
|
488,607.27
+4.36%
|
468,213.72
+2.24%
|
457,973.64
+2.39%
|
447,275.06
+7.45%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
154,513.94
+23.28%
|
112,538.29
+7.61%
|
104,579.36
+6.64%
|
98,068.18
+13.46%
|
86,431.24
+11.11%
|
| D/E | — |
3.20
|
4.34
|
4.48
|
4.67
|
5.17
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
8.90
|
10.76
|
9.58
|
10.04
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
2.35
|
2.48
|
2.13
|
2.10
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3,647
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+180
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TLI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
3,647.35
-44.77%
|
6,603.40
-408.47%
|
-2,140.71
-229.32%
|
1,655.41
-662.22%
|
-294.44
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
179.75
-19.49%
|
223.27
-2.96%
|
230.08
+144.48%
|
94.11
-115.20%
|
-618.99
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,725.02
-0.01%
|
5,725.42
+66.68%
|
3,434.93
+29.58%
|
2,650.78
-217.41%
|
-2,257.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
9,552.13
-23.90%
|
12,552.08
+723.47%
|
1,524.29
-65.36%
|
4,400.32
-238.76%
|
-3,171.23
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
10,917.26
+41.85%
|
7,696.19
+0.13%
|
7,685.90
+4.91%
|
7,326.48
-30.21%
|
10,497.72
+24.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7,867.23
-27.94%
|
10,917.25
+41.85%
|
7,696.19
+0.13%
|
7,685.90
+4.91%
|
7,326.48
-30.21%
|