TLI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TLI
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.50
+0.30 (+2.68%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=22290 out_tok=3248 at=2026-07-26T09:06:20 --> # TLI กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 65 โต 2.18% รับผลตอบแทนลงทุนหนุน ## รายได้ลงทุนและเบี้ยรับใหม่โตหนุนกำไร TLI ไตรมาส 3 ปี 65 แม้ค่าสินไหมฯ สูงขึ้น บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI รายงานผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 มีกำไรสุทธิ 8,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของผลตอบแทนจากการลงทุนและการเพิ่มขึ้นของเบี้ยประกันภัยรับใหม่ แม้ว่าจะมีค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 และโรคอื่นๆ ที่สูงขึ้นก็ตาม ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TLI ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2565 คือ **การเติบโตของผลตอบแทนจากการลงทุน** ซึ่งเพิ่มขึ้น 4.76% หรือ 711 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลจากการเติบโตของพอร์ตการลงทุนหลังการระดมทุนผ่าน IPO และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินลงทุนในต่างประเทศ นอกจากนี้ **เบี้ยประกันภัยรับจากกรมธรรม์ใหม่ที่เพิ่มขึ้น 31.59%** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้ แม้ว่าโดยปกติแล้วการเพิ่มขึ้นของเบี้ยรับใหม่จะส่งผลให้เกิดผลขาดทุนในปีแรกของกรมธรรม์ก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ผลตอบแทนจากการลงทุน:** การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนจากการลงทุนมาจาก 2 ส่วนหลัก คือ * **รายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผล:** เพิ่มขึ้น 935 ล้านบาท เป็นผลมาจากการเติบโตของพอร์ตการลงทุนที่ได้รับเงินจากการระดมทุนขายหุ้น (IPO) และการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต * **กำไรสุทธิจากอัตราแลกเปลี่ยน:** เพิ่มขึ้น 379 ล้านบาท จากการลงทุนในต่างประเทศและเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นดังกล่าวถูกหักลบด้วยการลดลงของกำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวน 603 ล้านบาท * **เบี้ยประกันภัยรับจากกรมธรรม์ใหม่:** การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจใหม่ โดยเฉพาะเบี้ยประกันภัยรับปีแรกที่เพิ่มขึ้น 26.62% และเบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียวที่เพิ่มขึ้น 38.65% เป็นสัญญาณที่ดีของการขยายฐานลูกค้า ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของผลตอบแทนจากการลงทุน เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าพอร์ตการลงทุนมีการเติบโตจากเงินที่ได้มาจากการระดมทุนขายหุ้น (IPO) และเม็ดเงินที่ได้มาจากการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ยังคงอยู่ นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ลงทุนจากการระดมทุนและการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต แสดงให้เห็นถึงการขยายขนาดของพอร์ตการลงทุนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของเบี้ยรับใหม่นั้นต้องติดตามผลกระทบต่อกำไรในปีแรกของกรมธรรม์อย่างใกล้ชิด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 8,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.18% YoY** * **เบี้ยประกันภัยรับรวม 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 2.23% YoY** โดยเบี้ยประกันภัยรับปีแรกโตโดดเด่น 24.83% * **ผลตอบแทนจากการลงทุน 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 4.76% YoY** จาก 14,922 ล้านบาท เป็น 15,633 ล้านบาท * **ค่าสินไหมทดแทน 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 18.51% YoY** เป็น 47,106 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการจ่ายสินไหมที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 และโรคอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น * **บริษัทฯ ได้รับเงินจากการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 13,600 ล้านบาท** เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2565 ซึ่งส่งผลดีต่ออัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน * **อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน ณ สิ้น ก.ย. 65 อยู่ที่ 358.50%** สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ คปภ. อย่างมีนัยสำคัญ ## ภาพรวมผลประกอบการ ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2565 TLI มีรายได้รวม 77,787 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.90% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้เบี้ยประกันภัยสุทธิ 61,762 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.25% และผลตอบแทนจากการลงทุน 15,633 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.76% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 69,767 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.48% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 8,020 ล้านบาท ลดลง 2.18% (หมายเหตุ: ตัวเลขกำไรก่อนภาษีในเอกสารหน้า 2 คือ 6,973 ล้านบาท แต่ในหน้า 5 ระบุ 8,020 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นกำไรสุทธิ) และกำไรสุทธิอยู่ที่ 8,020 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ในไตรมาส 3 ปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 24,851 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.28% YoY โดยรายได้เบี้ยประกันภัยสุทธิเพิ่มขึ้น 4.20% เป็น 20,929 ล้านบาท และผลตอบแทนจากการลงทุนเพิ่มขึ้น 2.94% เป็น 4,765 ล้านบาท ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 22,158 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.69% ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้อยู่ที่ 2,693 ล้านบาท ลดลง 3.41% และกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,208 ล้านบาท ลดลง 2.47% ## โอกาส * **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่:** การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกและเบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียว บ่งชี้ถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าและรายได้ในอนาคต * **การระดมทุนผ่าน IPO:** เงินที่ได้จากการระดมทุนจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน เพิ่มความเพียงพอของเงินกองทุน และสนับสนุนการเติบโตของพอร์ตการลงทุน * **นวัตกรรมและดิจิทัล:** การพัฒนาแอปพลิเคชันไทยประกันชีวิต การเพิ่มช่องทางการชำระเงินออนไลน์ และการใช้ Virtual Influencer แสดงถึงความมุ่งมั่นในการปรับตัวให้เข้ากับยุคดิจิทัลและเข้าถึงลูกค้าได้กว้างขึ้น * **ผลิตภัณฑ์ใหม่:** การพัฒนาแพ็คเกจประกันสุขภาพ "ไทยประกันชีวิต เฮลท์ฟิต เบ้าเบา" เพื่อให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นในราคาที่เหมาะสม * **การลงทุนในตราสารหนี้:** การเพิ่มขึ้นของการลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งเป็นการลงทุนด้วยเงินที่ได้จากการระดมทุนและจากการเติบโตของธุรกิจ จะช่วยหนุนผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **ค่าสินไหมทดแทนที่เพิ่มขึ้น:** การจ่ายสินไหมค่ารักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 และโรคอื่นๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของบริษัทฯ * **การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย:** ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อมูลค่าสินทรัพย์และหนี้สิน รวมถึงผลตอบแทนจากการลงทุน * **ความผันผวนของตลาดทุน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์อาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนจากการลงทุน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประเภท Unit Linked * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อต้นทุนการขาย การเติบโตของฐานลูกค้า และส่วนแบ่งตลาด * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแลอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัทฯ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มค่าสินไหมทดแทน:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 และโรคอื่นๆ รวมถึงอัตราส่วนการสูญเสีย (Loss Ratio) * **ผลตอบแทนจากการลงทุน:** จับตาการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน โดยเฉพาะการลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน รวมถึงผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน * **การเติบโตของเบี้ยรับใหม่:** ประเมินผลกระทบของการเพิ่มขึ้นของเบี้ยรับใหม่ต่อกำไรในปีแรกของกรมธรรม์ และแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ติดตามค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ค่าจ้างค่าบำเหน็จ และค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่นๆ * **การปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีใหม่ (IFRS 17):** ติดตามความคืบหน้าและผลกระทบของการนำมาตรฐานการบัญชีใหม่มาใช้ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **เบี้ยประกันภัยรับ:** เบี้ยประกันภัยรับรวม 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 2.23% YoY โดยมีแรงหนุนหลักจากเบี้ยประกันภัยรับปีแรกที่เติบโต 24.83% และเบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียวที่เติบโต 43.62% ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจใหม่ * **ผลตอบแทนจากการลงทุน:** เพิ่มขึ้น 4.76% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยและเงินปันผลจากการเติบโตของพอร์ตการลงทุนหลัง IPO และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม กำไรจากการขายเงินลงทุนลดลง * **ค่าใช้จ่าย:** * **การเปลี่ยนแปลงในสำรองประกันภัย:** ลดลง 35.72% YoY เนื่องจากมีกรมธรรม์ครบกำหนดสัญญามากกว่าปีก่อน * **ผลประโยชน์จ่ายตามกรมธรรม์และค่าสินไหมทดแทน:** เพิ่มขึ้น 18.51% YoY จากการจ่ายเงินครบกำหนดกรมธรรม์ และสินไหมค่ารักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากโรคโควิด-19 และโรคอื่นๆ * **ค่าจ้างค่าบำเหน็จและค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่น:** เพิ่มขึ้น 4.97% YoY เพื่อสนับสนุนการขายผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูง * **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 8.63% YoY จากค่าใช้จ่ายในการโฆษณาเพื่อส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ใหม่และภาพลักษณ์องค์กร * **ฐานะการเงิน:** ณ สิ้น ก.ย. 65 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 547,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.08% จากสิ้นปี 64 โดยมีสินทรัพย์ลงทุน 528,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.08% หนี้สินรวมอยู่ที่ 459,382 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.71% โดยหนี้สินจากสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้น 1.89% ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 74.54% เป็น 87,681 ล้านบาท จากการเพิ่มทุน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 547,063 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.08% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์ลงทุน 528,701 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.08% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในตราสารหนี้ (83.26% ของพอร์ตสินทรัพย์ลงทุนทั้งหมด) และเงินฝากประจำ การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ลงทุนมาจากเงินที่ได้จากการระดมทุนผ่าน IPO และการเติบโตของธุรกิจประกันชีวิต หนี้สินรวมอยู่ที่ 459,382 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.71% โดยหนี้สินจากสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้น 1.89% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของสำรองประกันภัยสำหรับสัญญาประกันภัยระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 74.54% เป็น 87,681 ล้านบาท จากการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 13,600 ล้านบาท ซึ่งส่งผลให้ฐานะทางการเงินแข็งแกร่งขึ้น และอัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุนสูงขึ้นอย่างมาก กระแสเงินสดหลักของบริษัทฯ มาจากเบี้ยประกันภัยรับ เงินรับจากการลงทุนในหลักทรัพย์ และดอกเบี้ยรับจากการลงทุนในตราสารหนี้ บริษัทฯ มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 5,660 ล้านบาท และมีสภาพคล่องจากหลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น เงินฝากและพันธบัตรรัฐบาลไทยระยะสั้น มูลค่า 12,202 ล้านบาท ## สรุปท้าย TLI โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 2.18% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการบริหารจัดการพอร์ตลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดีขึ้น และการขยายตัวของเบี้ยประกันภัยรับใหม่ แม้จะเผชิญกับแรงกดดันจากค่าสินไหมทดแทนที่สูงขึ้นจากการระบาดของโรคต่างๆ การระดมทุนผ่าน IPO ได้เสริมความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นโอกาสในการต่อยอดการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราดอกเบี้ยและตลาดทุน รวมถึงการแข่งขันที่รุนแรง ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TLI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
-8,844.10 ล้านบาท
↓ 125.8% YoY
กำไรขั้นต้น
18,054.85 ล้านบาท
↓ 42.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-204.15 %
กำไรสุทธิ
2,522.94 ล้านบาท
↓ 23.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-28.53 %
D/E Ratio
3.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-8,844
↓ -125.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
18,055
↓ -42.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,523
↓ -23.1% YoY
D/E Ratio
3.20

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TLI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รายได้รวม —
-8,844.10
-125.84%
34,230.66
+12.46%
30,439.39
+3.66%
29,365.38
-73.12%
109,246.02
กำไรขั้นต้น —
18,054.85
-42.41%
31,351.49
+1.94%
30,756.33
+2.75%
29,931.90
-47.39%
56,889.58
ค่าใช้จ่ายรวม —
-11,379.20
-817.90%
1,585.06
+1.85%
1,556.31
+1.86%
1,527.87
-69.88%
5,073.32
กำไรสุทธิ —
2,522.94
-23.15%
3,282.75
+65.96%
1,978.01
+58.83%
1,245.35
-85.16%
8,393.52
กำไรต่อหุ้น —
0.22
-23.34%
0.29
+65.90%
0.17
+58.72%
0.11
-85.13%
0.73
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
-100.00%
196.51
+107.39%
-2,659.08
+56.23%
-6,075.62
-282.73%
3,324.88
ROE(%) —
8.90
-17.29%
10.76
+12.32%
9.58
-4.58%
10.04
0.00
ROA(%) —
2.35
-5.24%
2.48
+16.43%
2.13
+1.43%
2.10
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
3.20
-26.27%
4.34
-3.13%
4.48
-4.07%
4.67
0.00
P/E —
9.01
-27.10%
12.36
+5.91%
11.67
-43.81%
20.77
+91.25%
10.86
P/BV —
0.71
-38.79%
1.16
+9.43%
1.06
-44.21%
1.90
+100.00%
0.95
BV —
14.04
+45.04%
9.68
+12.04%
8.64
+10.34%
7.83
-35.07%
12.06
YIELD(%) —
5.03
+12.78%
4.46
+35.98%
3.28
-37.16%
5.22
5.22
ราคาหุ้น —
9.95
-11.16%
11.20
+22.40%
9.15
-38.59%
14.90
+29.57%
11.50
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
-204.15
-322.90%
91.59
-9.35%
101.04
-0.87%
101.93
+95.76%
52.07
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
128.66
+2,678.83%
4.63
-9.39%
5.11
-1.73%
5.20
+12.07%
4.64
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-28.53
-397.50%
9.59
+47.54%
6.50
+53.30%
4.24
-44.79%
7.68
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.20
ROE (%)
8.90
ROA (%)
2.35
Book Value/หุ้น
12.06

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TLI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
649,567.77
+8.85%
601,145.56
+4.95%
572,793.08
+3.01%
556,041.81
+4.18%
533,706.29
+8.03%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
495,053.83
+5.01%
488,607.27
+4.36%
468,213.72
+2.24%
457,973.64
+2.39%
447,275.06
+7.45%
รวมส่วนของเจ้าของ —
154,513.94
+23.28%
112,538.29
+7.61%
104,579.36
+6.64%
98,068.18
+13.46%
86,431.24
+11.11%
D/E —
3.20
4.34
4.48
4.67
5.17
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.90
10.76
9.58
10.04
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
2.35
2.48
2.13
2.10
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3,647
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+180
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TLI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
3,647.35
-44.77%
6,603.40
-408.47%
-2,140.71
-229.32%
1,655.41
-662.22%
-294.44
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
179.75
-19.49%
223.27
-2.96%
230.08
+144.48%
94.11
-115.20%
-618.99
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
5,725.02
-0.01%
5,725.42
+66.68%
3,434.93
+29.58%
2,650.78
-217.41%
-2,257.80
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
9,552.13
-23.90%
12,552.08
+723.47%
1,524.29
-65.36%
4,400.32
-238.76%
-3,171.23
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
10,917.26
+41.85%
7,696.19
+0.13%
7,685.90
+4.91%
7,326.48
-30.21%
10,497.72
+24.26%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
7,867.23
-27.94%
10,917.25
+41.85%
7,696.19
+0.13%
7,685.90
+4.91%
7,326.48
-30.21%