TLI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TLI
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.50
+0.30 (+2.68%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=41098 out_tok=2905 at=2026-07-26T09:09:55 --> # TLI กำไรสุทธิ Q2/65 ลดลง 1.7% เหตุค่าสินไหมโควิดพุ่ง - สรุป MD&A ## รายได้เบี้ยประกันรับใหม่โต 32% แต่ต้นทุนค่าสินไหมฯ พุ่งกระทบกำไรสุทธิ ขณะฝ่ายจัดการเน้นกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์กำไรสูง บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI รายงานผลประกอบการสำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 มีกำไรสุทธิ 5,811.54 ล้านบาท ลดลง 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า แม้เบี้ยประกันภัยรับจากกรมธรรม์ใหม่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 31.98% แต่การเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 และการขาดทุนเริ่มแรกจากกรมธรรม์ใหม่ส่งผลกระทบต่อผลกำไร ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำกำไรสุทธิของ TLI ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565 ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายผลประโยชน์จ่ายตามกรมธรรม์ประกันภัยและค่าสินไหมทดแทนสุทธิ** ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการจ่ายค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าเบี้ยประกันภัยรับรวมจะเติบโตได้ดี แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นนี้ได้หักล้างผลบวกดังกล่าวไป ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **การเพิ่มขึ้นของค่าสินไหมทดแทน** เป็นปัจจัยหลัก โดยเฉพาะค่ารักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้นจาก 69.3 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน เป็น 925.2 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งคิดเป็น 31.2% ของค่าใช้จ่ายสินไหมรักษาพยาบาลทั้งหมด นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ มีเบี้ยประกันภัยรับใหม่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิด **การขาดทุนเริ่มแรกสำหรับกรมธรรม์รายใหม่** (Initial Loss) ซึ่งเป็นลักษณะปกติของธุรกิจประกันชีวิตเมื่อมีการขยายตัวของกรมธรรม์ใหม่ ทำให้กำไรลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่า **การจ่ายสินไหมค่ารักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 นั้นลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี 2565** ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าสถานการณ์อาจเริ่มคลี่คลายลง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มลดลง ฝ่ายจัดการระบุว่าการจ่ายสินไหมที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เริ่มลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งบ่งชี้ว่าผลกระทบนี้อาจเป็นปัจจัยชั่วคราว อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามสถานการณ์การระบาดของโรคและผลกระทบต่อค่าสินไหมทดแทนอย่างใกล้ชิด ในส่วนของการขาดทุนเริ่มแรกจากกรมธรรม์ใหม่นั้น เป็นผลจากการเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่บริษัทฯ มุ่งเน้นเพื่อการเติบโตในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 5,811.54 ล้านบาท ลดลง 1.7% YoY** * **เบี้ยประกันภัยรับจากกรมธรรม์ใหม่ (New Business Premium) เติบโตโดดเด่น 31.98%** โดยเบี้ยปีแรกเพิ่มขึ้น 23.92% และเบี้ยจ่ายครั้งเดียวเพิ่มขึ้น 45.92% * **ค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 พุ่งสูงขึ้นเป็น 925.2 ล้านบาท** จาก 69.3 ล้านบาทในปีก่อน * **เบี้ยประกันภัยรับรวม (GWP) เพิ่มขึ้น 1.45%** เป็น 40,959.53 ล้านบาท * **รายได้จากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 5.20%** เป็น 8,425.27 ล้านบาท จากการเติบโตของพอร์ตตราสารหนี้และผลตอบแทนจากตราสารทุนที่ดีขึ้น * **อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) อยู่ในระดับสูงที่ 318.92%** ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2565 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับรอบระยะเวลาหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 5,811.54 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1.7% จาก 5,935.33 ล้านบาทในปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้รวมจะเพิ่มขึ้น 2.22% เป็น 51,872.39 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากเบี้ยประกันภัยรับสุทธิที่เพิ่มขึ้น 1.28% เป็น 40,833.10 ล้านบาท และรายได้จากการลงทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น 5.20% เป็น 8,425.27 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 3.73% เป็น 44,671.76 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของผลประโยชน์จ่ายตามกรมธรรม์ประกันภัยและค่าสินไหมทดแทนสุทธิถึง 25.51% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากค่าสินไหมโควิด-19 ที่สูงขึ้น ## โอกาส * **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่:** การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของเบี้ยประกันภัยรับจากกรมธรรม์ใหม่ สะท้อนถึงความสำเร็จของกลยุทธ์การขายผลิตภัณฑ์ใหม่และการขยายช่องทางพันธมิตร * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาจส่งผลดีต่อความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต * **การปรับปรุงผลิตภัณฑ์:** การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผลรูปแบบใหม่ และการเติบโตของช่องทางพันธมิตร * **การลงทุนในเทคโนโลยี:** การลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ## ความเสี่ยง * **ผลกระทบจากโควิด-19:** แม้จะเริ่มลดลง แต่ค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา * **ความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยส่งผลกระทบต่อมูลค่าพอร์ตการลงทุนและอาจกระตุ้นการเวนคืนกรมธรรม์ * **ความผันผวนของตลาดทุน:** การลงทุนในตราสารทุนมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตลาด ซึ่งอาจส่งผลต่อผลตอบแทนและมูลค่าสินทรัพย์ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อต้นทุนการขาย ส่วนแบ่งตลาด และกำไร * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** กฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้นอาจเพิ่มต้นทุนการปฏิบัติตามและจำกัดทางเลือกในการดำเนินธุรกิจ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19:** การลดลงอย่างต่อเนื่องของค่าสินไหมฯ จะเป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อผลกำไร * **การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับใหม่:** การรักษาโมเมนตัมการเติบโตของเบี้ยปีแรกและเบี้ยจ่ายครั้งเดียว * **ผลตอบแทนจากการลงทุน:** การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนท่ามกลางสภาวะดอกเบี้ยและตลาดทุนที่ผันผวน * **กลยุทธ์ผลิตภัณฑ์:** การมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงและอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ยน้อย * **การปรับตัวต่อกฎระเบียบใหม่:** การปฏิบัติตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 17 (IFRS 17) และกฎระเบียบอื่นๆ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์) * **เบี้ยประกันภัยรับรวม (GWP):** เพิ่มขึ้น 1.45% เป็น 40,959.53 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากเบี้ยปีแรก (+23.92%) และเบี้ยจ่ายครั้งเดียว (+45.92%) แต่ถูกหักล้างบางส่วนจากเบี้ยปีต่อไปที่ลดลง * **รายได้จากการลงทุนสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 5.20% เป็น 8,425.27 ล้านบาท จากการจ่ายปันผลที่ดีขึ้นของบริษัทที่ลงทุนในตราสารทุน และการเติบโตของพอร์ตตราสารหนี้ * **กำไรจากเงินลงทุน:** ทรงตัวใกล้เคียงเดิมที่ 2,680.68 ล้านบาท * **ขาดทุนจากการปรับมูลค่ายุติธรรม:** ลดลง 39.76% เป็น 240.29 ล้านบาท จากผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ชดเชยผลขาดทุนได้บางส่วน * **ผลประโยชน์จ่ายตามกรมธรรม์และค่าสินไหมทดแทนสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 25.51% เป็น 31,481.55 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการจ่ายเงินครบกำหนดกรมธรรม์ที่เพิ่มขึ้น และค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวกับโควิด-19 * **ค่าจ้างและค่าบำเหน็จ:** ลดลง 2.96% เป็น 4,104.37 ล้านบาท สอดคล้องกับกลยุทธ์การเน้นผลิตภัณฑ์กำไรสูง * **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** เพิ่มขึ้น 1.54% เป็น 2,504.22 ล้านบาท จากการเพิ่มค่าใช้จ่ายโฆษณาและการส่งเสริมการขาย * **การกลับรายการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** จำนวน 398.71 ล้านบาท สะท้อนความเสี่ยงด้านเครดิตที่ลดลง * **เบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE):** เพิ่มขึ้น 23.26% เป็น 6,413.7 ล้านบาท จากผลิตภัณฑ์ใหม่และช่องทางพันธมิตร * **มูลค่ากำไรของธุรกิจใหม่ (NBV):** เพิ่มขึ้น 24.15% เป็น 3,301.2 ล้านบาท สอดคล้องกับการเติบโตของ APE ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ลดลงเล็กน้อย 0.11% เป็น 533,109.99 ล้านบาท ณ สิ้นเดือนมิถุนายน 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการปรับมูลค่าเงินลงทุนในหุ้นและหน่วยลงทุนตามสภาวะตลาด * **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้น 2.12% เป็น 456,744.42 ล้านบาท โดยหนี้สินจากสัญญาประกันภัยเพิ่มขึ้น 1.24% จากการเพิ่มขึ้นของสำรองประกันภัยสำหรับสัญญาประกันภัยระยะยาว * **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 11.65% เป็น 76,365.57 ล้านบาท เนื่องจากการปรับมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนที่อยู่ในองค์ประกอบอื่นของส่วนของผู้ถือหุ้นตามสภาวะตลาดทุนที่ไม่เอื้ออำนวย * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** เปลี่ยนจากใช้ไป 4,092.04 ล้านบาท ในปีก่อน เป็นได้มา 692.60 ล้านบาทในปีนี้ จากการรับเบี้ยประกันภัยรับเพิ่มขึ้น * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้ไปเพิ่มขึ้น 17.37% เป็น 2,650.00 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้น ## สรุปท้าย TLI ในไตรมาส 2 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากค่าสินไหมทดแทนที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่สูงขึ้น แม้ว่าเบี้ยประกันภัยรับใหม่จะเติบโตอย่างน่าประทับใจ แต่ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีกำไรสูงและมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในระยะยาว โดยเฉพาะการขยายช่องทางพันธมิตรและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในอนาคต ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดและอัตราดอกเบี้ย รวมถึงการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบต่างๆ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TLI ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
-8,844.10 ล้านบาท
↓ 125.8% YoY
กำไรขั้นต้น
18,054.85 ล้านบาท
↓ 42.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-204.15 %
กำไรสุทธิ
2,522.94 ล้านบาท
↓ 23.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-28.53 %
D/E Ratio
3.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-8,844
↓ -125.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
18,055
↓ -42.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,523
↓ -23.1% YoY
D/E Ratio
3.20

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TLI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รายได้รวม —
-8,844.10
-125.84%
34,230.66
+12.46%
30,439.39
+3.66%
29,365.38
-73.12%
109,246.02
กำไรขั้นต้น —
18,054.85
-42.41%
31,351.49
+1.94%
30,756.33
+2.75%
29,931.90
-47.39%
56,889.58
ค่าใช้จ่ายรวม —
-11,379.20
-817.90%
1,585.06
+1.85%
1,556.31
+1.86%
1,527.87
-69.88%
5,073.32
กำไรสุทธิ —
2,522.94
-23.15%
3,282.75
+65.96%
1,978.01
+58.83%
1,245.35
-85.16%
8,393.52
กำไรต่อหุ้น —
0.22
-23.34%
0.29
+65.90%
0.17
+58.72%
0.11
-85.13%
0.73
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
-100.00%
196.51
+107.39%
-2,659.08
+56.23%
-6,075.62
-282.73%
3,324.88
ROE(%) —
8.90
-17.29%
10.76
+12.32%
9.58
-4.58%
10.04
0.00
ROA(%) —
2.35
-5.24%
2.48
+16.43%
2.13
+1.43%
2.10
0.00
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
3.20
-26.27%
4.34
-3.13%
4.48
-4.07%
4.67
0.00
P/E —
9.01
-27.10%
12.36
+5.91%
11.67
-43.81%
20.77
+91.25%
10.86
P/BV —
0.71
-38.79%
1.16
+9.43%
1.06
-44.21%
1.90
+100.00%
0.95
BV —
14.04
+45.04%
9.68
+12.04%
8.64
+10.34%
7.83
-35.07%
12.06
YIELD(%) —
5.03
+12.78%
4.46
+35.98%
3.28
-37.16%
5.22
5.22
ราคาหุ้น —
9.95
-11.16%
11.20
+22.40%
9.15
-38.59%
14.90
+29.57%
11.50
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
-204.15
-322.90%
91.59
-9.35%
101.04
-0.87%
101.93
+95.76%
52.07
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
128.66
+2,678.83%
4.63
-9.39%
5.11
-1.73%
5.20
+12.07%
4.64
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-28.53
-397.50%
9.59
+47.54%
6.50
+53.30%
4.24
-44.79%
7.68
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.20
ROE (%)
8.90
ROA (%)
2.35
Book Value/หุ้น
12.06

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TLI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมสินทรัพย์ —
649,567.77
+8.85%
601,145.56
+4.95%
572,793.08
+3.01%
556,041.81
+4.18%
533,706.29
+8.03%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
495,053.83
+5.01%
488,607.27
+4.36%
468,213.72
+2.24%
457,973.64
+2.39%
447,275.06
+7.45%
รวมส่วนของเจ้าของ —
154,513.94
+23.28%
112,538.29
+7.61%
104,579.36
+6.64%
98,068.18
+13.46%
86,431.24
+11.11%
D/E —
3.20
4.34
4.48
4.67
5.17
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.90
10.76
9.58
10.04
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
2.35
2.48
2.13
2.10
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
วงจรเงินสด —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3,647
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+180
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TLI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
3,647.35
-44.77%
6,603.40
-408.47%
-2,140.71
-229.32%
1,655.41
-662.22%
-294.44
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
179.75
-19.49%
223.27
-2.96%
230.08
+144.48%
94.11
-115.20%
-618.99
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
5,725.02
-0.01%
5,725.42
+66.68%
3,434.93
+29.58%
2,650.78
-217.41%
-2,257.80
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
9,552.13
-23.90%
12,552.08
+723.47%
1,524.29
-65.36%
4,400.32
-238.76%
-3,171.23
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
10,917.26
+41.85%
7,696.19
+0.13%
7,685.90
+4.91%
7,326.48
-30.21%
10,497.72
+24.26%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
7,867.23
-27.94%
10,917.25
+41.85%
7,696.19
+0.13%
7,685.90
+4.91%
7,326.48
-30.21%