บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)
SET · ประกันภัยและประกันชีวิต
11.30
0.20 (1.74%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=38097 out_tok=3046 at=2026-07-26T09:47:43 -->
# TLI Q1/2565 กำไรสุทธิเติบโต 14.6% รับแรงหนุนจากรายได้ลงทุนและกำไรจากการขายเงินลงทุน
## รายได้รวมโต 3% กำไรสุทธิพุ่ง 14.6% ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากรายได้จากการลงทุนและกำไรจากการขายเงินลงทุน ขณะที่เบี้ยประกันรับรวมทรงตัว
บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) หรือ TLI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 25,954.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 3,793.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 14.6% สะท้อนการบริหารจัดการที่ดีท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเผชิญความท้าทาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเติบโตของกำไรสุทธิของ TLI ในไตรมาส 1 ปี 2565 มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการลงทุนสุทธิ และกำไรจากการขายเงินลงทุน** ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงเล็กน้อยของเบี้ยประกันภัยรับรวมได้ โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 14.6% YoY จาก 3,307.97 ล้านบาท เป็น 3,793.28 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการลงทุนสุทธิ:** เพิ่มขึ้น 2.63% YoY จาก 4,066.34 ล้านบาท เป็น 4,173.34 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการเติบโตของพอร์ตการลงทุนในตราสารหนี้ และการจ่ายเงินปันผลที่ดีขึ้นจากกิจการที่ลงทุนในพอร์ตตราสารทุนและหน่วยลงทุน ซึ่งสะท้อนถึงสภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น
* **กำไรจากการขายเงินลงทุน:** เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 14.97% YoY จาก 1,948.40 ล้านบาท เป็น 2,240.15 ล้านบาท (ข้อมูลจากหน้า 23 ระบุว่า "กำไรจากเงินลงทุนของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.97 จากเดิม 1,948.40 ล้านบาทสำหรับรอบระยะเวลาสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564 เป็น 2,2...") ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนให้สร้างผลตอบแทนได้ดีจากการขายสินทรัพย์ที่ให้ผลกำไร
* **เบี้ยประกันภัยรับรวม:** ลดลงเล็กน้อย 0.47% YoY จาก 19,543.58 ล้านบาท เป็น 19,450.81 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป ซึ่งเกิดจากการครบกำหนดของกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มากขึ้น และจำนวนกรมธรรม์เข้าใหม่ที่ลดลง อย่างไรก็ตาม เบี้ยประกันภัยรับปีแรกและเบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียวมีการเติบโตที่ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก**
* **รายได้จากการลงทุน:** มีแนวโน้มจะได้รับผลดีจากการที่บริษัทฯ ยังคงเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่าพันธบัตรรัฐบาล และการปรับตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจที่ส่งผลดีต่อการจ่ายปันผลของบริษัทที่ลงทุน
* **กำไรจากการขายเงินลงทุน:** เป็นปัจจัยที่อาจมีความผันผวนสูง ขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดและการตัดสินใจของผู้บริหารในการปรับพอร์ตการลงทุน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ มีการบริหารจัดการพอร์ตที่ดี แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างผลกำไรจากส่วนนี้ได้
* **เบี้ยประกันภัยรับ:** การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกและเบี้ยประกันภัยรับจ่ายครั้งเดียว โดยเฉพาะจากผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และช่องทางพันธมิตรที่ฟื้นตัว เป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม การลดลงของเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไปยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/65 เติบโต 14.6% YoY** แตะ 3,793.28 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q1/65 เพิ่มขึ้น 3.0% YoY** แตะ 25,954.55 ล้านบาท
* **เบี้ยประกันภัยรับรวม Q1/65 ลดลง 0.47% YoY** อยู่ที่ 19,450.81 ล้านบาท
* **เบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE) เติบโต 24.66% YoY** แตะ 3,324.3 ล้านบาท สะท้อนการขายผลิตภัณฑ์ใหม่และช่องทางพันธมิตรที่ฟื้นตัว
* **มูลค่ากำไรธุรกิจใหม่ (VONB) Q1/65 เติบโตสูง** (ข้อมูลในเอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Q1/65 โดยตรง แต่ระบุว่าปี 2564 เติบโต 85.44% YoY)
* **อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR) แข็งแกร่ง** อยู่ที่ 360.57% ณ 31 มี.ค. 65
## ภาพรวมผลประกอบการ
**รายได้รวม** ของ TLI ในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 25,954.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.0% จาก 25,198.42 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการลงทุนสุทธิ และกำไรจากการขายเงินลงทุน ในขณะที่เบี้ยประกันภัยรับรวมลดลงเล็กน้อย 0.47% จาก 19,543.58 ล้านบาท เป็น 19,450.81 ล้านบาท
**กำไรสุทธิ** เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 14.6% YoY จาก 3,307.97 ล้านบาท เป็น 3,793.28 ล้านบาท การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนจากการบริหารจัดการพอร์ตลงทุนที่ให้ผลตอบแทนดี และการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** ส่งผลดีต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและความเชื่อมั่นในการลงทุน ส่งผลบวกต่อเบี้ยประกันภัยรับ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เน้นการลงทุน
* **การเติบโตของช่องทางพันธมิตร:** การกลับมาเปิดให้บริการของสาขาธนาคารและพันธมิตรอื่นๆ หลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ช่วยหนุนการขายผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต
* **ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีกำไรสูง:** การนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล (Participating Product) รูปแบบใหม่ และผลิตภัณฑ์คุ้มครองสุขภาพที่ให้อัตรากำไรสูงขึ้น
* **การบริหารจัดการพอร์ตลงทุน:** ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย และการบริหารจัดการกำไรจากการขายเงินลงทุน
* **อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น:** มีแนวโน้มจะส่งผลดีต่ออัตรากำไรของธุรกิจใหม่ (VONB Margin) ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดทุน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาหลักทรัพย์อาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนจากการลงทุน และอาจทำให้ลูกค้าเวนคืนกรมธรรม์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ Unit-linked
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** กฎหมายและข้อบังคับใหม่ๆ จากหน่วยงานกำกับดูแล (คปภ.) อาจส่งผลกระทบต่อการกำหนดราคาผลิตภัณฑ์ การลงทุน และต้นทุนการดำเนินงาน
* **การแข่งขันที่รุนแรง:** อุตสาหกรรมประกันชีวิตมีการแข่งขันสูง ทั้งจากบริษัทประกันเดิมและสถาบันการเงินอื่นๆ ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งตลาดและอัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** ความต้องการผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป อาจส่งผลต่อยอดขายและการรักษาฐานลูกค้า
* **อัตราการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราการเสียชีวิตและทุพพลภาพของผู้เอาประกัน อาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป (Renewal Premium):** การลดลงในไตรมาสนี้เป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าจะมีแนวโน้มดีขึ้นหรือไม่
* **ผลการดำเนินงานของผลิตภัณฑ์ใหม่:** ประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์แบบมีส่วนร่วมในเงินปันผล (Participating Product) รูปแบบใหม่ และผลิตภัณฑ์คุ้มครองสุขภาพ
* **การบริหารจัดการพอร์ตลงทุน:** ความสามารถในการสร้างผลตอบแทนอย่างต่อเนื่อง และการบริหารจัดการกำไรจากการขายเงินลงทุน
* **ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยมีผลต่อทั้งรายได้จากการลงทุนและอัตรากำไรของผลิตภัณฑ์
* **การปฏิบัติตามมาตรฐาน IFRS 17:** ความคืบหน้าในการเตรียมการและผลกระทบต่อการรายงานทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
**เบี้ยประกันภัยรับรวม (GWP)** ในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 19,450.81 ล้านบาท ลดลง 0.47% YoY สาเหตุหลักมาจากการลดลงของเบี้ยประกันภัยรับปีต่อไป (Renewal Premium) ซึ่งเกิดจากการครบกำหนดของกรมธรรม์ประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์ที่มากขึ้น และจำนวนกรมธรรม์เข้าใหม่ที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม **เบี้ยประกันภัยรับปีแรกแบบคำนวณรายปี (APE)** ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความยั่งยืนของธุรกิจใหม่ กลับเติบโตโดดเด่นถึง 24.66% YoY แตะ 3,324.3 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่และการฟื้นตัวของช่องทางพันธมิตร
**รายได้จากการลงทุนสุทธิ** เพิ่มขึ้น 2.63% YoY เป็น 4,173.34 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนจากดอกเบี้ยรับที่เพิ่มขึ้นจากการเติบโตของพอร์ตตราสารหนี้ และรายได้จากเงินปันผลที่ปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ
**กำไรจากเงินลงทุน** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 14.97% YoY เป็น 2,240.15 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการพอร์ตให้สร้างผลตอบแทนที่ดีจากการขายสินทรัพย์
**ค่าใช้จ่ายในการรับประกันภัยอื่น** และ **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน** มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย สอดคล้องกับภาพรวมการดำเนินงาน
**ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น** มีการกลับรายการ (ลดลง) จาก 50.63 ล้านบาท ในปีก่อน เป็น (99.50) ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลดีต่อกำไร
**อัตราส่วนความเพียงพอของเงินกองทุน (CAR)** ยังคงแข็งแกร่ง อยู่ที่ 360.57% ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำตามกฎหมายอย่างมีนัยสำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม** ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 อยู่ที่ 534,628.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 โดยมี **สินทรัพย์ลงทุน** เป็นสัดส่วนหลัก
**หนี้สินรวม** อยู่ที่ 448,718.40 ล้านบาท โดย **หนี้สินจากสัญญาประกันภัย** เป็นส่วนใหญ่
**ส่วนของผู้ถือหุ้น** อยู่ที่ 85,909.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564
**กระแสเงินสดสุทธิได้มาจาก (ใช้ไปใน) กิจกรรมดำเนินงาน** ในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ (164.05) ล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1,980.21 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของรายการระหว่างงวด
**กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน** อยู่ที่ (81.90) ล้านบาท ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
## สรุปท้าย
TLI ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่น่าประทับใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 14.6% YoY เป็นผลจากการบริหารจัดการพอร์ตลงทุนที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะรายได้จากการลงทุนและกำไรจากการขายเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้เบี้ยประกันภัยรับรวมจะทรงตัว แต่การเติบโตของเบี้ยประกันภัยรับปีแรกและผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นสัญญาณบวกสำหรับอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของตลาดทุน การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ และการแข่งขันในอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TLI ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
-8,844.10
ล้านบาท
↓ 125.8% YoY
กำไรขั้นต้น
18,054.85
ล้านบาท
↓ 42.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-204.15
%
กำไรสุทธิ
2,522.94
ล้านบาท
↓ 23.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-28.53
%
D/E Ratio
3.20
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-8,844
↓ -125.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
18,055
↓ -42.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,523
↓ -23.1%
YoY
D/E Ratio
3.20
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TLI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.20
ROE (%)
8.90
ROA (%)
2.35
Book Value/หุ้น
12.06
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TLI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
649,567.77
+8.85%
|
601,145.56
+4.95%
|
572,793.08
+3.01%
|
556,041.81
+4.18%
|
533,706.29
+8.03%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
495,053.83
+5.01%
|
488,607.27
+4.36%
|
468,213.72
+2.24%
|
457,973.64
+2.39%
|
447,275.06
+7.45%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
154,513.94
+23.28%
|
112,538.29
+7.61%
|
104,579.36
+6.64%
|
98,068.18
+13.46%
|
86,431.24
+11.11%
|
| D/E | — |
3.20
|
4.34
|
4.48
|
4.67
|
5.17
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
8.90
|
10.76
|
9.58
|
10.04
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
2.35
|
2.48
|
2.13
|
2.10
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+3,647
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+180
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TLI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
3,647.35
-44.77%
|
6,603.40
-408.47%
|
-2,140.71
-229.32%
|
1,655.41
-662.22%
|
-294.44
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
179.75
-19.49%
|
223.27
-2.96%
|
230.08
+144.48%
|
94.11
-115.20%
|
-618.99
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
5,725.02
-0.01%
|
5,725.42
+66.68%
|
3,434.93
+29.58%
|
2,650.78
-217.41%
|
-2,257.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
9,552.13
-23.90%
|
12,552.08
+723.47%
|
1,524.29
-65.36%
|
4,400.32
-238.76%
|
-3,171.23
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
10,917.26
+41.85%
|
7,696.19
+0.13%
|
7,685.90
+4.91%
|
7,326.48
-30.21%
|
10,497.72
+24.26%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
7,867.23
-27.94%
|
10,917.25
+41.85%
|
7,696.19
+0.13%
|
7,685.90
+4.91%
|
7,326.48
-30.21%
|